29
Dec 11
User Rating:  / 0
PoorBest 

“คุยกันวันเสาร์กับหมอไพศาล” สัปดาห์นี้ ผมขอนำเรื่องที่น่าสนใจสำหรับบุคคลในวงการกีฬาทั่วไป โดยเฉพาะในวงการฟุตบอลที่ตีพิมพ์ในนิตยสารราย 2 เดือนของฟีฟ่า (FIFA World Magazine) ฉบับเดือนพ.ย. – ธ.ค. 2554 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งในการติดตามงานบริหารของฟีฟ่า  และหลายๆ เรื่องเป็นบทเรียนหรือ Case Study สำหรับท่านทั้งหลายที่อยู่ในแวดวงกีฬา ซึ่งอาจจะนำมาเป็นตัวอย่างในการบริหารงาน หรือนำมาเป็นตัวอย่างที่จะไม่กระทำก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่าน เนื่องจากเป็นนิตยสารราย 2 เดือน ผมจึงขออนุญาตนำมาเสนอเรื่องราวของนิตยสารอย่างน้อย 1 ครั้งในรอบ 2 เดือนนะครับ


1. บทบรรณาธิการ – การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของฟีฟ่า

รูปหน้าปกและบทบรรณาธิการเป็นรูปและเรื่องราวของประธานฟีฟ่า โจเซฟ  แบลตเลอร์ ที่กล่าวถึงมาตรการต่างๆที่จะนำมาใช้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในองค์กรของฟีฟ่า ซึ่งเป็นผลมาจากความเสียหายของชื่อเสียงของฟีฟ่าที่เกิดขึ้นในการบริหารที่ผ่านมา มาตรการที่นำมาใช้มาจากบทสรุปของการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการบริหารของฟีฟ่า ภายใต้การนำของโจเซฟ  แบลตเลอร์ ที่ได้รับการเลือกตั้งให้กลับมาเป็นประธานฟีฟ่าอีกครั้งหนึ่งเป็นสมัยที่ 3 โดยจะเน้นในเรื่อง “ความโปร่งใสและตรวจสอบได้” (Transparency and Accountability)  ในทุกๆกิจกรรมของฟีฟ่าเป็นสาระสำคัญและถือเป็นเหตุการณ์หรือประวัติศาสตร์ที่สำคัญ (Major Milestone) ของฟีฟ่าที่มีอายุองค์กรมากถึง 107 ปี

ฟีฟ่าได้ถือวิกฤติให้เป็นโอกาสได้อย่างเหมาะสมภายหลังเหตุการณ์การกล่าวหาและการฟ้องร้องเกี่ยวกับการคัดเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกที่ผ่านมา โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการ Good Government Committeeเพื่อรับผิดชอบขบวนการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเพื่อผลักดันให้เกิดความโปร่งใสและยุติธรรมให้เกิดในองค์กร โดยจะมีกรรมการที่มาจากทั้งภายนอกและภายในองค์กรที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่ ประเทศสมาชิก สโมสร ลีก สปอนเซอร์ แฟนบอลและองค์กรที่เกี่ยวกับสถาบันยุติธรรม โดยหน้าที่ของกรรมการชุดนี้จะต้องให้คำเสนอแนะเกี่ยวกับขบวนการการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ฟีฟ่าที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์กรที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

คณะกรรมการชุดนี้จะมีคณะกรรมการเฉพาะกิจ 4 ชุด เพื่อช่วยเหลือดังนี้

  1. Task Force Revision of Statutes (กก.เฉพาะกิจเรื่องการปรับปรุงธรรมนูญของฟีฟ่า) ธรรมนูญของฟีฟ่า ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2003
  2. Task Force Ethics Committee (กก.เฉพาะกิจเรื่องจริยธรรม)  ซึ่งมีการปรับปรุงครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2004 โดยจะต้องปรับปรุง Code of Ethics  ใหม่และทบทวนงานในด้านการสอบสวนและการพิจารณาตัดสินใหม่ตลอดจนการเสนอให้มีการเลือกคณะกรรมการโดยการลงมติจากการประชุมใหญ่ของฟีฟ่า
  3. Task Force Transparency and Compliance (กก.เฉพาะกิจเรื่องความโปร่งใส) ซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติส่วนตัวของคณะกรรมการฟีฟ่า ทวนสอบภารกิจของคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) และพิจารณาการดำเนินการทั้งภายในและภายนอกเพื่อก่อให้เกิดความโปร่งใส รวมทั้งพิจารณาการเลือกตั้งประธานฟีฟ่าและการคัดเลือกประเทศเจ้าภาพฟุตบอลโลก
  4. Task Force Football 2014 (กก.เฉพาะกิจเรื่องฟุตบอล 2014) ซึ่งเป็นกรรมการเฉพาะกิจที่มีอยู่แล้ว ดดยมีประธานคือ ฟรานซ์  เบคเก้นบาวร์  โดยมีหน้าที่วิเคราะห์เกมส์การเล่นฟุตบอลสมัยใหม่และหาทางปรับปรุงเสนอแนะวิธีการทุกแง่มุม ที่จะทำให้เกมส์ฟุตบอลดีขึ้นในทุกระดับ


ความเห็นของผู้เขียน ในทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น ทุกคนหรือองค์กรต้องเห็นเป็นโอกาสในการปรับปรุงตนเองและองค์กรให้ดีขึ้นกว่าเดิม

2. ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ออกมาแล้ว

ในการประชุมใหญ่ของฟีฟ่า เมื่อเดือน ต.ค.2554 ได้รับทราบโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลกที่จะจัดขึ้นที่ประเทศบราซิลในปี 2014 โดยได้กำหนดพิธีเปิดการแข่งขันในวันที่ 12 มิ.ย.2557 ที่เมืองเซาเปาโล และพิธีปิดการแข่งขันในวันที่ 13 ก.ค.2557 ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร (สนามมาราคานา) ตลอดจนการยืนยันสนามแข่งขันของโปรแกรมการแข่งขันของทีมคู่แข่งขันในสายต่างๆ อีก 10 เมือง รวมทั้งสิ้นเป็น 12 สนาม ใน 12 เมืองเรียบร้อยแล้ว

ในบทความยังได้กล่าวถึงความเป็นมาของการเลือกเมืองเซาเปาโล เพราะเป็นเมืองของบราซิลที่ฟุตบอลได้เริ่มต้นขึ้น ส่วนริโอ เดอ จาเนโร เป็นเมืองที่ใช้เป็นพิธีปิดการแข่งขันเมื่อครั้งที่บราซิลเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกเมื่อปี 1950 สำหรับการก่อสร้างและการปรับปรุงสนามนี้จะเสร็จราวเดือน ก.พ.2557 และจะใช้เป็นสนามของการแข่งขันคอนเฟดเดอเรชั่นคัพ ทันพอดีและถือเป็นการทดสอบสนามก่อนถึงฟุตบอลโลกไปในตัว สนามมีความจุ 76,000 ที่นั่ง จอดรถได้ 14,000 คัน ส่วนสนามเมืองเซาเปาโล มีขนาด 68,000 ที่นั่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้อนรับผู้นำได้ 32 ประเทศและผู้สื่อข่าวได้ 5,000 คน จะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค.2557

ความเห็นของผู้เขียน ความพร้อมของเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 มีให้เห็นอย่างชัดเจนก่อนถึงเวลาแข่งขันเกือบ 3 ปี ย่อมแสดงความพร้อมของเจ้าภาพและความมั่นใจของฟีฟ่า ตลอดจนประเทศต่างๆ ได้อย่างดียิ่งถึงความเป็นมืออาชีพของประเทศบราซิล

3. กรรมการบริหารของฟีฟ่าหน้าใหม่และกรรมการบริหารฟีฟ่าที่อายุน้อยสุด

กรรมการหน้าใหม่ 2 ท่านเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ก.พ.2011 มร.เดวิด  ชุง นักธุรกิจ วัย 49 ปี เกิดที่มาเลเซีย ก่อนที่จะย้ายไปทำมาหากินในปาปัว นิวกินี เคยเป็นโค้ชฟุตบอลหญิงและผู้ตัดสินฟุตบอลมาก่อนที่จะไต่เต้าจนได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมฟุตบอลปาปัว นิวกินี และ มร.โมฮัมเหม็ด  รารัว นายกสมาคมฟุตบอลอัลจีเรียนักธุรกิจวัย 63 ปี

กรรมการหน้าใหม่ 5 ท่าน เข้ารับตำแหน่งเดือน ต.ค.2011

  1. จิม  บอยซ์ นายกสมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์ และได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานฟีฟ่า มีประวัติที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ในบานะเด็กเก็บบอล ต่อมาได้เป็นประธานสโมสรฟุตบอล และมีผลงานเป็นแชมป์ของลีกไอริช ซึ่งเป็นผลสำเร็จของสโมสรเป็นครั้งแรกที่ก่อตั้งมา 88 ปี ซึ่งต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกสมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์
  2. มร.เวอร์นอน  มานิลา  เฟอร์นานโด นักธุรกิจวัย 62 ปี นายกสมาคมฟุตบอลศรีลังกา
  3. มร.ซาง  จีลง อายุ 59 ปี ชาวจีน ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการประธานเอเอฟซี (สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย)  ผู้อยู่ในวงการฟุตบอลในฐานะผู้บริหารมากว่า 40 ปี
  4. มร.ธีโอ ซานไซเกอร์ นักกฎหมายวัย 66 ปี นายกสมาคมฟุตบอลเยอรมัน ผู้มีส่วนผลักดันการพัฒนาฟุตบอลหญิงจนสู่ระดับสูงสุด และให้ความสำคัญต่อการใช้กีฬาฟุตบอลเพื่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม
  5. เจ้าชาย อาลี บิน อัล ฮัสซัน แห่งจอร์แดน ด้วยวัยเพียง 35 ปีและเป็นกรรมการบริหารฟีฟ่าที่อายุน้อยที่สุด มีพระประวัติที่น่าสนใจคือเป็นนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศจอร์แดน  ขณะมีพระชนมายุเพียง 24 พรรษา ซึ่งอาจถือว่ามีอายุน้อยกว่านักฟุตบอลทีมชาติจอร์แดนแต่ละคนเสียอีก คำสัมภาษณ์ที่น่าสนใจ คือพระองค์ท่านจะใช้ความเป็นเด็กของท่านในการผลักดันกีฬาฟุตบอลให้ลงสู่รากหญ้า (ในวัยเยาว์) ซึ่งตรงกับนโยบายโดยรวมของทั้งฟีฟ่าและเอเอฟซี


ความเห็นของผู้เขียน ในประเทศไทยขณะนี้ เราได้มีโอกาสเห็นผู้บริหารสโมสรฟุตบอล ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติบางชุด ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการฟุตบอลตลอดจนผู้ที่มีใจรักฟุตบอลที่อยู่ในวัยประมาณ 30 ปี (บวก/ลบ) มากขึ้น ผมจึงขอเชียร์และให้กำลังใจต่อทุกๆท่าน และมองเห็นความสำเร็จของกรณีดังกล่าวข้างต้น เป็นตัวอย่างในการที่จะก้าวเข้าสู่การบริหารกิจการฟุตบอลของประเทศและต่างประเทศต่อไป.


ผู้เขียน: นอ.(พิเศษ) นพ.ไพศาลจันทรพิทักษ์
Email:  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

Share

Disclaimer

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์

รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที