ยาเคมีบำบัดคือ อะไร
ถ้าพูดถึงโรคมะเร็ง คนส่วนใหญ่จะได้ยินถึงการรักษาโรคมะเร็งด้วยยาเคมีบำบัด หรือที่นิยมเรียกกันทั่วๆไปว่า“ยาคีโม” และมักจะรู้สึกกันในแง่ลบ ออกแนวน่ากลัวถ้าแพทย์แจ้งว่าตัองทำคีโม ราวกับเป็นข่าวร้ายอันดับสองรองจากที่ทราบว่าเป็นโรคมะเร็ง ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังมีทัศนคติที่ไม่ดีกับยานี้ โดยเฉพาะอย่างในยุคปัจจุบันนี้ที่ผู้คนนิยมเรื่องของธรรมชาติ และมักเข้าใจว่าถ้าอะไรก็ตามที่เป็นหรือมาจากธรรมชาติจะมีความปลอดภัย และน่าเชื่อถือเสมอ และมีทัศนคติที่ไม่ดีต่ออะไรก็ตามที่เป็นสารเคมี
ความจริงแล้วยาคีโมน่ากลัวอย่างนั้นจริงหรือ ถ้าน่ากลัวจริงทำไมจึงยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหาร และยาให้เป็นหนึ่งในวิธีที่เป็นมาตรฐานหลักในการมาใช้รักษาโรคมะเร็ง และยังใช้กันทั่วโลก แม้แต่ในประเทศตะวันตกพวกยุโรป และอเมริกาที่คำนึงถึงความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชากรเป็นหลักใหญ่ ถ้ายาคีโมมีชีวิตจิตใจเหมือนมนุษย์ ป่านนี้คงอาจจะน้อยใจอย่างมาก เพราะว่าผลการรักษาโรคมะเร็งที่ดีขึ้นกว่าเมื่ออดีตอย่างมากนั้นเป็นฝีมือของยาคีโม เหมือนทำดีแต่ยังถูกใส่ร้ายมาตลอด แสดงว่า ความเข้าใจของประชาชนส่วนใหญ่อาจมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอย่างมาก
บทความฉบับประชาชนนี้ได้เขียนขึ้นมาบนพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้วยความมุ่งหวังที่จะให้ผู้ที่ได้อ่านมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้และถูกต้องต่อไป ท่านผู้อ่านจะทราบและเข้าใจถึงประโยชน์ที่เหนือกว่าโทษอย่างมากมายจากยาคีโมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบริหารยานี้โดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
ยาเคมีบำบัดในการรักษาโรคมะเร็ง จัดเป็นหนึ่งในวิธีหลักที่ใช้รักษาโรคมะเร็งทางแพทย์แผนปัจจุบันนอกเหนือจากการรักษาด้วยการผ่าตัด และฉายแสง ภาษาอังกฤษของยาเคมีบำบัด คือ “chemotherapy” จึงมักถูกนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า “คีโม” แล้วยาทุกชนิดที่ใช้รักษาโรคมะเร็งจัดเป็นยาคีโมหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” เพราะว่ายาคีโมเป็นหนึ่งในยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง ยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็งนอกเหนือจากยาคีโมแล้วยังมียากลุ่มอื่นๆ ที่สำคัญ เช่น ยาฮอร์โมน ยากระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และยากลุ่ม molecular targeted therapy เป็นต้น โดยอาศัยกลไกการออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งเป็นหลักในการแยกกลุ่ม
ยาคีโม จัดเป็นยาที่ออกฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง โดยมักจะออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งที่กำลังอยู่ในช่วงแบ่งตัวเป็นส่วนใหญ่ด้วยการเข้าไปในเซลล์และขัดขวางขบวนการหรือสารที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งตัว เช่น สายดีเอ็นเอ เป็นต้น เมื่อขบวนการดังกล่าวถูกขัดขวางจะทำเซลล์มะเร็งไม่สามารถดำรงสภาพที่อยู่ต่อไปได้และตายในที่สุด ด้วยเหตุนี้ถ้าเซลล์มะเร็งชนิดใดที่มีการแบ่งตัวบ่อยและเร็วจะถูกทำลายเป็นจำนวนมากโดยยาคีโมเมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์มะเร็งชนิดที่โตช้าและไม่ค่อยแบ่งตัวบ่อยๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนเช่น มะเร็งทางด้านโลหิตวิทยา เช่น มะเร็งเม็ดโลหิตขาวที่เรียกกันว่าลิวคีเมีย มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งอัณฑะ เป็นต้น จะเป็นมะเร็งชนิดที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและบ่อย จึงถูกทำลายเป็นจำนวนมากด้วยยาคีโม จัดเป็นมะเร็งที่ไวต่อยาคีโมอย่างมาก ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งชนิดนี้มีโอกาสหายได้ด้วยการรักษาด้วยยาคีโมถึงแม้ว่าจะอยู่ในขั้นที่มีการแพร่กระจายแล้วก็ตาม แต่ด้วยเหตุที่ยาคีโมออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่อยู่ในช่วงแบ่งตัวเป็นหลักจึงอาจมีผลต่อเซลล์ปกติของร่างกายที่มักจะมีการแบ่งตัวบ่อยๆ ได้
โดยปกติแล้วเซลล์ปกติของร่างกายส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพที่ไม่แบ่งตัว ยกเว้นในบางสภาวะ หรือเซลล์บางชนิดที่มีการแบ่งตัวบ่อยๆ เช่น เซลล์ผิวหนัง ผม เล็บ เยื่อบุทางเดินอาหาร และเซลล์เม็ดเลือดต่างๆในไขกระดูก เป็นต้น จึงอาจตกเป็นเป้าหมายของยาคีโมได้ ทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาคีโมขึ้นหรือที่เรียกกันทั่วๆไปว่าอาการแพ้ยาคีโม ในส่วนนี้ที่เป็นเรื่องการแพ้ยาคีโมจะขอยกไปไว้ในบทความตอนต่อไป แล้วท่านจะได้เข้าใจว่ายาคีโมน่ากลัวจริงหรือ
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การสงวนสิทธิ์
รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที