18
Jun 09
User Rating:  / 1
PoorBest 

โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) หรือไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นโรคติดต่อนำโดยแมลง คล้ายกับโรคไข้เลือดออก ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ Chikungunya มาจากภาษาท้องถิ่นของแอฟริกา ซึ่งอธิบายถึงลักษณะบิดงอตัวจากอาการปวดข้ออย่างรุนแรง ในประเทศไทยพบการระบาดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2501 ที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้นพบในจังหวัดอื่นๆ บ้าง จนพบการระบาดครั้งล่าสุดในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 ที่จังหวัดนราธิวาส และ จังหวัดปัตตานี และระบาดไปยังหลายจังหวัดทางภาคใต้ในเวลาต่อมา

อาการของโรค

ผู้ป่วยมักมีอาการไข้เฉียบพลัน ปวดศีรษะมาก คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการปวดข้อ ข้อบวมแดงอักเสบและเจ็บบริเวณข้อมือ ข้อเท้า และข้อต่อของแขนขา อาจพบอาการปวดกล้ามเนื้อด้วย หลังจากนั้นจะเกิดผื่นบริเวณลำตัวและแขนขา มักไม่คัน อาการไข้อาจจะทุเลาขึ้นในระยะ 2 – 3 วันหลังเริ่มป่วย และผื่นจะลอกเป็นขุย และหายได้เองภายใน 7 – 10 วัน

ระยะฟักตัวของโรค : 2 – 12 วัน (โดยทั่วไป 4 – 8 วัน)

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโดยจำเพาะ แพทย์จะรักษาตามอาการ โดยเฉพาะอาการปวดข้อ และรับประทานยาลดไข้ (ห้ามรับประทานยาแอสไพรินเพื่อลดไข้ เนื่องจากจะทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น) เช็ดตัวลดไข้เป็นระยะๆ ดื่มน้ำ และนอนหลับให้เพียงพอ

การติดต่อของโรค

ติดต่อจากคนสู่คนโดยยุง การระบาดในเมืองมักเกิดจากยุงลายบ้าน การระบาดในเขตชนบทมักเกิดจากยุงลายสวน ยุงลายทั้งสองชนิดนี้ ชอบกัดในช่วงเวลากลางวัน

แนวทางการป้องกันโรค

  1. หากมีอาการไข้ ปวดข้อ ออกผื่น ให้รีบพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที
  2. หากมีผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลายในครอบครัว หรือในหมู่บ้าน ไม่ควรเดินทางไปพื้นที่อื่น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
  3. ป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด
  4. ป้องกันชุมชนโดยการสำรวจ และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย

ที่มา : นพ.วีรวรรธ คลายนา
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

Share

Disclaimer

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์

รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที