ปกติเม็ดเลือดแดงในกระแสเลือดของคนเราจะมีสารโปรตีนที่เรียกว่า ฮีโมโกลบิน เป็นตัวจับออกซิเจน ที่เราหายใจเข้าไปทางปอด และจะนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย สำหรับภาวะโลหิตจาง หมายถึง การที่คนเรามีโปรตีนที่เรียกว่าฮีโมโกลบินต่ำกว่าปกติ หรืออาจหมายถึงการที่คนเรามีเม็ดเลือดแดงปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่าง ๆ ได้ไม่ดี ก่อให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ง่าย หน้าตาซีด ใจสั่นง่าย และเป็นลม ภาวะโลหิตจางหรือซีด หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า เลือดน้อย ซึ่งก็หมายถึงการที่ร่างกายมีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ ทางการแพทย์จะหมายถึงการที่ระดับค่าฮีโมโกลบินในเลือดต่ำกว่า 13 กรัมต่อเดซิลิตรในผู้ชายหรือ 12 กรัมต่อเดซิลิตรในผู้หญิง ถ้าคิดเป็นค่าฮีมาโตคริตคือความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงต่ำกว่า 39 และ 36 เปอร์เซ็นต์ในผู้ชายและผู้หญิงตามลำดับ
ภาวะโลหิตจางส่วนใหญ่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง นอกจากทำให้อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ทำงานได้ไม่เต็มที่ ลดความสามารถในการเรียนรู้ พบว่าเด็กที่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก จะเรียนได้คะแนนไม่ดี และเมื่อให้ยาบำรุงโลหิตเสริม คะแนนการเรียนดีขึ้น นอกจากนี้อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอ เฉื่อยชา ภูมิต้านทานโรคต่ำ ติดเชื้อง่าย ถ้าเกิดการเจ็บป่วยหรือมีบาดแผล ก็มักจะฟื้นหายได้ช้า ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจอยู่เดิม ถ้ามีภาวะโลหิตจางรุนแรง อาจทำให้โรคหัวใจกำเริบ หรือภาวะหัวใจวายได้ สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในบ้านเราก็คือภาวะขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญอันหนึ่งสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดงของร่างกาย ซึ่งสามารถป้องกันและแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการกินอาหารที่ถูกต้อง และการเสริมบำรุงด้วยยาที่เข้าธาตุเหล็ก หรือยาบำรุงโลหิต

โลหิตจางจากการสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยลง
โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงถูกทำลายมากขึ้น
โลหิตจางจากการสูญเสียเม็ดเลือดแดงจากกระแสเลือด
ซีดจากโรคเรื้อรัง
นอกเหนือจากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ภาวะโลหิตจางอาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ตับอักเสบ และวัณโรค ผู้ป่วยที่ซีดจากโรคเรื้อรัง เช่น ไตวาย โรคตับ ข้ออักเสบ เกิดจากการที่ร่างกายสร้างเม็ดเลือดได้น้อยกว่าปกติ ผู้ป่วยโรคอื่นๆ มีอาการซีดได้เช่นกัน เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคไขกระดูกเสื่อม เป็นต้น
ซีดจากการขาดสารอาหาร
ผู้สูงอายุบางรายอาจรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ซึ่งอาจเกิดจากการที่เบื่ออาหาร มีโรคประจำตัวบางอย่าง บางคนก็เลือกรับประทานอาหาร หรือในกรณีปัญหารายได้ไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้โลหิตจางได้

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในเด็กไทย
ภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็นหรือขาดธาตุเหล็ก ซึ่งการดูแลเลี้ยงเด็กที่ถูกต้อง ให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ให้ทานยาบำรุงเลือดที่เหมาะสม ขจัดสาเหตุที่ทำให้เด็กเสียเลือดเรื้อรัง เช่น โรคพยาธิ สามารถรักษาโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กให้หายได้ โรคโลหิตจางที่เป็นปัญหาสำคัญและพบได้บ่อยในคนไทย ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ คือ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคทางกรรมพันธุ์
โรคธาลัสซีเมีย
โรคนี้สามารถถ่ายทอดได้จากบิดามารดาที่เป็นพาหะหรือภาวะแฝงมาสู่บุตร ทำให้บุตรป่วยได้โดยที่บิดามารดาไม่จำเป็นต้องมีอาการผิดปกติเลย จึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจหรือน่าตกใจ สำหรับบิดามารดาหรือผู้ปกครองที่เพิ่งเคยทราบเป็นครั้งแรกว่าบุตรหลานของตนป่วยเป็นโรคนี้ อันที่จริงประเทศไทยเรามีประชาชน ที่เป็นพาหะของธาลัสซีเมียชนิดต่างๆ รวมกัน ประมาณร้อยละ 20-30 ของประชากรทั้งหมด และคู่สมรสที่เป็นพาหะของธาลัสซีเมียประเภทเดียวกัน เมื่อให้กำเนิดบุตรแต่ละคน จะมีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมียได้ร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4
โรคโลหิตจางธาลัสซีเมียหลายประเภท ที่สำคัญในเมืองไทยคือ กลุ่มแอลฟ่าธาลัสซีเมียและกลุ่มเบต้าธาลัสซีเมีย กลุ่มแอลฟ่าธาลัสซีเมียนั้น ถ้าเป็นแบบรุนแรง จะทำให้เด็กตายคลอดหรือเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาได้ ถ้าเป็นแบบรุนแรงปานกลาง ผู้ป่วยเด็กจะมีอาการซีดเรื้อรัง ตับม้ามโต ต้องได้รับเลือดทดแทนเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะเวลาที่มีไข้หรือเจ็บป่วยไม่สบาย เด็กจะซีดลงเร็วมากเนื่องจากเม็ดเลือดแดงจะแตกทำลายเร็วขึ้นอย่างมาก สำหรับกลุ่มเบต้าธาลัสซีเมีย พวกนี้อาจมีความผิดปกติชนิดฮีโมโกลบินอี ร่วมด้วยแบบที่มีอาการรุนแรงคือโฮโมซัยกัสเบต้าธาลัสซีเมีย ผู้ป่วยเด็กจะมีอาการซีดมากตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี ตัวเหลือง ท้องป่อง ตับโตม้ามโตมาก ร่างกายเจริญเติบโตช้า ตัวเตี้ยแคระแกรน โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนแปลงผิดปกติ มีโรคเจ็บป่วยอื่นแทรกซ้อนง่าย ผู้ป่วยต้องได้รับเลือดทดแทนอย่างสม่ำเสมอ ทุก 2 - 4 สัปดาห์ จึงจะดำรงชีวิตอยู่ได้ มิฉะนั้น สุขภาพจะทรุดโทรมอย่างมาก ซีดมากจนหัวใจวาย และมีอายุขัยสั้น โรคเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอี ก็เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในเด็กไทย อาการอาจจะรุนแรงมากหรือค่อนข้างรุนแรงก็ได้
อาการ
การวินิจฉัย
แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะโลหิตจางได้โดยการตรวจวัดสัดส่วนของเม็ดเลือดแดงในเลือด หรือวัดความเข้มข้นของฮีโมโกลบินในเลือด หลังจากนั้นแพทย์จะต้องตรวจหาโรคที่เป็นสาเหตุของภาวะโลหิตจางนั้น ๆ เพื่อให้การรักษาได้ตรงตามสาเหตุต่อไป บางครั้งเด็กมีสุขภาพอ่อนแอ เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ ดูซีดๆ เหลืองๆ อ่อนเพลียง่ายเลี้ยงไม่โต อาการต่างๆ เหล่านี้ อาจบ่งบอกถึงว่าเด็กป่วยเป็นโรคโลหิตจางได้ ถ้าสงสัยว่ามีภาวะโลหิตจาง ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้การวินิจฉัยที่ถูกต้องว่าเป็นภาวะโลหิตจางชนิดใดเพื่อที่จะให้การรักษาที่ถูกต้องต่อไป ในรายที่ไม่แน่ใจหรือสงสัยว่ามีโรคอื่นๆ แพทย์อาจทำการตรวจเลือด ซึ่งมักพบว่ามีระดับความเข้มข้นของเลือดต่ำกว่า 12 กรัม/เดซิลิตร นอกจากนี้อาจทำการตรวจพิเศษอื่นๆ เช่น ตรวจอุจจาระ ปัสสาวะ เอกซเรย์ เจาะไขกระดูก ใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารหรือลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
การรักษา
การป้องกัน
เม็ดเลือดแดงนาโน
ที่มา: นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การสงวนสิทธิ์
รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที