01
Jan 01
User Rating:  / 0
PoorBest 

การปฐมพยาบาลฉุกเฉินมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ที่เจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุในเบื้องต้น ก่อนที่จะนำส่งไปยังสถานพยาบาล หรือโรงพยาบาล ซึ่งมีบุคลากรและเครื่องมือพร้อมต่อไป การช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างน้อยก็ต้องที่จะไม่ทำให้อาการเจ็บป่วยนั้นแย่ลงไปกว่าเดิม และในบางกรณีสามารถที่จะช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันท่วงที เช่น กรณีมีบาดแผลเลือดออกมาก ถ้าสามารถให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพียงกดแผลไว้ให้เลือดหยุดเท่านั้น ก็สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยจากการสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมากได้ ถ้าหากช่วยเหลือไม่ทัน เลือดออกมากๆ จะทำให้เกิดภาวะช็อคทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

สำหรับการปฐมพยาบาลกรณีฉุกเฉิน ความสำคัญในเรื่องนี้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ และลำดับความสำคัญของการช่วยเหลือก่อนหลัง เท่าที่ขีดความสามารถและสามัญสำนึกของแต่ละคนที่มีแตกต่างกันออกไป การเข้ารับการอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จะมีส่วนช่วยให้ท่านมีความรู้เพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ญาติผู้ใหญ่ บุคคลที่ใกล้ชิดหรือคนอื่นๆ ที่เผอิญท่านอยู่ในเหตุการณ์วิกฤตนั้นๆ

สำหรับลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือมีดังนี้

  1. การหายใจ มนุษย์เราสามารถที่จะทนต่อการขาดอ๊อกซิเจนประมาณ 4-5 นาที มิฉะนั้นสมองจะตาย และเสียชีวิตได้ทันที
  2. การเสียเลือด มนุษย์เรามีการไหลเวียนของโลหิตเพื่อนำอ๊อกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองและตัวหัวใจเอง หากเสียเลือดมากเลือดที่เหลืออยู่นำอ๊อกซิเจนไปเลี้ยงสมองและหัวใจไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้
  3. การบาดเจ็บต่อสมอง ผู้ที่ได้รับการกระทบกระเทือนต่อสมองจนหมดสติแต่ยังหายใจได้เอง ต้องระมัดระวังในระบบการหายใจต้องไม่ให้มีการอุดตัน ไม่ว่าจะเป็นการสำลัก หรือมีสิ่งของอุดตันช่องทางเดินหายใจ เพราะสมองที่ได้รับแรงกระทบกระเทือนจะยิ่งแย่ลงไปอีก ถ้าการนำอ๊อกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง
  4. การบาดเจ็บต่อกระดูก กระดูกหักจะมีผลทำให้มีการเสียเลือดมาก ๆได้ ซึ่งจะส่งผลร้ายต่อการทำงานของสมองและตัวหัวใจเอง เพราะขาดเลือดที่นำอ๊อกซิเจนมาลี้ยง จะทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้
Share

Disclaimer

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์

รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที