19
Jan 09
User Rating:  / 7
PoorBest 

จิตวิทยาทางการกีฬา หรือ Sports Psychology เป็นสาขาหนึ่งในวิทยาศาสตร์การกีฬา (Sports Science) ที่มีความจำเป็นสำหรับนักกีฬาทุกๆคนในระดับการแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศ หรือแม้แต่การแข่งขันทั่วๆไปที่ต้องการชัยชนะเหนือคู่แข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาที่ต้องการสมาธิระหว่างการแข่งขันค่อนข้างมาก เช่น กีฬายิงปืน ยกน้ำหนัก ยิมนาสติก กรีฑา (ในประเภทที่เวลาในตอนสตาร์ทเป็นหัวใจของความสำเร็จ) เทนนิส กอล์ฟ และอื่นๆแม้แต่กระทั่งประเภททีม เช่น ฟุตบอล ก็มีความสำคัญแม้ในเวลาเล่นปกติที่มีคนดูมากมาย หรือในสนามแข่งขันของคู่ต่อสู้ จะเกิดความกดดันมาก โดยเฉพาะนักกีฬาฟุตบอลหน้าใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก ตลอดจนในบางภาวะ เช่น การเตะลูกโทษ เพื่อตัดสินเข้ารอบหรือตกรอบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเตะลูกโทษเพื่อเป็นผู้ชนะเลิศ หรือถ้าแพ้หมายถึงเป็นทีมรองชนะเลิศ เกียรติยศชื่อเสียง รวมทั้งเงินรางวัลค่าตอบแทน จะมีความแตกต่างกันอย่างมากมาย สิ่งต่างๆเหล่านี้ท่านผู้อ่านคงพอจะนึกถึงความสำคัญของจิตใจที่ต้องหนักแน่นของนักกีฬาแล้วนะครับว่าต้องมั่นคงและนิ่งแค่ไหนจึงจะทำให้ผ่านพ้นวิกฤตตรงนั้นไปได้ด้วยดี

ประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้น

ในการประชุมอนุกรรมาธิการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่ห้องประชุมของวุฒิสภา ซึ่งมีศาสตราภิชาน นายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ เป็นประธาน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยา ทั้งจิตแพทย์ (Psychiatrist) และนักจิตวิทยา (Psychologist) ที่ทำงานด้านจิตวิทยาทางการกีฬามาประชุมกัน เพื่อต้องการทราบว่า งานด้านนี้ในประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าไปถึงระดับใด และเราควรจะมีแผนพัฒนางานด้านนี้ไปในทิศทางใด ตลอดจนได้เรียนเชิญนายแพทย์เอาชัย กาญจนพิทักษ์ อดีตนักยิงปืนทีมชาติและเป็นผู้บริหาร / ผู้จัดการนักยิงปืนทีมชาติไทยมาร่วมประชุมด้วย ทำให้เราเห็นภาพของความสำคัญของเรื่องจิตวิทยาทางการกีฬาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นักยิงปืนระดับโลกชาวสหรัฐอเมริกาสามารถที่จะยิงเข้าเป้าได้คะแนนเต็มมาตลอดทุกครั้ง แต่การยิงครั้งสุดท้ายยิงไปเข้าเป้าของคนอื่นทำให้คะแนนเฉลี่ยออกมาแพ้คนอื่นไปแบบไม่น่าเป็นไปได้และยิ่งระบบการแข่งขันในปัจจุบันมีการยิงปืนไปแต่ละครั้งแล้วนำมาเปรียบเทียบกันทันทีว่านักยิงปืนท่านใดได้คะแนน อยู่ในลำดับเท่าใด ซึ่งจะเพิ่มความกดดันมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ที่ต่างคนต่างยิงจนครบแล้วนำคะแนนรวมมาเปรียบเทียบกัน ดังนั้นในอดีตจึงมีการใช้ยาบางตัวเพื่อเป็นการลดความตื่นเต้น โดยควบคุมการเต้นของหัวใจไม่ให้ตื่นเต้นไปกับภาวะกดดันต่างๆ ซึ่งมีผลต่อสมองและระบบประสาทอัตโนมัติ จนทำให้นักกีฬาตื่นเต้นและไม่สามารถควบคุมตัวเองให้มีสมาธิได้ เช่นเดียวกับเวลาฝึกซ้อม ซึ่งไม่มีความกดดันใดๆ เช่นในขณะแข่งขัน

จิตวิทยาทางการกีฬา ในความหมายของผู้เชี่ยวชา

ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ จิตแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดีและเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาด้วย ได้เขียนถึงความสำคัญของจิตวิทยาทางการกีฬาไว้ดังนี้

จิตวิทยาทางการกีฬา เป็นการให้ศึกษาถึงพฤติกรรมของการเล่นกีฬาโดยที่มีศาสตร์ที่สำคัญคือ Brain psychology และ Kinesiology เพื่อเกิดการเข้าใจถึง ภาวะจิตใจรวมทั้งปัจจัยทางจิตวิทยาที่จะมีผลต่อสมรรถนะการเล่นกีฬา และการออกกำลังกายที่เหมาะสม โดยเป็นการส่งเสริมให้มีประสิทธิภาพของบุคคลรวมทั้งเป็นทีมของนักกีฬาในด้านภาวะจิตใจที่เกิดจากผลการแขงขันกีฬาและภาวะบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

เราได้มีโอกาสเห็นถึงภาวะกดดันของนักกีฬาเป็นประจำในหลายๆขั้นตอนเช่น

  1. ก่อนการได้รับเลือกเป็นตัวแทนของกีฬาในประเภทต่างๆ
  2. ในช่วงการเข้าค่ายเตรียมตัวเพื่อความสมบูรณ์พร้อมของการเข้าสู่การแข่งขัน
  3. ช่วงสำคัญที่สุด คือ ช่วงที่แข่งขันในกีฬาประเภทต่างๆ ซึ่งเป็นความตึงเครียดสูงสุดทางจิตใจของนักกีฬา
  4. เราคงต้องเข้าใจถึงภาวะการปรับตัวทางจิตใจของนักกีฬา ภายหลังการแข่งขัน ซึ่งผู้ที่ได้รับชัยชนะก็อาจมีภาวะจิตใจที่มีความสุข แต่ยากที่จะลืมภาวะ Hero Effect ที่ภายหลังการฉลองชัยชนะผ่านไป และภาวะพฤติกรรมเสี่ยงที่ตามมา อีกกลุ่มคือ กลุ่มที่พ่ายแพ้ในการแข่งขัน เป็นกลุ่มที่สังคมมักจะลืม และก่อให้เกิดผลกระทบทางจิตใจสูงในกลุ่มนักกีฬาเหล่านี้ ซึ่งเราขาดโอกาสซึ่งโอกาสที่สำคัญที่การพ่ายแพ้เป็นวิกฤต แต่ก็เป็นโอกาสให้เกิดการพัฒนาของนักกีฬาเรา ซึ่งจะเป็นผู้ที่พัฒนาดีขึ้น และนำผลสำเร็จต่อวงการกีฬาเราต่อไป
  5. ภาวะจิตใจของคนในสังคมต่อผลการแข่งขันในกีฬาในวาระต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการกีฬาในประเภทนั้นๆ
    งานจิตวิทยาทางการกีฬาในประเทศไทย

จากในที่ประชุมทำให้เราทราบว่า ผู้ที่เชี่ยวชาญหรือทำงานด้านจิตวิทยาทางการกีฬาในประเทศไทยยังมีจำนวนจำกัด ผมขอใส่รายชื่อ นักจิตวิทยาทางการกีฬาที่เคยมาร่วมงานกับการกีฬาแห่งประเทศไทยในกีฬาระดับซีเกมส์ / เอเชี่ยนเกมส์ มาไว้ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่ามีใครกันบ้างดังนี้

  1. ผศ.ดร.นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร มหาวิทยาลัยบูรพา
  2. ดร.สืบสาย บุญวีรบุตร มหาวิทยาลัยบูรพา
  3. ดร.ฉัตรกมล สิงห์น้อย มหาวิทยาลัยบูรพา
  4. ดร.อาพรรณชนิต ศิริแพทย์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  5. นายแพทย์วิชัย จุลวนิชย์พงษ์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  6. ผศ.แพทย์หญิงรวิวรรณ นิวาตพันธุ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  7. ดร.ลัดดา พันธ์กำเนิด สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตเชียงใหม่
  8. ดร.พิชิต เมืองนาโพธิ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  9. ดร.พิมพา ม่วงศิริธรรม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  10. ดร.ธนิดา จุลวนิชย์พงษ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  11. นายกฤตพล พิทธไชย สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตชลบุรี
  12. นายอำนวย ตันพาณิชย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  13. ดร.อนุสรณ์ มนตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  14. นางสาววิมลมาศ ประชากุล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  15. ดร.สุพัชรินทร์ ปานอุทัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  16. นางสาวรุจา เล้าสกุล เกษียนอายุราชการ
  17. นางสาวจุฑาธิป วัชรานนท์ กรมสุขภาพจิต
  18. นางสาวชโลทร ศรีมณี ธุรกิจส่วนตัว
  19. นายชูศักดิ์ พัฒนะมนตรี การกีฬาแห่งประเทศไทย

ผมอาจจะตกหล่นชื่อนักจิตวิทยาท่านอื่นๆไปก็ต้องขออภัยไว้ในที่นี้ด้วย สำหรับจิตแพทย์ที่ทำเกี่ยวกับด้านจิตวิทยาทางการกีฬาด้วย ยิ่งมีความจำกัดมากขึ้นไปอีก เพราะโดยภาพรวมของทั้งประเทศไทยแล้ว จิตแพทย์สำหรับรักษาผู้เจ็บป่วยทางจิตยังมีจำนวนที่ยังไม่เพียงพอ ดังนั้นการที่จะมีจิตแพทย์ที่จะเข้ามาช่วยเหลืองานด้านกีฬา ก็ยิ่งมีโอกาสน้อยลงไปด้วย ดังนั้นงานด้านจิตวิทยาทางการกีฬาของประเทศไทย จึงจะต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะหนึ่ง เราคงต้องอาศัยทรัพยากรบุคคลที่มีอย่างจำกัดนี้อย่างไร ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คงเป็นเรื่องท้าทายผู้บริหารงานด้านกีฬาของประเทศไทยว่าควรจะทำอย่างไรดี ผมจะนำมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในโอกาสต่อไปนะครับสวัสดีครับ

ผู้เขียน นอ.(พิเศษ) นพ.ไพศาลจันทรพิทักษ์
Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Share

Disclaimer

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์

รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที