มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลิวคีเมีย เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งของระบบเลือด อันเกิดจากการที่ไขกระดูกทำหน้าที่ผิดปกติ สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติทั้งรูปร่าง และจำนวนออกมาเป็นจำนวนมาก ทั้งที่อยู่ในไขกระดูก และออกมาตามกระแสเลือด มีผลทำให้การทำงานของระบบเม็ดเลือดเสียไป อาจเป็นแบบเฉียบพลัน หรือเป็นแบบช้าๆ ค่อยๆ เป็น โดยทั่วไปมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน จะมีอาการรุนแรงกว่าชนิดที่เกิดช้าๆ หรือเรื้อรัง มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันเกิดจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดตัวอ่อนอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้ไขกระดูกไม่สามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดที่ปกติได้ มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันมักเกิดกับเด็ก โดยผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอาจจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตภายในไม่กี่เดือน ส่วนมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังนั้น เกิดจากการที่ร่างกายสร้างเซลล์เม็ดเลือดที่ผิดปกติออกมาเป็นจำนวนมากกว่าเซลล์เม็ดเลือดที่ปกติ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีเซลล์เม็ดเลือดที่ผิดปกติในร่างกายเป็นจำนวนมาก โดยปกติแล้วมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง มักจะเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ในหลายๆ ช่วงอายุ
สาเหตุ
สำหรับสาเหตุของมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งชนิดอื่นๆ คือไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงแน่นอน อาจเพราะมีสาเหตุหลายอย่างยกตัวอย่าง เช่น สารกัมมันตภาพรังสี รังสีเอกซเรย์ สารเคมีบางอย่าง เชื้อจุลินทรีย์พวกไวรัสบางชนิด สารเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของเม็ดเลือดที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้กลับกลายเป็นเม็ดเลือดชนิดใหม่ ซึ่งไม่อยู่ภายใต้กลไกการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์เดิมไป ถ้าภูมิคุ้มกันของร่างกายยังดีอยู่สามารถกำจัดหรือกดการเจริญเติบโตของเม็ดเลือดที่ผิดปกตินั้นได้ เม็ดเลือดเหล่านั้นก็จะเจริญเติบโต ขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นอันตรายแก่เม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และอวัยวะต่างๆ ดังนั้นจะเห็นได้ ว่าสาเหตุต่างๆ ดังกล่าวแล้วเป็นเพียงสาเหตุชักจูงเท่านั้นแต่ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงเพราะคนที่ได้รับสารเหล่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นลิวคีเมียทุกคน ซึ่งจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของแต่ละคนด้วย
ปัจจัยเสี่ยง

อาการผิดปกติทางระบบเลือด
อาการผิดปกติที่ชวนให้สงสัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
การวินิจฉัย

ประเภทของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
การรักษา

การรักษาเพื่อชักนำให้โรคสงบสมบูรณ์ (Induction of remission)
การรักษาเพื่อชักนำให้โรคสงบสมบูรณ์เป็นการให้ยาเคมีบำบัดเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระยะโรคสงบสมบูรณ์ (Complete remission หรือ CR) ยาเคมีบำบัดมาตรฐานในปัจจุบัน คือ สูตร 3+7 ได้แก่การให้ anthracycline (doxorubicin หรือ idarubicin) ทางหลอดเลือดดำ 3 วัน ร่วมกับ cytosine arabinoside ทางหลอดเลือดดำ 7 วัน พบว่า ประมาณร้อยละ 50-70 ของผู้ป่วยสามารถเข้าสู่ระยะ CR ได้ การที่จะบอกว่าผู้ป่วยอยู่ในระยะ CR หรือไม่นั้นอาศัยดูจากทางคลินิกว่า ผู้ป่วยอาการต่างๆ หายเป็นปกติ การตรวจร่างกาย ผลการตรวจเลือด กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติหมด ที่สำคัญ คือ การตรวจไขกระดูกพบเซลล์เม็ดเลือดชนิดต่างๆ ปกติ และพบเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (blast cell) น้อยกว่าร้อยละ 5 ของเซลล์ทั้งหมด อย่างไรก็ตามการที่ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะ CR ไม่ได้หมายความว่าเซลล์มะเร็งจะหมดไปจากร่างกาย แต่ว่ามีอยู่ในจำนวนที่น้อยเกินกว่าที่วิธีตรวจทางห้องปฏิบัติการธรรมดาจะตรวจได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้เคมีบำบัดหลังจากที่ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะ CR แล้ว เพื่อให้ผู้ป่วยหายขาดจากโรคจริงๆ
การรักษาระยะหลังโรคสงบ (Post remission therapy)
การรักษาระยะหลังโรคสงบเป็นการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้โรคกลับมาอีก (relapse) และเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่ยังคงเหลืออยู่ให้หมดไปจากร่างกาย ทำได้หลายทาง
การรักษาด้วยวิธีให้ยาเคมีบำบัดเป็นชุด (Consolidation therapy)
การรักษาด้วยวิธีให้ยาเคมีบำบัดเป็นชุดเป็นการให้ยาเคมีบำบัดในลักษณะเดียวกับในวิธีการรักษาเพื่อชักนำให้โรคสงบสมบูรณ์ (Induction of remission) แต่ให้ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง ห่างกัน ทุก 1-2 เดือน
การรักษาด้วยเคมีบำบัดวิธีเข้มข้น (Intensification)
การรักษาด้วยเคมีบำบัดวิธีเข้มข้น คือการให้เคมีบำบัดในขนาดสูงกว่าวิธีการรักษาเพื่อชักนำให้โรคสงบสมบูรณ์ (Induction of remission) เพื่อหวังกำจัดเซลล์มะเร็งที่ยังเหลืออยู่ที่อาจเป็นเซลล์ดื้อยา
การรักษาร่วม
การให้ยาเคมีบำบัดในขนาดสูงอาจจะร่วมกับการฉายรังสี และตามด้วยการให้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด เรียกว่าการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด โดยเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดอาจมาจากพี่น้องที่มีเนื้อเยื่อเข้ากันได้ (HLA-matched sibling donor) เรียกว่า allogeneic stem cell transplant หรืออาจจะมาจากตัวผู้ป่วยเอง โดยเก็บไว้ในระยะที่โรคสงบสมบูรณ์ เรียกว่า autologous stem cell transplant โดยทั่วไป ถ้าได้รับจากผู้อื่นจะมีปัญหาแทรกซ้อนมากกว่า แต่จะมีผลในแง่อัตราของโรคกลับมาเป็นใหม่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับที่ใช้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดของตัวผู้ป่วยเอง

การพยากรณ์โรค
วิธีดูแลหรือปฎิบัติตัวเองของผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การสงวนสิทธิ์
รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที