18
Jun 09
User Rating:  / 4
PoorBest 

ทุกวันศุกร์กำจัดลูกน้ำยุงลาย ฆาตกรร้ายในบ้านคุณ นี่คือคำขวัญที่กระทรวงสาธารณสุขใช้รณรงค์ในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ซึ่งก็เป็นคำที่ฮิตติดปากคนในวงการสาธารณสุข และประชาชนทั่วไปมากพอสมควรแล้ว มีหลายคนถามว่า ทำไมต้องเป็นวันศุกร์ วันอื่นไม่ได้หรือ ฉันไม่สะดวกทำในวันศุกร์ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจที่มาของคำขวัญนี้กัน ซึ่งก็มีเจตนาเพื่อเป็นการตัดตอนวงจรการเกิดยุงลายในรอบสัปดาห์ เพราะวงจรชีวิตการเกิดยุง จากลูกน้ำ ที่จะกลายมาเป็นยุงใช้เวลา 7-11 วัน ส่วนเหตุผลที่เลือกวันศุกร์มีดังนี้ครับ

  1. เพื่อความพร้อมเพรียงกัน และจดจำได้ง่าย เพราะถ้าหากทำไม่พร้อมกัน ในชุมชนเดียวกันก็ไม่สามารถควบคุมการเกิดยุงลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การที่ผู้ปกครอง กำจัดลูกน้ำยุงลายที่บ้านในวันศุกร์ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกน้ำที่มีอยู่กลายเป็นยุงตัวเต็มวัยในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ต้อนรับการกลับมาอยู่บ้านของบุตรหลานที่ใช้เวลาอยู่กับบ้านมากกว่าวันธรรมดา เป็นการจะช่วยลดอัตราการเสี่ยงการเกิดโรคไข้เลือดออก ของบุตรหลานด้วย ส่วนที่โรงเรียนทำกันในวันศุกร์ สัปดาห์ต่อไปก็จะยังไม่มียุงลายที่เกิดจากลูกน้ำอยู่เช่นเดิม
  3. การทำกิจกรรมกำจัดลูกน้ำยุงลายที่โรงเรียนของนักเรียนในวันศุกร์ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเด็กนักเรียน เนื่องจากผลของกิจกรรมกำจัดลูกน้ำนอกห้องเรียน อาจส่งผลให้นักเรียนเกิดการเหนื่อยล้า และมีสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า ซึ่งถ้าจัดในช่วงบ่ายวันศุกร์นักเรียนสามารถกลับไปพักผ่อนและนำเสื้อผ้าที่สกปรกมากๆ ไปซักในวันหยุดได้เลย

ทั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า คนที่ไม่สะดวกในการกำจัดลูกน้ำยุงลายในวันศุกร์ จะไม่สามารถทำในวันอื่นได้ หัวใจของการควบคุมไข้เลือดออกคือการทำอย่างไรไม่ให้มียุงลายพาหะนำเชื้อไวรัสเด็งกีสาเหตุของโรคไข้เลือดออก ซึ่งก็ต้องตัดตอนวงจรการเจริญเติบโต ตั้งแต่ตอนที่เป็นลูกน้ำซึ่งเปรียบเหมือนเป้านิ่งสามารถกำจัดได้ง่ายกว่าตอนเป็นตัวยุงที่เหมือนเป้าบิน ท่านใด ไม่สะดวกในการกำจัดในวันศุกร์ก็สามารถเลือกทำในวันอื่นได้ แต่ขอให้มีความสม่ำเสมอต่อเนื่องเป็นสำคัญ

คำขวัญที่ว่า "ทุกวันศุกร์จำจัดลูกน้ำยุงลาย ฆาตกรร้ายในบ้านคุณ" จึงมีความหมายและเหตุผลความเป็นมาตามที่กล่าวมาครับ

ไข่ อันตราย

ช่วงนี้เรื่องไข่กำลังมีความสำคัญ ยิ่งมีราคาสูงประชาชนก็ยิ่งเดือดร้อน และไข่อีกชนิดหนึ่งที่จะมองข้ามไม่ได้ในช่วงเข้าฤดูฝนนี้ก็คือ ไข่ยุงลาย เมื่อยุงลายผสมพันธุ์กันแล้วก็จะอาศัยแหล่งพลังงานจากน้ำหวานจากเกษรดอกไม้สำหรับการบิน ส่วนยุงลายตัวเมียต้องกินเลือดคนหรือสัตว์เลือดอุ่น เพื่อนำโปรตีนในเลือดไปเลี้ยงรังไข่ หลังจากนั้นอีก 2-3 วัน ยุงลายตัวเมียก็จะหาที่วางไข่ ซึ่งก็มักวางไข่ตามผิวภาชนะเหนือระดับน้ำเล็กน้อย โดยจะวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ และรวมกันเป็นกลุ่มครั้งละประมาณ 100 ฟอง ไข่ยุงลายมีลักษณะรีคล้ายกระสวย เมื่อวางไข่ออกมาใหม่ๆ จะมีสีขาวนวล ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และดำภายใน 24 ชั่วโมง ยุงลายจะวางไข่มากน้อยขึ้นอยู่กับจังหวะของแสงเป็นองค์ประกอบ จากการศึกษาพบว่ายุงลายวางไข่มากที่สุด ตอนเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ไข่ของยุงลายมีความสำคัญอยู่ 2 กรณีดังนี้

  1. ไข่ตกค้างบนภาชนะ ในช่วงฤดูแล้งเมื่อครั้งยุงลายมาไข่ไว้ที่ผนังภาชนะแล้วน้ำระเหย หรือแห้งไป แต่ไข่ยุงลายยังไม่เน่าเสีย ไข่ที่มีตัวอ่อนภายในที่ถึงแม้จะเจริญเติบโตเต็มที่แล้วก็จะทนต่อความแห้งแล้งในสภาพนั้นได้นานหลายเดือนหรือเป็นปี เมื่อไข่ได้รับความชื้นหรือมีน้ำมาท่วมขังก็จะฟักเป็นลูกน้ำได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว 20-60 นาที แต่อัตราการฟักออกเป็นลูกน้ำจะลดน้อยลงตามระยะเวลาที่นานขึ้น
  2. ไข่ใหม่ ก็คือไข่ที่จะเกิดจากยุงลายเพศเมียที่ผสมพันธุ์และออกกัดกินเลือดคนแล้ว 2-3 วันต่อมาก็จะหาที่วางไข่ ตัวอ่อนที่อยู่ในไข่จะเจริญเติบโตพร้อมที่จะฟักออกเป็นลูกน้ำภายใน 2 วัน อัตราการฟักเป็นลูกน้ำจะสูงกว่าไข่ที่แห้งไปนานๆ

เห็นไหมละครับว่าไข่ยุงลายนั้นสำคัญไฉน ภาชนะที่วางระเกะระกะหรือใช้อยู่ จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ทั้ง 2 กรณี ฝากความปรารถนาดีให้ช่วยกันเก็บทำลายหรือขัดถูบ่อยๆ จัดระเบียบ ภาชนะเหล่านั้นให้เข้าที่เข้าทางก็จะเป็นวิธีการตัดตอนวงจรการเกิดยุงลายได้ดีวิธีหนึ่งและเป็นอีกทางหนึ่งที่จะป้องกันภัยร้ายไข้เลือดออกได้ครับ

ที่มา : นพ.จอมศักดิ์ สุรกิจบวร
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

Share

Disclaimer

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์

รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที