Energy is accessible on Verizon Wireless and facilitates Sildenafil uk Sildenafil way and Raspberry ketone diet 60 vcap by Raspberry ketone dietary supplement 60 capsules
14
Feb 12

Articles

User Rating:  / 0
PoorBest 

ช่วงนี้เราคงจะได้ยินข่าวเรื่องของสุนัขบ้าที่ระบาดอยู่ทั่วกรุง จนทำให้หลายๆคนรู้สึกหวาดระแวงเมื่อมีสุนัขจรจัดเข้าใกล้ๆ แต่เชื่อไหมคะว่า “พิษสุนัขบ้า” นอกจากจะติดจากสุนัขแล้ว เจ้าสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักรอบๆตัวเรา เช่น แมว หนูแฮมสเตอร์ กระรอก กระต่าย ก็เป็นพาหะนำโรคพิษสุนัขบ้าให้กับเราและคนที่เรารักได้เช่นกัน วันนี้ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้ามาให้รู้จักกันค่ะ

ช่วงนี้เราคงจะได้ยินข่าวเรื่องของสุนัขบ้าที่ระบาดอยู่ทั่วกรุง จนทำให้หลายๆคนรู้สึกหวาดระแวงเมื่อมีสุนัขจรจัดเข้าใกล้ๆ แต่เชื่อไหมคะว่า “พิษสุนัขบ้า” นอกจากจะติดจากสุนัขแล้ว เจ้าสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักรอบๆตัวเรา เช่น แมว หนูแฮมสเตอร์ กระรอก กระต่าย ก็เป็นพาหะนำโรคพิษสุนัขบ้าให้กับเราและคนที่เรารักได้เช่นกัน  วันนี้ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้ามาให้รู้จักกันค่ะ

• โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากอะไร
โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ “เรบีส์” (Rabies virus) เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายของคนหรือสัตว์ก็ตาม เชื้อไวรัสนี้จะเข้าไปฝังตัวอยู่ในระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สมองและเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดอาการอย่างรวดเร็วจนทำให้เสียชีวิตได้ และที่น่ากลัวที่สุดคือปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มียารักษา คนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อนี้มีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง100 เปอร์เซ็นต์

 การติดโรคและสัตว์อื่นที่เป็นพาหะ
เชื้อไวรัสเรบีส์ปนอยู่ในน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ และติดต่อ สู่คนผ่านทางบาดแผลหรือเนื้อเยื่ออ่อน สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ การถูกสุนัขกัด และน้อยคนนักที่จะทราบว่าคนที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าไม่จำเป็นต้องโดนกัดเสียจนเหวอะหวะ เพียงแค่ถูกสัตว์เลีย หรือข่วน หรือน้ำลายจากสัตว์ที่ติดเชื้อกระเด็นเข้าบาดแผล หรือเข้าตา จมูก ปาก ทวารหนัก หรือแม้แต่อวัยวะสืบพันธุ์ที่แม้จะไม่มีบาดแผลก็อาจทำให้ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้เช่นกัน

เนื่องจากคนไทยเรียกโรคนี้ว่า โรคพิษสุนัขบ้า เป็นเหตุให้เรามักระวังแค่สุนัขเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ก็เป็นพาหะนำโรคพิษสุนัขบ้าได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แมว หนู กระต่าย กระรอก กระแต ลิง ชะนี วัว ควาย ค้างคาว เป็นต้น โดยทั้งหมดส่งต่อเชื้อผ่านทางน้ำลายด้วยการกัด เลีย หรือน้ำลายกระเด็นโดนได้เช่นเดียวกับสุนัข


 วิธีสังเกตอาการของสัตว์ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า
สัตว์ที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า มักมีอาการหลัก 2 ประเภท คือ

  1. ประเภทดุร้าย
    เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด จะดุร้าย พยายามไล่กัดคนหรือสัตว์อื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง หากโดนกักขัง อาจกัดโซ่ กัดกรง อย่างเกรี้ยวกราดจนฟันหัก ลิ้นเป็นแผลและมีเลือดออก อาการดุร้ายจะเกิดขึ้นเพียง 2-3 วัน หลังจากนั้นจะค่อยๆอ่อนเพลีย ขาหลังไม่มีแรง เดินโซเซ และตายในที่สุด
  2. ประเภทเซื่องซึม 
    สังเกตอาการได้ยากมากเนื่องจากมักไม่ไล่กัดผู้อื่นหากไม่ถูกรบกวน แต่จะเซื่องซึม ปากอ้าไม่ยอมหุบ ลิ้นมีสีแดงคล้ำห้อยออกมานอกปาก อาจลุกนั่ง ยืน และเดินไปมาบ่อย ๆ หรือกินของแปลก ๆ เช่น ใบไม้ ก้อนหิน หรือกินปัสสาวะของตัวเอง

    “เมื่อเห็นสัตว์เดินโซเซอยู่ตามท้องถนน 
    ไม่ว่าจะมีท่าทางดุร้ายเกรี้ยวกราด หรือเซื่องซึม 
    ก็ควรอยู่ให้ห่าง และเตือนคนรอบข้างให้ระวัง 
    แล้วแจ้งหน่วยงานราชการหรือผู้เชี่ยวชาญให้มาจัดการทันที”

• ทำอย่างไรเมื่อ....โดนกัดเข้าให้แล้ว

หลักที่ต้องจำให้ขึ้นใจก็คือ เมื่อถูกกัดไม่ว่าแผลจะใหญ่หรือเล็กไม่ว่าจะมีเลือดออกหรือไม่ แค่รอยข่วน รอยช้ำเขียว หรือแค่ถูกเลียก็ตาม หากไม่แน่ใจว่าสัตว์ตัวนั้นฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้วหรือยัง ให้คิดไว้ก่อนเสมอว่าเป็นสัตว์ที่มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า และควรปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. รีบล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาด เพื่อล้างเลือดและน้ำลายของสัตว์ออกจากแผล
  2. จากนั้นฟอกแผลด้วยสบู่ 2-3 ครั้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  3. เช็ดบริเวณรอบบริเวณรอบแผลด้วยแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาโพวิโดนไอโอดีน หรือทิงเจอร์ไอโอดีน แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนภายในวันนั้นทันที
  4. หากเป็นไปได้ ให้จับสัตว์ตัวนั้นขังกรง และเฝ้าสังเกตอาการของสัตว์อย่างน้อย10-15 วัน ระหว่างนั้นหากสัตว์ตัวนั้นตาย ให้นำซากมาตรวจพิสูจน์เชื้อ โดยควรส่งให้เร็วที่สุด ภายใน 24 ชั่วโมง หรือ ติดต่อสำนักงานปศุสัตว์เขต ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอหรือติดต่อสอบถาม ฝ่ายควบคุมโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน กองควบคุมโรคระบาด กรมปศุสัตว์ โทร 02-653-447,02 653-444 ต่อ 4141, 4142,4117
  5. หากเป็นสัตว์จรจัดหรือสัตว์ป่า ไม่จำเป็นต้องติดตามหาสัตว์นั้น แต่ผู้ถูกกัดควรรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทันที

• หากปล่อยไว้ ไม่ฉีดวัคซีน....

ผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำๆ ใน 2-3 วันแรก อาจมีอาการเจ็บคอ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คันหรือปวดแสบปวดร้อนบริเวณแผลที่ถูกกัด ทั้งๆ ที่แผลอาจหายเป็นปกติแล้ว จากนั้นจะค่อยๆมีอาการทางระบบประสาท เช่น ตื่นเต้นง่าย กระสับกระส่าย กลัวแสง กลัวลม กลัวเสียงดัง กลืนน้ำลำบากและเจ็บมากเวลากลืนเนื่องจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนเกิดอาการเกร็งตัว มักบ้วนน้ำทิ้ง เป็นที่มาของคำว่า “โรคกลัวน้ำ” ผู้ป่วยจะน้ำลายไหลมาก ต้องบ้วนทิ้ง อาละวาด เอะอะ และจะค่อยๆ เซื่องซึมลง ชัก เป็นอัมพาต ความดันโลหิตต่ำลง ช็อคและเสียชีวิตภายใน 5-13 วันหลังจากที่รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

• ทำอย่างไรจึงจะปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า

แม้อาการโรคพิษสุนัขบ้าจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่โรคนี้กลับสามารถป้องกันได้ง่ายมาก โดยการ
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์ในชุมชน ซึ่งประเทศไทยมีการรณรงค์ฉีดวัคซีนนี้ฟรีจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่จะกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปภายในปี พ.ศ. 2563

เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว เราลองเหลียวดูบรรดาสัตว์เลี้ยงของเรา สัตว์เลี้ยงเพื่อนบ้าน หรือสัตว์จรจัดรอบๆตัวเราสิคะ ว่าได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าครบทุกตัวแล้วหรือยัง ตามพระราชบัญญัติ โรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2538 เมื่อสุนัขได้รับการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า จะต้องได้รับเหรียญแขวนคอ และใบรับรองการฉีดวัคซีนไว้เป็น หลักฐาน เมื่อท่านนำสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีน โปรดขอรับเหรียญแขวนคอและแขวนให้สัตว์เลี้ยงของเรา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้พบเห็นทราบว่า สัตว์เลี้ยงของเราได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

 

 

ท่านทราบหรือไม่?

 

เชื้อโรคพิษสุนัขบ้า เมื่ออยู่นอกร่างกายจะตายได้ง่ายมาก ยกตัวอย่างเช่น

  • หากถูกแสงแดด หรือแสงยูวี (UV) เชื้อนี้จะตายภายใน 1 ชั่วโมง
  • หากต้มในน้ำเดือด เชื้อจะตายภายใน 5 -10 นาที
  • หากทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ทิงเจอร์ไอโอดีน โพวีโดนไอโอดีน สบู่ ผงซักฟอก หรือฟอร์มาลีน เชื้อจะตายภายในเวลารวดเร็ว

 

อย่าลืมนะคะ...เมื่อสัมผัสน้ำลายสัตว์หรือโดนสัตว์กัด ต้องรีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่หลายๆครั้งและรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนค่ะ

 

ที่มา : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ
ขอขอบคุณ : ผู้เรียบเรียงบทความ เภสัชกรหญิงมนัญญา  เนินทราย
ที่ปรึกษาบทความ : ดร. ร.อ.นพ. พันเลิศ  ปิยะราช ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาโรคติดเชื้อ

 


Disclaimer
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสงวนสิทธิ์
รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที

Share