20
Jan 12
User Rating:  / 0
PoorBest 


ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอย่างสง่างาม สำหรับข่าว “ณเดชน์-ช่วยชีวิตปาฏิหาริย์ ดญ.ผ่าหัวใจ-รอด” ดั่งคำโบราณว่า “กำลังใจดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” เมื่อน้องมอมแมม เด็กหญิงที่ป่วยด้วยโรคหัวใจพิการซ้ำซ้อนชนิดรุนแรง เข้าผ่าตัดหัวใจครั้งที่ 3 แต่ด้วยกำลังใจที่ไม่พิการทำให้หนูน้อยคนเก่งสามารถยิ้มสู้กับความเจ็บปวดมาได้ จนอาการหลังผ่าตัดดีวันดีคืน หลายท่านคงมีคำถามคาใจว่าโรคหัวใจพิการซ้ำซ้อนคืออะไร วันนี้เรามาหาคำตอบด้วยกันนะครับ

ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอย่างสง่างาม สำหรับข่าว “ณเดชน์-ช่วยชีวิตปาฏิหาริย์ ดญ.ผ่าหัวใจ-รอด” ดั่งคำโบราณว่า “กำลังใจดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” เมื่อน้องมอมแมม เด็กหญิงที่ป่วยด้วยโรคหัวใจพิการซ้ำซ้อนชนิดรุนแรง เข้าผ่าตัดหัวใจครั้งที่ 3 แต่ด้วยกำลังใจที่ไม่พิการทำให้หนูน้อยคนเก่งสามารถยิ้มสู้กับความเจ็บปวดมาได้ จนอาการหลังผ่าตัดดีวันดีคืน หลายท่านคงมีคำถามคาใจว่าโรคหัวใจพิการซ้ำซ้อนคืออะไร วันนี้เรามาหาคำตอบด้วยกันนะครับ

 

โรคหัวใจพิการคืออะไร?

โรคหัวใจพิการ(ตั้ง)แต่กำเนิด หรือแพทย์ส่วนใหญ่เรียกว่า “โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด” เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับความพิการของอวัยวะส่วนอื่นของร่างกาย โดยพบประมาณร้อยละ 1 (หรือ 1 เปอร์เซ็นต์) กล่าวคือเด็กแรกเกิด 100 คนจะมีโอกาสพบเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด 1 คน เมื่อคุณหมอสงสัยว่าเด็กอาจเป็นโรคหัวใจ ก็จะยืนยันด้วยการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (echocardiography) หรือที่เราเรียกทับศัพท์ง่ายๆ ว่า “เอ็ค-โค่ หัวใจ” เพื่อดูโครงสร้างหัวใจที่ผิดปกติว่ามีความรุนแรงแค่ไหน และใช้เป็นข้อมูลสำหรับวางแผนการรักษาต่อไป

สี่ห้องหัวใจของพี่มอบให้เธอคนเดียว

หัวใจเป็นอวัยวะที่มีความสลับซับซ้อน ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน คือ กล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ ผนังกั้นหัวใจ และหลอดเลือดที่มาเลี้ยงหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจนั้นจะถูกกั้นด้วยผนังกั้นหัวใจและลิ้นหัวใจทำให้เกิดเป็นโพรง 4 โพรงภายในหัวใจเรียกว่า “ห้องหัวใจ” จึงเป็นที่มาของคำว่า “4 ห้องหัวใจ” นั่นเอง กล้ามเนื้อหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดออกไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ส่วนลิ้นหัวใจทำหน้าที่เปิดปิดเป็นจังหวะบังคับให้เลือดไหลไปในทิศทางเดียวกัน และผนังกั้นหัวใจทำหน้าที่แบ่งกั้นโพรงภายในหัวใจแยกออกเป็น 2 ฝั่งได้แก่ หัวใจซีกขวาที่จะรับเลือดดำจากทุกส่วนของร่างกายเข้ามาทางหัวใจห้องขวาบนแล้วดันเลือดดังกล่าววิ่งผ่านลิ้นหัวใจไปยังห้องขวาล่าง จากนั้นเลือดดำจะถูกส่งไปฟอกที่ปอดเพื่อเพิ่มออกซิเจนในเม็ดเลือดกลายเป็นเลือดแดง แล้วจึงไหลกลับเข้าสู่หัวใจห้องซ้ายบนและซ้ายล่างโดยผ่านลิ้นหัวใจอีก 2 ลิ้น ก่อนที่หัวใจจะบีบตัวส่งเลือดแดงออกไปเลี้ยงทั่วร่างกายอีกครั้ง

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ก็คือมีความผิดปกติของส่วนประกอบโครงสร้างหัวใจส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนรวมกัน เช่นมีรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจเพียงอย่างเดียว ทำให้เลือดดำจากหัวใจซีกขวาไหลผ่านรูรั่วมาปนกับเลือดแดงที่อยู่ในหัวใจซีกซ้าย ถ้ารูไม่ใหญ่มากเด็กก็จะดูปกติไม่ต่างกับเด็กทั่วไปและอาจไม่มีอาการอะไรเลย ยกเว้นเวลาคุณหมอตรวจฟังเสียงหัวใจอาจได้ยินเสียงฟู่ผิดปกติเท่านั้น ส่วนบางรายอาจมีโครงสร้างหัวใจผิดปกติมากกว่า 1 ส่วนก็ได้ เช่น มีรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจร่วมกับลิ้นหัวใจตีบ ในบางกรณีอาจมีความผิดปกติมากจนทำให้หัวใจซีกขวาและซีกซ้ายมีขนาดเล็กมากๆ ซึ่งทำให้เด็กมีอาการรุนแรงมาก บางกรณีแม้ว่าความผิดปกติจะมีเพียงตำแหน่งเดียวแต่เป็นตำแหน่งที่สำคัญ เช่น เกิดการสลับตำแหน่งของเส้นเลือดที่ต่อกับปอดกับเส้นเลือดที่นำเลือดแดงไปเลี้ยงร่างกาย ทำให้แทนที่จะมีแต่เฉพาะเลือดแดง (ออกซิเจนเยอะ) ออกไปเลี้ยงร่างกาย แต่กลับมีเลือดดำ (ออกซิเจนน้อย) ปนออกไปด้วย ทำให้เด็กดูเขียวคล้ำและมีอาการรุนแรงเช่นกัน

อะไรทำให้เด็กเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด?

สำหรับสาเหตุของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โดยส่วนใหญ่เราจะไม่ทราบแน่ว่าเกิดจากอะไร ส่วนน้อยอาจมีความเกี่ยวเนื่องกับความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือเป็นผลจากการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ จากยาหรือแอลกอฮอล์ที่ได้รับขณะตั้งครรภ์ รวมถึงโรคประจำตัวของมารดาก็ส่งผลต่อโครงสร้างหัวใจของทารกได้

โรคหัวใจเด็กกับผู้ใหญ่ อันไหนรุนแรงกว่ากัน?

คุณพ่อคุณแม่เมื่อทราบว่าลูกเป็นโรคหัวใจแต่กำเนิดจะกังวลมากเพราะคิดว่าอาการจะเหมือนโรคหัวใจของผู้ใหญ่ แต่ข่าวดีก็คือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตเสมอไป ขึ้นกับตำแหน่งโครงสร้างหัวใจที่ผิดปกติ แม้แต่ตำแหน่งเดียวกันก็อาจมีความรุนแรงแตกต่างกันไปได้ บางรายอาจรุนแรงน้อยกว่าโรคหัวใจของผู้ใหญ่เสียด้วยซ้ำ

โรคหัวใจพิการชนิดซับซ้อนเป็นอย่างไร?

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด สามารถแบ่งได้หลายวิธี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจง่ายขึ้น ผู้เขียนจึงขอแบ่งกลุ่มแยกตามอาการของโรคและวิธีการรักษารวมถึงผลการรักษา ได้ 4 กลุ่ม ดังนี้

  1. กลุ่มโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ไม่ซับซ้อนและไม่มีอาการ เป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุด เด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มนี้ ตัวอย่างเช่น โรคผนังกั้นหัวใจห้องบนหรือห้องล่างมีรูรั่วขนาดเล็ก หรือ โรคลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบเล็กน้อย เด็กที่มีโรคหัวใจดังกล่าวมักไม่มีอาการใดๆ และสามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาหรือผ่าตัด เมื่อเด็กโตขึ้นรูรั่วดังกล่าวอาจปิดเองได้ หรือลิ้นที่ตีบอาจหายตีบไปได้เอง
  2. กลุ่มโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ไม่ซับซ้อนแต่มีอาการ กลุ่มนี้มักไม่หายเอง ตัวอย่างเช่น โรคผนังกั้นหัวใจห้องล่างมีรูรั่วขนาดใหญ่ ทำให้เด็กมีอาการหอบเหนื่อยเวลาดูดนม น้ำหนักขึ้นช้า หรือเกิดปอดอักเสบบ่อยๆ โรคหัวใจกลุ่มนี้จำเป็นต้องรักษาด้วยการรับประทานยาเพื่อลดอาการหอบเหนื่อย และจำเป็นต้องติดตามการรักษากับคุณหมออย่างใกล้ชิด ถ้าขนาดของรูรั่วไม่เล็กลง และอาการไม่ดีขึ้นเมื่อรักษาด้วยยาชนิดรับประทานแล้ว อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ปัจจุบันการผ่าตัดมีความปลอดภัยสูงและสามารถทำได้ตั้งแต่เด็กอายุน้อย อัตราเสียชีวิตจากการผ่าตัดน้อยกว่าร้อยละ 1 และไม่ค่อยมีโรคแทรกซ้อนในระยะยาว
  3. กลุ่มโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ซับซ้อนน้อยและมีอาการ ตัวอย่าง โครงสร้างหัวใจผิดปกติหลายตำแหน่งเช่นมีรูรั่วขนาดใหญ่ที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่างร่วมกับหลอดเลือดที่ออกจากหัวใจฝั่งขวาตีบแคบ เรียกโรคหัวใจชนิดนี้ว่าTetralogy of Fallot (เต-ตรา-โล-จี-ออฟ-ฟาล-โลต์) หรือเรียกสั้นๆ ว่า TOF (ที-โอ-เอฟ) โรคกลุ่มนี้เด็กอาจจะต้องได้รับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นการผ่าตัดต่อเส้นเลือดเพื่อให้มีเลือดแดงไปเลี้ยงร่างกายมากขึ้น ทำให้อาการตัวคล้ำเขียวน้อยลง และเมื่อน้ำหนักเด็กมากขึ้นระดับหนึ่งจึงสามารถรับการผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างหัวใจที่ผิดปกติขั้นต่อไป เด็กที่เป็นโรคหัวใจกลุ่มนี้จำเป็นต้องติดตามการรักษาระยะยาวหรือตลอดชีวิตเพื่อเฝ้าระวังโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดหลังจากผ่าตัดหัวใจ อัตราเสียชีวิตจากการผ่าตัดโดยทั่วไปน้อยกว่าร้อยละ 5
  4. กลุ่มโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ซับซ้อนมากและมีอาการรุนแรงมาก ตัวอย่างเช่น โครงสร้างหัวใจผิดปกติหลายตำแหน่งและมีขนาดของหัวใจซีกซ้ายเล็กกว่าปกติ เรียกว่ากลุ่ม hypoplastic left heart syndrome ซึ่งจัดว่าความรุนแรงมากที่สุด จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดตามขั้นตอนอย่างน้อย 3 ครั้ง การผ่าตัดแต่ละครั้งนับว่าเป็นการผ่าตัดที่ยาก มีอัตราการเสียชีวิตสูงได้ถึงร้อยละ 50 หรือมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นกับประสบการณ์ของศัลยแพทย์

โดยสรุปคือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมีหลายชนิดตั้งแต่ไม่มีอาการเลยจนถึงชนิดที่รุนแรงมาก โชคดีที่โรคหัวใจเด็ก
ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ไม่รุนแรง มีเพียงส่วนน้อยที่มีโรคหัวใจซับซ้อนและรุนแรง อย่างไรก็ตามกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับพ่อแม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่ป่วย มีตัวอย่างมากมายให้เห็นถึงอานุภาพและปาฏิหาริย์ของกำลังใจที่เข้มแข็งดังเช่นภาพข่าวล่าสุดของน้องมอมแมมที่มีคุณณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นแรงบันดาลให้หัวใจไม่พิการอีกต่อไป

ที่มา : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ

ขอขอบคุณ :
ที่ปรึกษาบทความ: นายแพทย์ภูมิพร กตัญญูวงศ์ กุมารแพทย์ผู้เชียวชาญโรคหัวใจเด็ก


Disclaimer
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์
รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที

Share

Disclaimer

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์

รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที