11
Nov 09
User Rating:  / 23
PoorBest 

ต่อมลูกหมากอักเสบ (prostatitis) เป็นการอักเสบ หรือการระคายเคืองของต่อมลูกหมาก พบในเพศชายทุกอายุ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อยขัดต้องเบ่ง บางครั้งมีอาการปวดเอว ปวดหลัง และปวดท้องน้อยร่วมด้วย บางรายอาจเป็นมากจนปัสสาวะไม่ออก ในกรณีที่มีการอักเสบเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้หนาวสั่นร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือโรคที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ ในผู้ป่วยบางรายอาจมีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อในช่องเชิงกราน จนทำให้น้ำปัสสาวะบางส่วนไหลย้อนกลับเข้าไปในต่อมลูกหมาก ทำให้เกิดการอักเสบ หรือเกิดจากการที่มีการคั่งค้างของน้ำอสุจิ เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ไม่สม่ำเสมอ

ต่อมลูกหมากคืออะไร

ต่อมลูกหมาก (prostate gland) เป็นโรงงานสร้างน้ำเมือกหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบสืบพันธุ์เพศชาย ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย บางคนเรียกว่าเป็นต่อมเพศชาย บางคนเรียกว่าเป็นต่อมเสริม บางทีก็เรียกว่าต่อมสร้างของเหลว ผู้หญิงไม่มีต่อมลูกหมาก ดังนั้นโรคของต่อมลูกหมากจึงเป็นโรคของผู้ชายเท่านั้น

ตำแหน่งของต่อมลูกหมาก

ต่อมลูกหมากอยู่บริเวณโดยรอบท่อปัสสวะส่วนต้นที่เริ่มออกจากกระเพาะปัสสาวะ และอยู่ด้านหน้าของท่อทวารหนัก ต่อมลูกหมากอยู่ล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น ส่วนทางด้านหลังของต่อมลูกหมาก เป็นลำไส้ตรงซึ่งเป็นลำไส้ใหญ่ส่วนสุดท้ายก่อนถึงทวารหนัก ตำแหน่งของต่อมลูกหมากอยู่ตรงบริเวณที่เรียกว่าฝีเย็บ ซึ่งสามารถสังเกตจากภายนอกได้ ถ้านึกไม่ออกให้ลองนึกภาพเวลาที่นั่งอยู่บนจักรยาน ส่วนที่กดทับอานรถจักรยานจะตรงกับตำแหน่งของต่อมลูกหมากพอดิบพอดี ภาษาไทยเรียกบริเวณนี้ว่าฝีเย็บ ภาษาอังกฤษเรียกว่า perineum เนื่องจากต่อมลูกหมากตั้งอยู่ที่ส่วนคอของกระเพาะปัสสาวะ หากมองจากภาพ จะเห็นกระเพาะปัสสาวะอยู่เหนือต่อมลูกหมาก มองอีกมุมหนึ่งจะเห็นต่อมลูกหมากห่อหุ้มรอบท่อทางเดินปัสสาวะส่วนต้น ท่อปัสสาวะเป็นทางเดินร่วมของทั้งน้ำปัสสาวะ และน้ำอสุจิในเพศชาย จึงเกี่ยวข้องกับทั้งระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบสืบพันธุ์

ขนาดและรูปร่างของต่อมลูกหมาก

ต่อมลูกหมากเป็นต่อมขนาดเล็ก ต่อมลูกหมากปกติจะมีขนาดเท่าลูกเกาลัด ในผู้ชายที่มีอายุ 25 ปี ต่อมลูกหมากจะมีขนาด 4 x 2 x 3 ซ.ม. หนักประมาณ 20 กรัม ปริมาตร 20 มิลลิลิตร เมื่อพิจารณาจากขนาดดังกล่าวแล้ว ถือได้ว่าต่อมลูกหมากเป็นต่อมที่มีขนาดเล็ก โดยทั่วไปฝรั่งมักเปรียบเทียบขนาด และรูปร่างของต่อมลูกหมากว่าเหมือนลูกวอลนัท เรียกว่า walnut-shaped ผลวอลนัทกินได้ รสชาติอร่อย มีเปลือกแข็ง และรอยหยักโดยรอบ คล้ายๆกับมันฮ่อในบ้านเรา หรืออาจเปรียบเทียบต่อมลูกหมากว่าเหมือนลูกเกาลัด ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า chestnut

สาเหตุ

  1. ภาวะต่อมลูกหมากอักเสบ แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีการอักเสบ และกลุ่มที่เกิดจาการระคายเคือง
  2. กลุ่มที่มีการอักเสบยังแบ่งเป็นชนิดอักเสบเฉียบพลัน และชนิดเรื้อรัง
  3. ชนิดเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้หนาวสั่น ปัสสาวะบ่อย ขัด ต้องเบ่ง ในบางรายถ้าเป็นมาก อาจถึงกับปัสสาวะไม่ออก บางรายอาจมีอาการปวดเอง ปวดหลัง และท้องน้อยร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมาจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือโรคจากการมีเพศสัมพันธ์
  4. การอักเสบแบบเรื้อรัง ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะขัดเล็กน้อย ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะออกแรงพอควร มีอาการปวดมวน หรือปวดตึงที่บริเวณท้องน้อย ในบางรายจะมาด้วยการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง แต่ผู้ป่วยมักจะไม่ค่อยมีไข้ มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียดังเช่นแบบเฉียบพลัน แต่ได้รับการรักษาไม่เพียงพอ และถูกต้อง
  5. กลุ่มที่เกิดจากการระคายเคือง การอักเสบจากจุลินทรีย์ที่ไม่ใช่แบคทีเรีย ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายการอักเสบเรื้อรัง แต่การเพาะเชื้อแบคทีเรียจะไม่พบเชื้อ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการปวดถ่วงๆ ที่บริเวณท้องน้อย และหรือบริเวณฝีเย็บไต้ลูกอัณฑะ สาเหตุส่วนใหย๋ยังไม่ทราบแน่นอน แต่มักพบว่า ผู้ป่วยเหล่านี้จะมีการตึงตัวของกล้ามเนื้อในช่องเชิงกรานเกร็งตัวมากผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้มีน้ำปัสสาวะบางส่วนไหลย้อนกลับไปในต่อมลูกหมาก ทำให้อักเสบ หรือเกิดจากการที่มีการคั่งค้างของน้ำอสุจิ เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ไม่สม่ำเสมอ หรือในบางรายก็มีการตรวจพบเชื้อพิเศษบางชนิด ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ใช่แบคทีเรีย
  6. การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือเชื้อไวรัส มักเกิดในกรณีภูมิต้านทานร่างกายผิดปกติ ความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อ และประสาท
  7. ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ป่วยมีอาการของต่อมอักเสบเรื้อรังแต่ตรวจไม่พบเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุ สาเหตุไม่ทราบแน่ชัด อาจเกิดจากภาวะภูมิต้านทนในร่างกายผิดปกติ หรือเกิดจากเชื้อที่ไม่ใช่กลุ่มแบคทีเรีย เช่น Chlamydia trachomatis, Ureaplasma urealyticum, and Mycoplasma hominis
  8. ต่อมลูกหมากอักเสบแบบไม่มีอาการ ผู้ป่วยไม่มีอาการแต่ตรวจทางห้องปฏิบัติการพบความผิดปกติของต่อมลูกหมากในกลุ่มนี้ไม่ต้องรักษา

ต่อมลูกหมากอักเสบชนิดเฉียบพลัน

การอักเสบเฉียบพลันของต่อมลูกหมาก มีสาเหตุจากการติดเชื้อที่มาจากการอักเสบของทางเดินปัสสวะส่วนปลาย หรือของกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น โดยมากเกิดจากเชื้อบักเตรี  และเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดทางเดินปัสสาวะอักเสบ เช่น E.coli, Klebsiella, Proteus และ Neisseria เป็นต้น พยาธิสภาพของต่อมลูกหมากส่วนใหญ่ มักจะโต นุ่ม และบวมน้ำ หรือมีเลือดคั่ง พบหย่อมหนองกระจายทั่วไปในต่อมลูกหมาก ภาพจากกล้องจุลทรรศน์ พบเซลล์อักเสบชนิดเฉียบพลันทั่วไปในต่อมลูกหมาก พร้อมกับพบหย่อมเนื้อตาย และฝีหนอง กระจายทั่วไป ต่อมลูกหมาก ผลิตน้ำเมือกเพิ่มมากกว่าปกติ ทำให้ภายในต่อมขยายใหญ่ขึ้น และมีเซลล์อักเสบชนิดเฉียบพลันขังอยู่ หรือบางรายอาจพบเนื้อเยื่อไฟบรัสกระจายเป็นหย่อม

ต่อมลูกหมากอักเสบชนิดเรื้อรัง

การอักเสบเรื้อรังของต่อมลูกหมาก พบค่อนข้างบ่อย ส่วนมากพบในผู้ป่วยสูงอายุ สาเหตุจากการติดเชื้อบักเตรี เช่นเดียวกับที่พบในการอักเสบชนิดเฉียบพลัน หรืออาจเกิดจากเชื้ออื่นๆ ที่ไม่ใช่บักเตรี เช่น เชื้อคลามัยเดีย ผู้ป่วยมีอาการเรื้อรัง เช่น ปวดหลัง บริเวณบั่นเอว ปวดบริเวณหัวเหน่า และถ่ายปัสสาวะลำบาก เป็นต้น หรือบางรายอาจไม่มีอาการใดๆ พยาธิสภาพจากกล้องจุลทรรศน์ พบหย่อมของเซลล์อักเสบกระจายในต่อมลูกหมาก ส่วนใหญ่เป็นเซลล์ชนิดลิมโฟซัยต์ พลาสมาเซลล์ และมาโครฟาจ พร้อมกับพบหย่อมของเนื้อเยื่อไฟบรัส สำหรับ granulomatous prostatitis เป็นการอักเสบชนิดแกนนูโลมาในต่อมลูกหมากที่มีการอักเสบชนิดเรื้อรัง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากปฎิกิริยาที่เกิดจากผลผลิตของต่อมลูกหมากที่กระจายออกจากต่อมเข้าไปในเนื้อลูกหมาก เซลล์ส่วนใหญ่ที่พลิมโฟซัยต์ พลาสมาเซลล์ และมาโครฟาจ เป็นต้น สำหรับชนิด caseating granuloma อาจเกิดจาก วัณโรค ซิฟิลิส เชื้อรา หรือ พยาธิใบไม้ในเลือด เป็นต้น

การวินิจฉัย

  1. ตรวจต่อมลูกหมากโดยการตรวจทางทวารหนัก เพื่อตรวจดูขนาดรูปร่าง และการอักเสบของต่อมลูกหมาก
  2. การเก็บน้ำปัสสาวะ เพื่อตรวจว่าการอักเสบนั้นเกิดจากท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ หรือจากต่อมลูกหมาก
  3. การนวดต่อมลูกหมาก เพื่อที่จะได้สารคัดหลั่งจากต่อมลูกหมายมาทำการตรวจ
  4. ผู้ป่วยที่แพทย์สงสัยว่าต่อมลูกหมากอักเสบ แพทย์จะต้องตรวจ โดยการคลำต่อมลูกหมากจากทางทวารหนัก ต้องตรวจปัสสาวะเพื่อดูว่ามีการอักเสบมาจากระบบทางเดินปัสสาวะ หรือ จากต่อมลูกหมาก และอาจต้องใช้วิธีนวดต่อมลูกหมาก เพื่อให้ได้สารคัดหลั่งจากต่อมลูกหมาก เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ต่อไป

การรักษา

  1. การให้ยาปฏิชีวนะเพื่อที่จะฆ่าเชื้อที่ทำให้เกิดการอักเสบของต่อมลูกหมาก โดยทั่วไปมักต้องให้รักษาอยู่นานถึง 4-6 อาทิตย์ ในบางรายอาจะต้องให้นานถึง 3 เดือน หรืออาจต้องให้ยาควบคู่กันไปตลอด
  2. การรักษาส่วนใหญ่จะได้ผลดีโดยใช้ยาปฏิชีวนะ และยารักษาตามอาการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์ผู้รักษา การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และการมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอมีส่วนช่วยได้และในบางรายที่รักษาไม่หายขาด แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออก
  3. การพักผ่อนมากๆ อาบน้ำอุ่น ดื่มน้ำมากๆ มีเพศสัมพันธ์ที่สม่ำเสมอ และบ่อยขึ้น
  4. บางรายอาจต้องให้ยาลดการอักเสบระคายเคือง ให้ยาคลายกล้ามเนื้อในช่องเชิงกราน
  5. ในรายที่มีการอักเสบเฉียบพลัน และไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะที่ให้อาจเนื่องจากมีหนองเกิดขึ้นภายในต่อมลูกหมาก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการระบายหนองออก
  6. ในรายที่รับประทานยาปฏิชีวนะอยู่นาน และยังมีอาการอยู่ อาจพิจารณาตัดต่อมลูกหมากที่เป็นต้นเหตุออก

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

Share

Disclaimer

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์

รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที