22
Jul 09
User Rating:  / 6
PoorBest 

อุบัติเหตุบริเวณเบ้าตา การเกิดอุบัติเหตุทางตา สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อหรือเกิดกับใครก็ได้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 พวกใหญ่ๆ คือ

 

อันดับแรก นอกจากผงที่มีขนาดเล็กเข้าตาแล้ว อาจเกิดจากมีวัตถุมากระทบกระแทก ทิ่มแทงหรือฝังอยู่ข้างในตา จะมีอาการระคายเคือง ลืมตาไม่ขึ้น สายตามัวลง ถ้าแน่ใจว่าเป็นผงหรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา ให้ทดลองใช้ของสะอาดเช็ดออกหรือลืมตาในน้ำสะอาด ถ้าทำแล้วไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์ และอย่าซื้อยาหยอดตาเอง อาจมีผลแทรกซ้อนกับตาได้ อาจมีผลเสียมากขึ้นจากการติดเชื้อหรือจากความพยายามของผู้ที่ช่วยเหลือมากจนเกินไป เป็นผลให้เกิดมีหนองในตา และอาจตาบอดได้ในที่สุด

อันดับที่สอง พวกที่ได้รับสารเคมีเข้ามาบริเวณตา เช่น กรด ด่าง น้ำยาสารเคมีต่างๆ อาจจะโดยอุบัติเหตุหรือจากการจงใจโดยผู้ไม่หวังดี จะมีผลทำให้เนื้อเยื่อในตาอาจถูกทำลาย หลักการใหญ่ๆ ให้พยายามล้างด้วยน้ำทันทีโดยเร็วที่สุด จะเป็นน้ำอะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้ตัวเรา เช่น น้ำประปา น้ำฝน น้ำคลอง น้ำในตุ่ม น้ำดื่ม เป็นต้น ควรจะล้างให้มากๆ และนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากนั้นให้รีบไปพบแพทย์ การใส่แว่นตาเพื่อป้องกันเป็นสิ่งจำเป็นมาก โดยเฉพาะพวกที่ต้องทำงานเกี่ยวกับน้ำยาเคมีต่างๆ ตาเป็นอวัยวะที่สำคัญมากสำหรับคนเราทุกคน การระวังสิ่งที่อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บกับตา จึงควรให้ความสำคัญค่อนข้างมาก และไม่ควรอยู่ในสภาวะใดๆ เลยที่มีความเสี่ยงต่อดวงตาของท่าน

อุบัติเหตุทางตา

อุบัติเหตุทางตาเป็นภาวะฉุกเฉินทางตาที่พบได้บ่อย และถ้าให้การรักษาหรือคำแนะนำไม่ถูกต้อง ผู้ป่วยอาจจะตาบอด หรือสูญเสียสายตาไปตลอดชีวิต ในปัจจุบันจึงมีผู้ให้ความสนใจในภาวะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต่อตาเพิ่มมากขึ้น ทั้งในแง่ของการป้องกัน และการรักษา มีการพัฒนาเทคนิคในการดูแลรักษาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาองค์ความรู้

ในการดูแลรักษาภาวะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต่อตานั้นคือ การขาดคำจำกัดความที่เป็นมาตรฐาน ทำให้มีการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างแพทย์ที่ดูแลรักษา และยากต่อการทำวิจัยที่เกี่ยวกับภาวะอุบัติเหตุทางตา

ocular trauma score

ช่วยให้จักษุแพทย์ บุคคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุทางตา หรือผู้ป่วยเองสามารถประเมินความรุนแรงของอุบัติเหตุทางตาได้โดยอาศัยข้อมูลจากการตรวจทางจักษุเบื้องต้น ด้วยการประเมินโดยใช้เกณฑ์ตาม ocular trauma score ซึ่งจะทำให้ทราบถึงสาเหตุของอุบัติเหตุทางตาชนิด และความรุนแรงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่วิธีแก้ไข และป้องกันอุบัติเหตุทางตา

ข้อมูลที่จะนำมาคำนวณ ocular trauma score ได้แก่

  1. ระดับการมองเห็นเบื้องต้น
  2. ruptured globe
  3. endophthalmitis
  4. perforating injury
  5. retinal detachment
  6. afferent pupillary defect

การตรวจและการรักษา

ควรเริ่มจากการซักประวัติของการบาดเจ็บ บันทึกลักษณะของบาดแผล ควรซักถามหรือค้นหาประวัติเก่าเกี่ยวกับความสามารถของการมองเห็นก่อนได้รับการบาดเจ็บ สภาพตาก่อนที่ได้ รับบาดเจ็บ 2 การรักษาก่อนที่มาพบแพทย์ โรคประจำตัว การแพ้ยา จะต้องนึกถึงแผลแทงทะลุลูกตาเสมอในกรณีที่มีแผลบริเวณตา หรือใบหน้าส่วนบนจนกว่าจะพิสูจน์ได้ การตรวจควรเริ่มตั้งแต่ตรวจความสามารถในการมองเห็นโดยตาเปล่า และโดยการแก้ไขด้วยแว่นหรือ pinhole ตรวจลานสายตา ตรวจสภาพของตาจากด้าน หน้าเข้าไปด้านใน ซึ่งทำได้โดยดูขนาด และรูปร่างของรูม่านตา การตอบสนองต่อแสงของรูม่านตา การเคลื่อน ไหวของลูกตา ทดสอบความรู้สึกของผิวหนังรอบลูกตา ตรวจคลำบริเวณกระดูกรอบเบ้าตาว่าไม่มีการแตกหักของกระดูกเบ้าตา ส่องไฟฉายดูบริเวณเปลือกตา บริเวณผิวนอกของลูกตา เช่น กระจกตา เยื่อบุตาว่ามีสิ่งแปลก ปลอม เลือดออก การฉีกขาด ความลึก และความใสของช่องหน้าลูกตา ควรตรวจเปรียบเทียบระหว่างม่านตา และรูม่านตาของตาทั้งสองข้างถึงขนาดรูปร่าง และปฏิกิริยาตอบสนองต่อแสง ถ้าพบว่าลูกตายังคงสภาพดี และไม่ได้รับบาดเจ็บ เราควรพลิกเปลือกตาบน และล่างตรวจดูอย่างละเอียด อาจใช้ direct ophthalmoscope ตรวจดูแก้วตา น้ำวุ้นลูกตา จอประสาทตา และ optic nerve ในทุกรายที่พบว่ามีการบาดเจ็บของดวงตา และเราควรตรวจตาอีกข้างด้วยเสมอ กรณีที่พบว่ามีการแตกของลูกตาเราควรหลีกเลี่ยงการตรวจที่อาจไปกดลูกตา ควรปิดตาด้วยก๊อสปิดตา และครอบตาด้วยที่ครอบตา

การบาดเจ็บจากสารเคมีที่ตา

ต้องให้การวินิจฉัย และการรักษาอย่างเร่งด่วน ควรรู้ประวัติว่าถูกสารเคมีประเภทใด ภาวะความเป็นกรดด่างของสารเคมีนั้น ความรุนแรงของอาการขึ้นกับความเป็นกรดด่าง ความเข้มข้นของสารเคมี และระยะเวลาก่อนที่จะมาพบแพทย์ ด่างจะมีปฏิกิริยารุนแรงกว่ากรด เนื่องจากด่างจะไปทำปฏิกิริยาต่อผนังเซลล์ และซึมลึกเข้าไปในลูกตาได้มาก แต่โดยทั่วไปก็จะมักไม่ลึกเกินกว่าระดับแก้วตา ส่วนกรดจะไปทำปฏิกิริยากับโปรตีน ทำให้โปรตีนภายในเซลล์ตกตะกอนกลายเป็นตัวกั้นไม่ให้มีการแทรกซึมได้ลึกลงไป ซึ่งจะทำลายแต่เพียงชั้นผิวของตาเท่านั้น

อาการ และอาการแสดงมีปวดตา ตาขาวแดง น้ำตาไหล ตาสู้แสงไม่ได้ แสบตา ระคายเคืองตา การมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว เยื่อบุผิวของกระจกตาหายบางส่วนหรือทั้งหมดโดยเฉพาะบริเวณที่ไม่มีเปลือกคลุม กระจกตามักจะขาวขุ่น และบวม มีการหายไปของเยื่อบุผิวของกระจกตาเกิดเป็นแผลที่กระจกตา เยื่อบุตาขาวแดง และบวม บริเวณรอบกระจกตาจะซีด ตาขาวซีดขาว และไม่ปวด ซึ่งพวกนี้จะมีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดีเพราะแสดงถึงการขาดเลือดมาเลี้ยงลูกตาส่วนหน้าที่สัมผัสกับสารเคมีนั้นอย่างรุนแรง ความดันตาอาจปกติหรือสูงขึ้นอยู่กับภาวะกรดด่าง และความแรงของกรดด่างนั้น โดยพวกด่างจะก่อให้เกิดความรุนแรงมากกว่า

การรักษาในเบื้องต้นต้องรีบล้างตาด้วยน้ำ หรือของเหลวที่มีฤทธิ์เป็นกลางเช่น น้ำเกลือ ควรล้างติดต่อกันประมาณ 60 นาที เป็นอย่างน้อยหรือจนกว่าพบแพทย์ จากนั้นก็ควรทำการล้างด้วยน้ำเกลือที่ปลอดเชื้อ ถ้าพบเศษของสิ่งแปลกปลอมต้องเขี่ยออกเพราะนอกจากจะป้องกันการขูดขีดต่อดวงตาแล้ว มันอาจจะเป็นตัวถูกละลายก่อให้เกิดภาวะกรดด่างต่อดวงตาต่อได้ ห้ามทำให้เกิดภาวะความเป็นกลางโดยใช้สารละลายที่มีฤทธิ์ความเป็นกรดด่างตรงข้ามเพราะจะทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น ติดตามว่าภาวะกรดด่างของตาดีขึ้นหรือไม่ด้วยการทดสอบความเป็นกรดด่าง ในกรณีที่ไม่รุนแรง อาจให้แค่ยาหยอดตาในกลุ่มยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ร่วมกับให้ยาหยอดตาในกลุ่ม cycloplegic เพื่อลดการอักเสบ และอาการปวด ในกรณีที่เป็นรุนแรง ควรให้การรักษาเพิ่มเติมคือ ควรให้ยาหยอดตาในกลุ่มสเตียรอยด์ ร่วมกับให้วิตามินซี 2-4 กรัมต่อวัน ควรวัดความดันตาอยู่เสมอ เพื่อป้องกันภาวะความดันตาสูง ถ้าพบว่าความดันตาสูงกว่าปกติ ต้องพิจารณาให้ยารักษาลดความดันตาควบคุมไว้ด้วย

กระดูกเบ้าตาแตก

กระดูกเบ้าตาแตกเป็นการอุบัติเหตุบริเวณในหน้าที่พบได้บ่อย มักเกิดจากการถูกกระแทกด้วยวัตถุที่ใหญ่กว่าเบ้าตา ส่วนมากจะพบเป็นการแตกของพื้นเบ้าตา ซึ่งเป็นกระดูกหักบริเวณใบหน้าที่พบได้บ่อยอันดับ 2 รองจากกระดูกสันจมูกหัก อาการ และอาการแสดงพบว่ามีเปลือกตาบวม พบรอยเขียวช้ำรอบเบ้าตา ไม่สามารถกลอกตามองขึ้นบนได้เต็มที่ เห็นภาพซ้อน และปวดตาโดยเฉพาะเวลากลอกตามองขึ้น ลูกตายุบตัวลงไปในเบ้าตา ชาบริเวณใต้ตาชาบริเวณแก้ม ชาตามแนวของเส้นประสาทอินฟราออบิทัล บางครั้งอาจพบลูกตาโปนออกมาเนื่องจากเนื้อเยื่อของเบ้าตาและรอบๆ เบ้าตาบวม ถ้าเราลองเอาไม้พันสำลีผลักลูกตาขึ้นแล้วพบว่ามีแรงต่อต้านแสดงว่ามีกระดูกส่วนฐานของกะโหลกศีรษะแตกร่วมด้วย

การวินิจฉัยสามารถทำได้โดยการซักประวัติการบาดเจ็บ ตรวจร่างกายด้วยเอ๊กซเรย์เบ้าตาในท่า Water’s view ซึ่งจะทำให้เห็นเงาของรอยแตกได้ชัดเจน และตรวจเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะท่า coronal sections

การรักษากรณีที่กระดูกเบ้าตาแตกไม่มาก ไม่มีอาการแสดงของเนื้อเยื่อภายในเบ้าตาติดคาในรอยแตกให้รักษาตามอาการไม่ต้องผ่าตัด แต่ถ้าพบว่าตาไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งปกติได้ หรือเห็นภาพซ้อนเวลามองขึ้น ดวงตายุบลงมากกว่าหรือเท่ากับ 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับตาอีกข้างที่ปกติ มักจะทำภายใน 7-14 วัน แต่ในกรณีที่เกิดร่วมกับลูกตาแตก หรือเลือดออกในช่องหน้าลูกตา จะไม่รีบผ่าตัดแก้ไขเรื่องกระดูกหัก จนกว่าการบาดเจ็บทีเกิดร่วมนี้ได้รับการรักษาหรือกลับเข้าสู่ภาวะที่เหมาะสมก่อน เพราะการผ่าตัดนี้จะทำให้การบาดเจ็บที่เกิดร่วมนี้เป็นมากขึ้นกว่าเดิมได้ กรณีที่กระดูกหัก เกิดร่วมกับมีการแตกของไซนัส ควรให้ยาปฏิชีวนะรับประทาน 5-7 วัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากบริเวณไซนัส

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

Share

Disclaimer

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์

รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที