จากบทความตอนที่ 2 ที่ได้ทิ้งท้ายว่า ยาคีโมจะเป็นพระเอกหรือผู้ร้ายกันแน่นั้น จะได้รับคำเฉลยในบทความตั้งแต่ตอนนี้ไป
สิ่งต่างๆ ในโลกใบนี้มักจะมีสองด้าน สิ่งที่ว่าดีก็ใช่ว่าจะดีไปหมด หรือสิ่งที่ว่าไม่ดีใช่ว่าจะเลวไปเสียหมด ยกตัวอย่างเช่นคมมีด ยิ่งคมยิ่งใช้งานในการตัดหรือหั่นได้ดีอย่างถูกอกถูกใจของพ่อครัว หรือแม่บ้าน แต่ในขณะเดียวกันก็ยิ่งอันตรายในการก่อให้เกิดอุบัติเหตุถึงเป็นแผลเลือดออกหรืออันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เฉกเช่นเดียวกันกับยาคีโม ที่มีทั้งบทบาททั้งผู้ร้าย และพระเอกในคนคนเดียวกัน ในบทความตอนนี้จะขอเริ่มที่บทบาทพระเอกของยาคีโมก่อน เพราะฉะนั้นผู้ใดอยากทราบเรื่องอาการแพ้ยาที่เป็นบทบาทผู้ร้ายของยาคีโมคงต้องแห้วไปอีก คงต้องอดทนรอต่อไปอีกในตอนต่อไปเหมือนเดิม อย่าเพิ่งเบื่อไปก่อน ของดีของอร่อยต้องใจเย็นๆ
ในการรักษาโรคมะเร็งด้วยยาคีโม จะมีการตั้งเป้าหมายของการรักษาตั้งแต่เริ่มวางแผนการรักษา เป้าหมายที่ว่านี้ คือประโยชน์ที่ผู้ป่วยจะได้รับจากการรักษาด้วยยาคีโม ซึ่งจะแปรตามลักษณะของโรคและสภาพผู้ป่วย เป้าหมายต่างๆ พอแบ่งได้ดังต่อไปนี้ คือ
มีตั้ง 4 หัวข้อ เพราะฉะนั้นกว่าจะเขียนครบหมดคงต้องกินบทความหลายตอนแน่ จึงขอแบบสรุปสั้นๆ สักสองสามตอนให้จบบทบาททางด้านพระเอกของยาคีโม
เริ่มที่บทบาททีเป็นเป้าหมายที่หนึ่ง คือ รักษาเพื่อให้หายจากโรคมะเร็งที่เป็น อาจเป็นการใช้ยาคีโมเพียงอย่างเดียวหรืออาจร่วมกับการรักษาอื่นๆ เช่น การผ่าตัด หรือการฉายแสง มีโรคมะเร็งหลายโรคที่แม้ว่าจะเป็นมากหรือมีการแพร่กระจายไปหลายอวัยวะของร่างกายก็ยังสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการรักษาหลักที่เป็นยาคีโม ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นโรคมะเร็งทางด้านโลหิตวิทยา เช่น มะเร็งเม็ดโลหิตขาวที่เรียกกันทั่วไปว่ามะเร็งลิวคีเมียบางชนิด และมะเร็งของต่อมน้ำเหลืองบางชนิด เป็นต้น และยังมีมะเร็งอื่นๆ ที่ไม่ใช่มะเร็งในระบบโลหิตวิทยา เช่น มะเร็งอัณฑะ และมะเร็งบางชนิดในเด็ก หรือผู้ป่วยอายุน้อยเป็นต้น มะเร็งเหล่านี้มักเป็นมะเร็งที่มีการแบ่งตัวเร็ว และบ่อย จึงเป็นเป้าหมายอย่างดีของยาคีโมที่มักออกฤทธิ์ทำลายเซลล์ที่อยู่ในช่วงจังหวะกำลังแบ่งตัวได้ดี เพราะฉะนั้นถ้าท่านเป็นมะเร็งไม่ใช่ว่าต้องแย่เสมอไป ยังมีโอกาสหายได้ถึงแม้ว่าจะเป็นมากแล้วก็ตาม (แต่ต้องเป็นมะเร็งชนิดที่กล่าวข้างต้นนะ) อย่าเพิ่งท้อใจหรือยอมแพ้หันไปหาวิธีการรักษาอื่นๆ ควรที่จะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคมะเร็งก่อนเสมอที่จะตัดสินใจใดๆ ลงไป ตัวอย่างดีๆ ให้เห็นที่ถูกกล่าวถึงกันบ่อยมากๆ คือ นักกีฬาจักรยานทางไกล แลนส์ อาร์มสตรอง (Lance Armstrong) ที่ป่วยเป็นมะเร็งอัณฑะระยะแพร่กระจายไปที่ปอด และสมอง แต่ไม่ยอมแพ้ และต่อสู้กับโรคโดยรับการรักษาด้วยยาคีโมจนหายขาด และประสบความสำเร็จเป็นแชมป์รายการนี้หลายสมัย ดูรายละเอียดประวัติคนผู้นี้ได้ในwww.lancearmstrong.com มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ป่วยเป็นมะเร็งดังกล่าวแต่กลัวการรักษาด้วยยาคีโมอย่างมากจนปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อการรักษาด้วยยาคีโม แต่หันไปหาการรักษาอื่นๆ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก เพราะว่าผู้ป่วยเหล่านั้นได้ทอดทิ้งโอกาสการหายจากมะเร็งไป ด้วยการไปเชื่อหรือรับฟังจากเค้าคนโน้น เค้าคนนี้ และไหนอีกไม่รู้ที่มีอคติต่อยาคีโม ในชีวิตของคนเราความสำเร็จใดๆ โดยเฉพาะความสำเร็จที่สุดเยี่ยมทั้งทางด้านการศึกษา การงาน หรืออื่นๆ ไม่ได้ได้มาอย่างง่ายๆ แต่ต้องแลกมาด้วยความพยายาม ตรากตรำ และลำบาก อาจต้องล้มลุกคลุกคลานบ้างไม่มากก็น้อย ดังเห็นได้จากประวัติของผู้สำเร็จโด่งดังทั้งหลาย ซึ่งก็เหมือนกับการรักษามะเร็งด้วยยาคีโม ถึงแม้ว่าอาจจะมีการแพ้ยามากบ้าง น้อยบ้าง แต่ถ้าแลกมาได้การหายจากโรคมะเร็งได้ ท่านคิดว่าคุ้มหรือไม่ การมีทัศนคติที่ดี มีกำลังใจที่ดีที่จะต่อสู้กับโรคร้าย และมีการสนับสนุนที่ดีไม่ว่าจากครอบครัว ญาติ เพื่อนฝูงที่ดีจะเป็นตัวช่วยอย่างดีเยี่ยมในการต่อสู้กับโรคมะเร็งให้ประสบความสำเร็จ
ไม่ทราบว่าตอนนี้จะออกแนวสัจธรรม หรือธรรมะมากไปหน่อยหรือไม่ โปรดกรุณาติดตามเป็าหมายอันที่สองของการรักษาด้วยยาคีโมในบทความตอนต่อไป รับรองว่าจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การสงวนสิทธิ์
รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที