Energy is accessible on Verizon Wireless and facilitates Sildenafil uk Sildenafil way and Raspberry ketone diet 60 vcap by Raspberry ketone dietary supplement 60 capsules
19
Mar 10
User Rating:  / 0
PoorBest 

ไวรัสเอชพีวี เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกอย่างไร

HPV (Human Papilloma Virus) เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่พบได้ในคนทั่วไป มีข้อเท็จจริงว่าประมาณ 8 ใน 10 คน มีโอกาสได้รับเชื้อในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ปัจจุบันพบว่ามีไวรัส HPV 13 สายพันธ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก (High-risk HPV)

การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีเกิดขึ้นได้อย่างไร

ไวรัสเอชพีวี ชนิดที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือการสัมผัสทางผิวหนัง การติดเชื้อเอชพีวีจะอยู่ไม่นาน ส่วนใหญ่จะหายไปภายใน 12 เดือน มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีการติดเชื้อแบบเรื้อรังเป็นเวลานานโดยไม่มีอาการแสดงออกที่สังเกตได้

ผู้หญิงที่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี จะเป็นมะเร็งปากมดลูกทุกคนหรือไม่?

ไม่ใช่!!! ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี โดยปกติร่างกายสามารถกำจัดได้เองก่อนที่เจ้าวายร้ายนี้จะสร้างปัญหาใดๆ มีผู้หญิงเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวีชนิดที่ก่อให้เกิดมะเร็ง แล้วร่างกายไม่สามารถกำจัดออกไปได้ ทำให้เซลล์บริเวณปากมดลูกเปลี่ยนแปลงและมีโอกาสเปลี่ยนเป็นมะเร็งได้ อย่างไรก็ดีขบวนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 10 ปี

ไวรัสเอชพีวี สามารถตรวจพบในการตรวจตินเพร็พหรือไม่?

ไม่สามารถตรวจพบไวรัสเอชพีวีได้โดยตรงในการตรวจตินเพร็พการตรวจตินเพร็พนั้น พยาธิแพทย์จะตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีนั่นเอง

ตรวจไวรัส HPV ด้วยวิธีไหนดี?

วิธี HPVhc2 (Hybrid Capture 2) เอชพีวีเอชชี-ทู เป็นวิธีตรวจทางชีวโมเลกุลที่ตรวจหาไวรัสเอชพีวีได้ ผลการตรวจพบไวรัสเอชพีวีด้วยวิธีนี้มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูกในระยะแรกเริ่ม วิธี HPVhc2 นี้จึงได้รับการรับรองจากสมาคมมะเร็ง และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาให้ใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร่วมกับวิธีตินเพร็พ เพียงวิธีเดียวเท่านั้น

ใครควรได้รับการตรวจไวรัสเอชพีวี

ผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 30 ปี มีความเสี่ยงน้อยที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูก ไม่มีความจำเป็นต้องตรวจหาไวรัสนี้ มีข้อแนะนำให้ตรวจติดตามเฉพาะกรณีที่การตรวจให้ผลการตรวจคลุมเครือเป็นที่น่าสงสัยว่าอาจมีเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ ผู้หญิงที่อายุ 30 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูก มีข้อแนะนำให้ตรวจไวรัสเอชพีวีร่วมกับการตรวจ หรือการตรวจที่เรียกว่า "ThinPrepplusHPVhc2" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มแรกให้ความไวสูงถึง 99-100 เปอร์เซ็นต์ คุณจึงมั่นใจผลการตรวจได้

คุณจะทำอย่างไรในการตรวจมะเร็งปากมดลูกครั้งต่อไป

หากคุณอายุ 30 ปีขึ้นไป เมื่อคุณมาพบแพทย์เพื่อตรวจมะเร็งปากมดลูกกรุณาแจ้งแพทย์เพื่อขอตรวจ "ThinPrepplusHPVhc2" แพทย์จะเก็บตัวอย่างเซลล์บริเวณปากมดลูก นำใส่ขวดยารักษาเซลล์ ส่งต่อห้องแล็ปเพื่อตรวจหาเซลล์ผิดปกติ และตัวอย่างเซลล์ที่เหลือในขวดน้ำยาสามารถตรวจ HPVhc2 ต่อได้ โดยที่คุณไม่รู้สึกยุ่งยาก หรือไม่สะดวกสบายแต่อย่างใด

ผลการตรวจบอกอะไรคุณบ้าง

หากผลการตรวจ "ThinprepplusHPVhc2" เป็นลบทั้งคู่ นั่นหมายถึงข่าวดีที่ทราบว่า คุณมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกน้อยมาก คุณสามารถเว้นระยะการตรวจมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 3 ปี แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แพทย์แนะนำให้คุณตรวจสุขภาพอื่นๆ ของสตรีเหมือนเคย ทุกๆ ปี เช่น การตรวจภายใน (มดลูก, รังไข่, ปีกมดลูก) และการตรวจมะเร็งเต้านม (Breast examination) หากผลการตรวจเป็นบวกทั้งคู่หรืออย่างใดอย่างหนึ่งเป็นบวก ยังไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นมะเร็ง สูตินารีแพทย์จะอธิบายเพิ่มเติม และนำการตรวจหารอยโรค (Colposcopy) หรือการตัดชิ้นเนื้อบริเวณปากมดลูก เพื่อยืนยัน และระบุระดับความผิดปกติอย่างละเอียด

มะเร็งปากมดลูกรักษาได้จริงหรือ

การตรวจพบความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกได้ ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มก่อนเป็นมะเร็งลุกลามสามารถรักษาให้หายได้ง่าย แพทย์สามารถเลือกวิธีรักษาได้ตามความเหมาะสม เช่น การจี้ด้วยความเย็น (Cryosurgery) หรือการตัดด้วยห่วงไฟฟ้า (Leep)

คลินิกสูติ-นรีเวชกรุงเทพ

Share

Disclaimer

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์

รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที