Energy is accessible on Verizon Wireless and facilitates Sildenafil uk Sildenafil way and Raspberry ketone diet 60 vcap by Raspberry ketone dietary supplement 60 capsules
24
Aug 01
User Rating:  / 1
PoorBest 

imageกระดูกพรุน คือภาวะที่มีเนื้อกระดูกบางตัวลง เนื่องจากมีการสร้างกระดูกน้อยกว่า
การทำลายกระดูก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการหัก หรือยุบตัวได้โดยง่าย จุดที่มีการหักบ่อย ได้แก่ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกข้อมือ
 ก่อให้เกิดปัญหาใน
ผู้สูงอายุ 50% ของสตรีที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นโรคกระดูกพรุน

ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนจะมีปัญหาอะไรบ้าง

  1. ปวดหลัง กระดูกสันหลังยุบตัวลง หลังค่อม ตัวเตี้ยลง
  2. กระดูกแขนขาเปราะ และหัก ได้แก่ กระดูกข้อมือ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง ทำให้เกิดการพิการเดิน
    ไม่ได้
  3. อาการแทรกซ้อนจากกระดูกหัก เช่น ปอดบวม แผลกดทับ ติดเชื้อ แขนขาใช้งานไม่ได้ ทำให้ผู้สูงอายุ
    เสียชีวิตได้โดยง่าย
    image

เราจะป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อย่างไร

การป้องกันโรคกระดูกพรุนในวัยสูงอายุ และวัยหมดประจำเดือนทำได้โดยการเริ่มเสริมสร้างให้กระดูกหนาแน่น และแข็งแรง ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว คือ ก่อนอายุ 30 ปี เพราะหลังอายุ 30 ปีแล้ว โอกาสในการเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกทำได้ยาก ทำได้เพียงแต่ชะลอการทำลายกระดูกเท่านั้น วิธีการป้องกัน คือ

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งๆ ละ 1 ชั่วโมง ผู้สูงอายุ สตรีวัยหมดประจำเดือนควร
    ออกกำลังกายที่ลงน้ำหนัก เช่น เดินไกลๆ วิ่งเหยาะ รำมวยจีน เต้นรำ เพื่อป้องกันการสูญเสียกระดูก
  2. รับประทานเนื้อสัตว์ แป้ง ผัก ผลไม้ และอาหารที่มีแคลเซียม เช่น ดื่มนมทุกวัน วันละ 1 แก้ว หรือ
    รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม เพื่อให้ได้รับแคลเซียมเพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน
  3. ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้แก่ งดสูบบุหรี่ งดดื่มสุรา ไม่ซื้อยาชุดทานเอง ดื่มกาแฟไม่เกินวันละ 2 แก้ว

ปริมาณความต้องการแคลเซียมแต่ละวัน

สถานภาพและอายุ ปริมาณแร่ธาตุ
แคลเซียมที่ต้องการ
คิดเป็นมิลลิกรัม/วัน
วัยเด็กอายุ 1-10 ปี 800-1,000
วัยหนุ่มสาวอายุ 11-25 ปี 1,200
สตรีก่อนวันหมดประจำเดือน
(อายุ 26-49 ปี)
1,000
สตรีหลังหมดประจำเดือน
(อายุ 50 ปีขึ้นไป)
1,000-1,500
สตรีระยะตั้งครรภ์ และสตรีระหว่างให้นมบุตร 1,200-1,500
ระยะกระดูกหัก 1,500

ข้อมูลจาก National Institutes of Health แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา

imageในสตรีวัยหมดประจำเดือนถ้าได้รับฮอร์โมนทดแทน ควรได้รับแคลเซียมอย่างน้อยวันละ 1,000 มิลลิกรัม และถ้าไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทนควรได้รับวันละ 1,500 มิลลิกรัม

จากการศึกษาของ นพ.สุรัตน์ โคมินทร์ และคณะ (1994) พบว่าปริมาณแคลเซียมที่คนไทยได้รับจากอาหารจัดอยู่ในระดับต่ำ คือประมาณ 360 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณไม่ถึงครึ่งหนึ่งของแคลเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวัน

แหล่งอาหารที่ดีที่สุดของแคลเซียมคือ นม และผลิตภัณฑ์จากนมรองลงมาคือ ปลาเล็กที่กินทั้งกระดูก กะปิ แต่แคลเซียมจากผักจะดูดซึมไม่ดี เนื่องจากปริมาณไฟเตต และออกซาเลตจะรบกวนการดูดซึมแคลเซียม

imageนมสด 1 แก้ว (250 ซีซี) จะมีแคลเซียมประมาณ 200 มิลลิกรัมฉะนั้นเด็กที่ต้องการแคลเซียมวันละ 800 มิลลิกรัม จะต้องดื่มนมสด 4 แก้ว ขณะที่สตรีวัยหมดประจำเดือน และผู้สูงอายุที่ต้องการแคลเซียมวันละ 1,000-1,500 มิลลิกรัม จึงต้องดื่มนมวันละ 5-7 แก้ว ซึ่งถ้าไม่สามารถดื่มได้ก็ให้ท่านดื่มเท่าที่จะดื่มได้ แล้วเติมแคลเซียมเสริมสำหรับผู้ใหญ่ ถ้าได้รับแคลเซียมวันละ 400 มิลลิกรัม ยังไม่เพียงพอสำหรับป้องกันโรคกระดูกพรุน แต่ถ้าได้รับแคลเซียมมากกว่าวันละ 1,000 มิลลิกรัม ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมจนถึงจุดสมดุลย์ทั้งในกระดูกและเลือด แคลเซียมส่วนที่เกินจะขับถ่ายออกทางอุจจาระตามปกติ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับแคลเซียมมากเกินไป

หลักในการเลือกผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม

  1. ควรดูตัวยาสำคัญที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมนั้นก่อนว่าเป็นแคลเซียมอย่างเดียว หรือมีวิตามินอื่นผสม เนื่องจากการได้รับวิตามินบางตัว เช่น วิตามินซี หรือวิตามินดีมากเกินไป ทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินอื่นๆ ผสมอยู่
  2. ควรดูว่าผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม 1 เม็ด ให้อนุมูลแคลเซียมเท่าไร เพื่อความสะดวกในการรับประทาน เนื่องจากเราต้องการอนุมูลแคลเซียมอย่างน้อยวันละ 800 มิลลิกรัม ดังนั้นถ้าใน 1 เม็ด มีอนุมูลแคลเซียมน้อยเกินไปอาจต้องให้จำนวนหลายเม็ด
  3. ควรดูว่าผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมนั้นอยู่ในรูปแบบใด เนื่องจากแคลเซียมละลายน้ำ และถูกดูดซึมได้ยาก ดังนั้นควรให้ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมที่เป็นเม็ดฟู่ จะทำให้การละลาย และการดูดซึมดีกว่าแบบเม็ดธรรมดา
  4. นอกจากนี้อาจจะต้องดูว่า แคลเซียมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นเกลือแคลเซียมอะไร เนื่องจากเกลือแคลเซียมต่างชนิดกัน จะดูดซึมต่างกันในสภาวะกรดในกระเพาะต่างๆ กัน เช่น แคลเซียม คาร์บอเนตจะดูดซึมได้น้อยลง ถ้าผู้ป่วยมีกรดในกระเพาะอาหารน้อย

ข้อสงสัยเกี่ยวกับกระดูกงอก

การทานแคลเซียมเสริม ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะกระดูกงอก เพราะกระดูกงอกเกิดจากกระดูมีการช้ำจากการออกแรง หรือกระทบกระทั่งบริเวณกระดูกมากเกินไป ทำให้มีการเสริมสร้างกระดูกผิดปกติไป

ที่มา : แผ่นพับ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ ได้ ที่นี่

Share

Disclaimer

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์

รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที