ภาวะปวดส้นเท้าอาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของกระดูกหรือเอ็นบริเวณฝ่าเท้าเกิดการอักเสบ
ความผิดปกติของกระดูกอาจเกิดจากกระดูกร้าว หรือแตกซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่จะต้องมีประวัติได้รับอุบัติเหตุรุนแรง เช่นตกจากที่สูง เท้าถูกกระแทกจากของหนักๆ นอกจากนี้การที่มีกระดูกงอกที่ส้นเท้า มีบางคนเชื่อว่า อาจจะเป็นสาเหตุของอาการปวดก็เป็นได้ แต่แพทย์ส่วนใหญ่เชื่อกันว่า สาเหตุเกิดจากการอักเสบของเอ็นขึงใต้ฝ่าเท้า ที่ไปเกาะตรงกระดูกส้นเท้า การที่กระดูกงอกตรงส้นเท้าเกิดจากมีแรงดึงของเอ็นขึงไต้ฝ่าเท้าอยู่เรื่อยๆ และไม่ใช่เพราะกระดูกงอกที่ไปกด แล้วทำให้เกิดอาการปวด
อาการส่วนใหญ่ของภาวะปวดส้นเท้า มักพบตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือเวลานั่งหรืองดใช้เท้านานๆ พอเริ่มขยับเท้าจะมีอาการเจ็บปวดรุนแรง แต่พอลุกขึ้นเดินได้ จะปวดน้อยลงเรื่อยๆ ไป บางรายตื่นนอนแล้วก้าวลงจากเตียงทันที อาจล้มลงเพราะรับน้ำหนักไม่ไหวจากการเจ็บ ดังนั้นคนที่มีอาการปวดส้นเท้าตอนเช้าๆ ตอนตื่นนอน จึงควรค่อยๆ ขยับข้อเท้าไปมาก่อนที่จะก้าวลงจากเตียง
สำหรับคนที่ออกกำลังกายประจำ เช่นการเดิน การวิ่งจ๊อกกิ้ง หรือกีฬาที่ต้องกระโดดโลดเต้น ควรจะงดก่อนขณะมีอาการปวดส้นเท้า หากเป็นครั้งแรกอาจใช้น้ำแข็งประคบ เอาผ้าพันให้กระชับเพื่อลดความเจ็บปวด แต่ว่าถ้าเรื้อรังเป็นๆ หายๆ อาจแช่เท้าด้วยแช่น้ำอุ่นประมาณครั้งละ 15-20 นาที วันละ 1-2 ครั้ง การนวดหรือยืดเอ็นผิวเท้าด้วยตนเองอาจช่วยได้ นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนรองเท้าที่เหมาะสม หรือ ใช้วัสดุนิ่มๆ รองตรงจุดที่เจ็บจะช่วยลดความเจ็บปวดลงได้ ถ้าไม่ดีขึ้นท่านอาจไปรับการตรวจรักษาจากแพทย์ ซึ่งอาจต้องรับประทานยาลดการอักเสบของเอ็น ถ้ามีอาการมาก แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาเข้าไปที่ตำแหน่งที่ปวด และหากฉีดยาหลายๆ ครั้งไม่ดีขึ้น แพทย์บางท่านอาจใช้วิธีรักษาโดยการผ่าตัด
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การสงวนสิทธิ์
รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที