พบกันอีกครั้งสำหรับเรื่องราวที่ยังคงเป็นควันหลงจากการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 สุดท้ายเราก็ได้ทราบกันแล้วว่าทีมใดได้ครองแชมป์ฟุตบอลยูโร 2012 ในปีนี้ ซึ่งอาจเป็นไปตามความคาดหมายหรืออาจพลิกความคาดหมายของอีกหลายท่าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอีก 4 ปีข้างหน้าทีมที่พ่ายไปในครั้งนี้จะได้กลับแก้ตัวกันใหม่ และแน่นอนว่าคนไทยก็จะยังรอเชียร์อย่างใจจดใจจ่อต่อไป
การที่เราติดตามดูฟุตบอลยูโร 2012 มาทุกครั้งก็จะได้ยินปัญหาเดิมๆ เรื่องหนึ่งทุกครั้ง คือเรื่องต้องอดนอนเพื่อดูฟุตบอลกัน ฟุตบอลยุโรปเขาจัดให้คนในยุโรปดูเป็นหลัก เวลาจึงต่างกับคนในซีกโลกอื่น จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศว่าตั้งอยู่ในโซนเวลาใด ประเทศไทยจะเร็วกว่าประเทศในยุโรปโดยเฉลี่ย 6-7 ชั่วโมง ดังนั้นเราจึงต้องดูฟุตบอลถ่ายทอดสดกันดึกๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ก่อนหน้าจะมีการแข่งขันครั้งนี้ได้มีกูรูหลายท่านออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูฟุตบอลรอบดึกกันหลายวิธี วิธีที่เป็นที่นิยมกันก็เช่น นอนตุนไว้ก่อนตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ดื่มกาแฟเข้มๆ การหาของขบเคี้ยวมาไว้ใกล้ๆ มือขณะที่ดูฟุตบอล การล้างหน้าล้างตายามง่วงจัด หรือถ้าผ่านไปถึงตอนเช้าก็ให้รับประทานอาหารเช้าพวกผักผลไม้ที่ให้ความสดชื่น ฯลฯ สูตรตายตัวคงยังไม่มีจริงๆ หรอกครับ ขึ้นอยู่กับว่าชอบอะไรก็ทำอย่างนั้นจะดีกว่า สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดก็คือดูการแข่งขันฟุตบอลให้สนุก ตื่นมาทำงานตอนเช้าด้วยความกระปรี้กระเปร่าสดชื่นและเตรียมพร้อมในการดูฟุตบอลคู่ต่อไปในช่วงกลางคืนได้อีกต่อไปเรื่อยๆ ใช่ไหมครับ

ที่มาภาพ: mthai.com
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.55 มีรายงานข่าวที่น่าสนใจและเป็นที่สลดใจไปพร้อมๆกัน ข่าวปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ที่ชื่อ Mail Online กล่าวถึงแฟนฟุตบอลชาวจีนคนหนึ่งเสียชีวิตหลังจากที่ได้ดูฟุตบอลจบลงในตอนเช้า ในรายงานข่าวกล่าวว่าแฟนฟุตบอลคนนี้เป็นผู้ชายอายุ 26 ปีดูฟุตบอลกับเพื่อนๆ ต่อเนื่องมาถึง 11 คืนโดยที่ไม่ได้นอนเลยและคู่สุดท้ายที่เขาได้ดูคือคู่ของอิตาลีกับไอร์แลนด์ หลังจากที่จบการแข่งขันเขาก็กลับบ้านไปตอนตีห้า อาบน้ำ เข้านอน แต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาอีกเลย มีคนคำนวณดูว่าชายผู้นี้ได้ดูฟุตบอลไปถึง 21 คู่ เวลาที่แข่งขันกันรวมถึง 1890 นาที และได้ดูการยิงประตูรวมกันถึง 51 ประตูด้วยกัน ตลอดเวลา 11 วันนั้นเขาดูฟุตบอลเสร็จก็ไปทำงานตอนเช้าได้ทุกวันโดยที่ไม่ได้นอนเลยจนกระทั่งวันที่เสียชีวิต เพื่อนๆ ของชายผู้นี้กล่าวว่าโดยปกติแล้วเขาเป็นคนที่มีสุขภาพดีและยังเคยเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมมหาวิทยาลัยอีกด้วย รายงานข่าวกล่าวสรุปว่าปัจจัยที่น่าจะเป็นเหตุให้เสียชีวิตน่าจะเป็นจากการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ร่วมกับการอดนอนอ่อนเพลียทำให้ภูมิคุ้มกันของเขาลดลงและเสียชีวิต ข่าวนี้เป็นเพียงข่าวเล็กๆ ในอินเตอร์เน็ตแต่มีนัยยะที่เราจะมาเรียนรู้กันในวันนี้ว่าผลของการอดนอนจะทำให้เกิดอะไรกับเราได้บ้าง

ที่มาภาพ: mthai.com
เราถูกสอนกันมานานแล้วว่าคนเราต้องนอนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่ข้อมูลปัจจุบันพบว่าคนส่วนใหญ่อาจไม่ต้องนอนให้ถึง 8 ชั่วโมงก็ได้ แต่ต้องเป็นการนอนหลับที่มีคุณภาพเพียงพอ สิ่งต่อไปนี้ใช้ช่วยสังเกตตัวเองได้ว่าเรานอนหลับเพียงพอหรือไม่
การนอนไม่พอมีผลต่อร่างกายอย่างแน่นอน ถ้าเรานอนน้อยไปเพียงหนึ่งวันอาจไม่เห็นผลกระทบที่รุนแรงนัก อย่างมากก็แค่ง่วงซึมบ้างในช่วงกลางวัน แต่ครั้นพอตกกลางคืนเมื่อได้นอนอย่างเต็มอิ่มอีกครั้งร่างกายก็จะฟื้นตัวกลับมาสดชื่นได้อีกในวันรุ่งขึ้น แต่ถ้ายังคงอดนอนต่อไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งเห็นผลกระทบชัดเจนขึ้นดังรายงานข่าวแฟนบอลที่เสียชีวิตที่กล่าวมาข้างต้น ไม่เฉพาะเรื่องของฟุตบอลเท่านั้นที่มีรายงานของการเสียชีวิตจากการอดนอน แต่การเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ หรือวีดีโอเกมส์ข้ามวันข้ามคืนก็สามารถทำให้คนนั้นเสียชีวิตได้เช่นกันและเคยปรากฏเป็นข่าวมาแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้เองที่ประเทศไต้หวัน มีเด็กวัยรุ่นอายุ 23 ปีเล่นวีดีโอเกมส์ชื่อว่า League of Legends ต่อเนื่องกันถึง 23 ชั่วโมง มีผู้ไปพบว่าเขายังนั่งอยู่บนเก้าอี้และมือก็ยังวางอยู่ที่คีย์บอร์ดในขณะที่เสียชีวิต ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นการเสียชีวิตของเขาเลยจนเวลาผ่านเลยไปแล้วถึง 9 ชั่วโมง! สาเหตุการเสียชีวิตสันนิษฐานว่าเป็นจากภาวะหัวใจวาย หลังจากนั้นจึงเริ่มมีการรณรงค์ในเรื่องนี้มากขึ้นโดยจำกัดอายุของผู้เล่นและจำนวนชั่วโมงการเล่น แต่ในประเทศไทยเราดูจะไม่ค่อยตื่นตัวในเรื่องนี้กันเท่าไหร่นัก จึงต้องขอความกรุณาผู้ที่มีหน้าที่ช่วยสอดส่องอย่างจริงจังด้วยนะครับ จะได้ไม่เกิดเหตุซ้ำสองซ้ำสามขึ้นมาอีก

การอดนอนส่งผลกระทบทั้งต่อร่างกายและอารมณ์พร้อมกัน ดังนี้
1. ทำให้หลอดเลือดสมองตีบ มีผลการศึกษาทางการแพทย์รายงานว่าผู้ที่มีปัญหาปวดศีรษะและความจำไม่ดีจำนวนหนึ่งเมื่อตรวจเอกซเรย์สมองแล้วพบว่ามีหลอดเลือดสมองตีบ และเมื่อสืบประวัติย้อนกลับไปพบว่าจำนวนมากที่มีประวัตินอนไม่พอร่วมด้วย หลังจากที่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้นอนหลับเพิ่มขึ้นก็พบว่าหลอดเลือดสมองที่ตีบนั้นดีขึ้นเช่นกัน นักวิจัยกำลังศึกษาเรื่องนี้มากขึ้นและอาจมีเหตุผลอธิบายที่ชัดเจนขึ้นในอนาคต
2. ทำให้กระบวนการเรียนรู้ช้าลง การอดนอนจะมีผลต่อการทำงานของสมองในส่วนต่างๆ ให้ทำงานผิดไป เช่นที่สมองส่วนหน้าสุด (prefrontal cortex) จะทำให้การเรียนรู้จากคำพูด (verbal learning tasks) แย่ลง ส่วนกลีบสมองบริเวณขมับ (Temporal lobe) จะทำให้การเรียนรู้ด้านภาษา (language processing) ช้าลง
3. ทำให้เกิดอาการงีบหลับสั้นๆ หรือที่เรียกว่า “หลับกลางอากาศ” หรือ “หลับใน” เกิดจากการที่สมองส่วนธาลามัส (Thalamus) ของคนที่นอนไม่พอ จะหยุดทำงานช่วงสั้นๆ แบบชั่วคราว อาจเป็นวินาทีหรือนานถึงครี่งนาที ทำให้เกิดอาการงีบหลับ ไม่ตื่นตัว ไม่ตอบสนองต่อการรับรู้ใดๆ หรือรับรู้ได้ช้า บางคนเรียกภาวะนี้ว่า “หลับใน” ซึ่งเป็นอันตรายมากถ้าเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังขับรถหรือระหว่างการทำงานที่ต้องใช้ความเร็วหรือความแม่นยำอยู่ด้วย เราคงได้ฟังเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์จากการหลับในนี้อยู่บ่อยครั้งแล้วนะครับ
4. ทำให้เกิดอาการทางจิต การอดนอนชนิดรุนแรงสามารถทำให้เกิดภาวะโรคทางจิต (psychosis) ได้ เช่น อาการหูแว่ว ประสาทหลอน หลงผิด ระแวงกลัวคนมาทำร้าย หรือมีอาการคล้ายคนที่เป็นโรคอารมณ์แปรปรวนหรือโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) เช่นมีอารมณ์ร่าเริงสนุกสนานผิดปกติ หรือมีอารมณ์เศร้าผิดปกติได้ นอกจากนั้นยังทำให้เกิดอาการหงุดหงิดง่าย หรืออารมณ์เสียง่ายมากน้อยตามแต่ความรุนแรงของการอดนอนนั้น
แนวทางการรักษาเรื่องอดนอนที่ได้ผลดีที่สุดคือการนอนให้พอเพียง อาจจะใช้เวลานอนให้มากกว่าปกติในวันก่อนที่รู้ว่าจะต้องอดนอน และเมื่ออดนอนมาแล้วก็ควรหาเวลานอนชดใช้ให้มากพอ ภาวะอดนอนก็จะดีขึ้นได้เองโดยที่ไม่ต้องไปหาการรักษาที่ยุ่งยากอื่น
หวังว่าการแข่งขันฟุตบอลในแมทช์ต่อไปคงจะไม่เป็นปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องนอนดึกกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อไปครับ
ที่มา: ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ
ขอขอบคุณ นายแพทย์สุทธิ ศฤงคไพบูลย์ จิตแพทย์
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การสงวนสิทธิ์
รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที