กระดูกพรุน คือภาวะที่มีเนื้อกระดูกบางตัวลง เนื่องจากมีการสร้างกระดูกน้อยกว่า
การทำลายกระดูก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการหัก หรือยุบตัวได้โดยง่าย จุดที่มีการหักบ่อย ได้แก่ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกข้อมือ ก่อให้เกิดปัญหาใน
ผู้สูงอายุ 50% ของสตรีที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นโรคกระดูกพรุน
ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนจะมีปัญหาอะไรบ้าง

เราจะป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อย่างไร
การป้องกันโรคกระดูกพรุนในวัยสูงอายุ และวัยหมดประจำเดือนทำได้โดยการเริ่มเสริมสร้างให้กระดูกหนาแน่น และแข็งแรง ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว คือ ก่อนอายุ 30 ปี เพราะหลังอายุ 30 ปีแล้ว โอกาสในการเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกทำได้ยาก ทำได้เพียงแต่ชะลอการทำลายกระดูกเท่านั้น วิธีการป้องกัน คือ
ปริมาณความต้องการแคลเซียมแต่ละวัน
| สถานภาพและอายุ | ปริมาณแร่ธาตุ แคลเซียมที่ต้องการ คิดเป็นมิลลิกรัม/วัน |
| วัยเด็กอายุ 1-10 ปี | 800-1,000 |
| วัยหนุ่มสาวอายุ 11-25 ปี | 1,200 |
| สตรีก่อนวันหมดประจำเดือน (อายุ 26-49 ปี) |
1,000 |
| สตรีหลังหมดประจำเดือน (อายุ 50 ปีขึ้นไป) |
1,000-1,500 |
| สตรีระยะตั้งครรภ์ และสตรีระหว่างให้นมบุตร | 1,200-1,500 |
| ระยะกระดูกหัก | 1,500 |
ข้อมูลจาก National Institutes of Health แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา
ในสตรีวัยหมดประจำเดือนถ้าได้รับฮอร์โมนทดแทน ควรได้รับแคลเซียมอย่างน้อยวันละ 1,000 มิลลิกรัม และถ้าไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทนควรได้รับวันละ 1,500 มิลลิกรัม
จากการศึกษาของ นพ.สุรัตน์ โคมินทร์ และคณะ (1994) พบว่าปริมาณแคลเซียมที่คนไทยได้รับจากอาหารจัดอยู่ในระดับต่ำ คือประมาณ 360 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณไม่ถึงครึ่งหนึ่งของแคลเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวัน
แหล่งอาหารที่ดีที่สุดของแคลเซียมคือ นม และผลิตภัณฑ์จากนมรองลงมาคือ ปลาเล็กที่กินทั้งกระดูก กะปิ แต่แคลเซียมจากผักจะดูดซึมไม่ดี เนื่องจากปริมาณไฟเตต และออกซาเลตจะรบกวนการดูดซึมแคลเซียม
นมสด 1 แก้ว (250 ซีซี) จะมีแคลเซียมประมาณ 200 มิลลิกรัมฉะนั้นเด็กที่ต้องการแคลเซียมวันละ 800 มิลลิกรัม จะต้องดื่มนมสด 4 แก้ว ขณะที่สตรีวัยหมดประจำเดือน และผู้สูงอายุที่ต้องการแคลเซียมวันละ 1,000-1,500 มิลลิกรัม จึงต้องดื่มนมวันละ 5-7 แก้ว ซึ่งถ้าไม่สามารถดื่มได้ก็ให้ท่านดื่มเท่าที่จะดื่มได้ แล้วเติมแคลเซียมเสริมสำหรับผู้ใหญ่ ถ้าได้รับแคลเซียมวันละ 400 มิลลิกรัม ยังไม่เพียงพอสำหรับป้องกันโรคกระดูกพรุน แต่ถ้าได้รับแคลเซียมมากกว่าวันละ 1,000 มิลลิกรัม ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมจนถึงจุดสมดุลย์ทั้งในกระดูกและเลือด แคลเซียมส่วนที่เกินจะขับถ่ายออกทางอุจจาระตามปกติ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับแคลเซียมมากเกินไป
หลักในการเลือกผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม
ข้อสงสัยเกี่ยวกับกระดูกงอก
การทานแคลเซียมเสริม ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะกระดูกงอก เพราะกระดูกงอกเกิดจากกระดูมีการช้ำจากการออกแรง หรือกระทบกระทั่งบริเวณกระดูกมากเกินไป ทำให้มีการเสริมสร้างกระดูกผิดปกติไป
ที่มา : แผ่นพับ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ ได้ ที่นี่
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การสงวนสิทธิ์
รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที