29
Dec 11
User Rating:  / 8
PoorBest 

ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลใน 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีทั้งรายการปกติของไทยพรีเมียร์ลีก ดิวิชั่นต่างๆ รวมทั้งบางทีมในไทยพรีเมียร์ลีกที่ได้สิทธิ์เข้าไปแข่งขันในรายการของเอเอฟซีทัวร์นาเมนท์ ตลอดจนทีมชาติไทย (ทีมชาติชุดใหญ่, ทีมอายุ 16 ปี และทีมชาติฟุตบอลหญิง) ที่กำลังเข้าร่วมการแข่งขันสำคัญในรอบคัดเลือกเพื่อมีสิทธิ์เข้าไปแข่งขันในรอบสุดท้ายของการคัดเลือกทีมฟุตบอลจากทวีปเอเชียที่จะได้สิทธิ์ไปแข่งขันในฟุตบอลโลกในระดับต่างๆ กันไป เช่น ทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่กำลังอยู่ในรอบ 20 ทีม เพื่อคัดเลือกให้เหลือ 10 ทีมก่อนที่จะคัดเลือกให้เหลือ 4 ทีม ที่จะได้สิทธิ์ไปฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลอย่างแน่นอนและอันดับ 5 ต้องไปชิงกับทีมในโอโซนโอเชียเนียเพื่อแย่งไปบราซิลเป็นทีมที่ 5

ผมเกริ่นเรื่องราวเกี่ยวกับการแข่งขันดังกล่าว ก็เพื่อนำไปสู่ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งในการที่จะพาทีมไปสู่ความสำเร็จหรือล้มเหลว ซึ่งได้แก่ การบาดเจ็บของนักฟุตบอล โดยมีผู้วิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยๆ เกี่ยวกับจำนวนการแข่งขนัในเมืองไทยที่อาจจะมีมากจนทำให้นักฟุตบอลต้องเล่นและซ้อมมากเกินไป และเป็นปัญหาของการบาดเจ็บตามมา

บทความวันนี้ผมมีข้อมูลการบาดจ็บของนักฟุตบอลชายในวัยต่างๆ กัน และในระดับฝีเท้าต่างๆ กัน ที่ได้รวบรวมไว้ในหนังสือวิชาการด้านเวชศาสตร์ฟุตบอลของฟีฟ่าเอาไว้โดยเปรียบเทียบชั่วโมงการฝึกซ้อมและการแข่งขันไว้ด้วย ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลของบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่เป็นฝ่ายบริหารของสโมสรฟุตบอลต่างๆ โค้ชหรือผู้ฝึกสอน แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดประจำทีม ท่านอาจนำไปเปรียบเทียบกับทีมของท่าน (หากท่านมีการเก็บสถิติเอาไว้อย่างต่อเนื่อง)


เบื้องหลังของการเก็บข้อมูลเพื่อการศึกษาวิจัย

คณะผู้ศึกษาวิจัยได้พยายามเก็บรวบรวมข้อมูลการบาดเจ็บของนักฟุตบอลในกลุ่มอายุต่างๆกัน ในระดับฝีมเท้าต่างๆกัน ตำแหน่งที่ได้รับการบาดเจ็บ จำนวนชั่วโมงการฝึกซ้อมและจำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการแข่งขัน โดยนักฟุตบอลจะได้รับการประเมินโดยแพทย์ประจำทีมทุกสัปดาห์ มีการบันทึกสถิติการบาดเจ็บโดยลงรหัสโรค (การบาดเจ็บ) ตามหลักการทางสถิติทางการแพทย์แบบเดียวกัน ตลอดจนแนวทางการรักษาและระยะเวลาที่ต้องใช้พักฟื้นซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้นักฟุตบอลไม่สามารถเล่นหรือแข่งขันได้ตามปกติ

จุดประสงค์ของการศึกษาวิจัยครั้งนี้

- การค้นหาสถิติของการบาดเจ็บที่เกิดจากการฝึกซ้อมและแข่งขันฟุตบอลในหมู่นักฟุตบอลวัยต่างๆและระดับฝีเท้าต่างๆกัน

- นำมาเปรียบเทียบอุบัติการณ์ (ความบ่อยของการเกิดการบาดเจ็บ) และสิ่งแวดล้อมในขณะเกิดการบาดเจ็บในนักฟุตบอลอายุ 14-16 ปี, 16-18 ปี และนักฟุตบอลทีมผู้ใหญ่ ในทวีปยุโรป 2 ประเทศ คือ สาธารณรัฐเช็คและอัลเสค

วิธีการ

ผู้วิจัยสามารถรวบรวมข้อมูลผู้เล่นที่บาดเจ็บได้ 264 คน ในช่วง 1 ปีที่ศึกษาวิจัย พบว่านักฟุตบอลที่ผีเท้าระดับสูงกว่า จะมีชั่วโมงการฝึกซ้อมและแข่งขันมากกว่าโดยสามารถพบว่ามีการบาดเจ็บได้ถึง 558 ครั้ง

สถิติการบาดเจ็บที่พบ (ดูตาราง)

- 82% หรือเท่ากับผู้เล่น 216 คน ได้รับบาดเจ็บ 1 ครั้งและมากกว่า 1 ครั้ง โดยมีนักฟุตบอล 48 คน หรือเท่ากับ 18% ไม่มีการบาดเจ็บเลย

- ตำแหน่งที่บาดเจ็บบ่อยที่สุดคือ ข้อเท้าและข้อเข่า (ข้อแพลง) นอกจากนี้การบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดคือ การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อซึ่งอาจเกิดจากการฟกช้ำหรือฉีกขาดบางส่วนของกล้ามเนื้อที่เรียกรวมๆว่า Muscle Strain

- เฉลี่ยการบาดเจ็บต่อนักฟุตบอล 1 คนใน 1 ปี เท่ากับ 2.1 ครั้ง โดยมีการบาดเจ็บตั้งแต่ 1.8 ครั้งถึง 3.8 ครั้ง

- การบาดเจ็บระดับเล็กน้อย 52%  ปานกลาง 32% และรุนแรง 15%

- การบาดเจ็บเกือบ 50% เกิดจากการปะทะกันของผู้เล่นและในการปะทะกันนี้ ครึ่งหนึ่งเกิดจากการเล่นฟาวล์

- ผู้เล่นอายุ 14-16 ปี มีการบาดเจ็บน้อยกว่าผู้เล่น 16-18 ปี ซึ่งจากข้อมูลที่มีอยู่พบว่าการบาดเจ็บของผู้เล่น 16-18 ปี และผู้ใหญ่มีพอๆกัน

- การบาดเจ็บในระหว่างฝึกซ้อมของนักฟุตบอลที่ฝีเท้าด้อยกว่าพบเป็น 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้เล่นวัยเดียวกันแต่ฝีเท้ามากกว่า

- การบาดเจ็บระหว่างการแข่งขันของกลุ่มฝีเท้าด้อยกว่า ก็จะมีจำนวนน้อยกว่ากลุ่มฝีมเท้าดีกว่าเกือบครึ่งทีเดียว

นักฟุตบอลผู้ใหญ่

อายุ 16-18 ปี

อายุ 14-16 ปี

 

ระดับอาชีพ

ดิวิชั่น3

สมัครเล่น

ฝีเท้าดีกว่า

ฝีเท้าด้อยกว่า

ฝีเท้าดีกว่า

ฝีเท้าด้อยกว่า

ชม.ฝึกซ้อม

307.4

237.1

184.3

267.7

148.5

249.9

135.6

ชม.แข่งขัน

51.3

60.2

46.3

55.4

40.6

51.4

32.2

อัตราฝึกซ้อมต่อการแข่งขัน

6.0

5.6

4.0

4.8

3.7

4.9

4.2

จำนวนการบาดเจ็บต่อนักฟุตบอล 1 คน

     

รวม

2.0

1.8

2.1

2.2

2.6

1.8

1.9

บาดเจ็บเล็กน้อย

.86

.71

.94

1.23

1.59

1.03

.87

ปานกลาง

.95

.58

.59

.78

.55

.53

.59

รุนแรง

.19

.45

.53

.22

.45

.24

.48

                       

เราเรียนรู้อะไรบ้างจากข้อมูลเหล่านี้

- สถิติการบาดเจ็บจะแปรผันไปตามอายุของนักฟุตบอล ระดับฝีเท้าของผู้เล่น จำนวนชั่วโมงการฝึกซ้อมและชั่วโมงการแข่งขัน ระดับความฟิตของผู้เล่น
- ผู้เล่นในกลุ่มฝีเท้าด้อยกว่าแม้ว่าจะมีชั่วโมงการฝึกซ้อมน้อยกว่าแต่พบว่าสถิติการบาดเจ็บจะมีได้สูงกว่า
- ระยะเวลาการฝึกซ้อมมากขึ้นเท่าใด เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาการแข่งขัน จะพบว่าสถิติการบาดเจ็บจะลดน้อยลงด้วย

โดยสรุป

สำหรับท่านที่สนใจเรื่องการบาดเจ็บของนักฟุตบอลไทย โดยเฉพาะในสโมสรของท่านที่มีการลงทุนการซื้อตัวผู้เล่น การจ้างโค้ชราคาสูง การบริหารจัดการที่ต้องมีการลงทุนเป็นเงินจำนวนมาก การบาดเจ็บในตัวนักฟุตบอลเป็นปัญหาและอุปสรรคในความสำเร็จของสโมสรของท่าน ท่านควรให้ความสนใจในเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความรู้แก่นักฟุตบอลเพื่อให้เป็นผู้เล่นมืออาชีพอย่างแท้จริง ให้ผู้เล่นทุกท่านทราบว่า การฝึกซ้อมการอบอุ่นร่างกาย การยืดเอ็นและกล้ามเนื้อ ความฟิต การรู้จักรับประทานอาหาร และน้ำดื่ม ตลอดจนการเล่นฟุตบอลอย่างสุภาพ  ไม่เล่นรุนแรง โดยการทำฟาวล์อย่างเจตนา สิ่งต่างๆเหล่านี้จะนำพาไปสู่การบาดเจ็บของนักฟุตบอลให้น้อยลง ทีมของท่านย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากขึ้นอย่างแน่นอน


ผู้เขียน: นอ.(พิเศษ) นพ.ไพศาลจันทรพิทักษ์
Email:  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

Share

Disclaimer

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์

รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที