08
Apr 09
User Rating:  / 1
PoorBest 

ยาเฟนิลโปรปาโนลามีน (Phenylpropanolamine) หรือเรียกย่อ ๆ ว่าพีพีเอ (PPA) ได้นำมาใช้ในทางการแพทย์ประมาณ 30 ปีมาแล้ว ระยะแรกพบว่าใช้ได้ผลในการลดอาการคัดจมูก ต่อมาพบว่า สามารถใช้เป็นยาลดความอยากอาหารได้ 

ในสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ใช้ยานี้ทั้งเป็นยาแก้หวัด และยาลดความอ้วน ทั้งโดยการสั่งของแพทย์ และวางขายได้ทั่วไป (Over The Counter: OTC) ยาดังกล่าว มีรายงานประปราย เรื่องอันตรายที่อาจทำให้เลือดออกในสมอง (Hemorrhagic stroke)  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกา จึงแนะนำให้บริษัทยา ให้ทุนทำการศึกษาวิจัย เพื่อพิสูจน์ด้านความปลอดภัยดังกล่าว ซึ่งมีการศึกษาวิจัยสองครั้งในอดีต แต่ไม่สามารถสรุปผลได้ เนื่องจาก เป็นการศึกษาวิจัยที่ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ต่อมาจึงมีการให้ทุนคณะผู้เชี่ยวชาญ ในมหาวิทยาลัยเยลทำการศึกษา ได้ผลสรุปว่า อุบัติการณ์การเกิดเลือดออกในสมอง มีความสัมพันธ์กับการใช้ยาพีพีเอ

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกาพิจารณารายงานดังกล่าวแล้วมีมติว่า ยาพีพีเอไม่ปลอดภัยทั้งในฐานะยา OTC และยาที่สั่งโดยแพทย์ จึงแนะนำให้ผู้ผลิตปรับเปลี่ยนสูตรตำรับยาโดยอาจใช้ยาอื่นแทนพีพีเอ ด้วยเหตุผลสำคัญคือ อันตรายที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงสูง (Serious) ไม่สามารถแก้ไขให้คืนสภาพดีดังเดิมได้ (Irreversible)  และไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ใดในขนาดเท่าใด (Unpredictable)

ข้อแนะนำในเบื้องต้น ในกรณีผู้ที่มีอาการเป็นหวัด คัดจมูกและมีความจำเป็นต้องใช้ยาในขณะนี้ ควรหลีกเลี่ยงยาผสมที่มีส่วนประกอบพีพีเอ โดยสังเกตได้จากรายละเอียดบนฉลาก หรือเอกสารกำกับยา หากมีปัญหา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

Share