Thursday Sep 02

Share

แพ้อาหาร

( 13 Votes )

แพ้อาหาร การแพ้อาหาร (food allergy) จัดเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง พบได้ในเด็กบ่อยกว่าผู้ใหญ่ และเด็กเล็กบ่อยกว่าเด็กโต โดยในผู้ใหญ่พบประมาณร้อยละ 2 ในเด็กพบได้ร้อยละ 6 และเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 ปี พบได้มากถึงร้อยละ 8 การที่เด็กเล็กมีโอกาสที่จะเกิดได้บ่อยกว่ากลุ่มอายุอื่น อันเนื่องมาจากการที่ระบบทางเดินอาหารในเด็กเล็กยังไม่มีการพัฒนาการที่สมบูรณ์ ทั้งในแง่ของระบบภูมิคุ้มกัน การย่อย และการดูดซึมอาหาร ทำให้สารอาหารโดยเฉพาะโปรตีนที่ถูกย่อยได้ไม่สมบูรณ์ และถูกดูดซึมเข้าไปทำให้เป็นแอนติเจนแปลกปลอมขนาดใหญ่ ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการแพ้ได้

อาการแพ้อาหารนอกจากจะมีอาการแสดงออกทางระบบทางเดินอาหารแล้ว เช่น อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง และเลี้ยงไม่โต เด็กยังอาจมีอาการของระบบอื่นๆ เช่น ลมพิษ ผื่นผิวหนัง หอบหืด ไซนัสอักเสบ โดยเฉพาะในเด็กที่มีการแพ้ชนิดเกิดจาก IgE เด็กกลุ่มนี้มักจะมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว อย่างไรก็ตามอาการทางระบบทางเดินอาหารมักจะไม่เฉพาะเจาะจง และไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทันทีหลังจากกินอาหารที่ทำให้เกิดการแพ้นั้นๆ ดังนั้นการที่สงสัยว่าเด็กอาจมีภาวะแพ้อาหาร รวมไปถึงการซักประวัติที่ละเอียดเพื่อให้ได้ถึงอาหารที่สงสัยว่าอาจจะเป็นตัวการที่ทำให้แพ้ได้ และการทดสอบบางอย่างจะช่วยให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้องอันนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องเช่นกัน การงดอาหารที่สงสัยโดยไม่ได้มีการวินิจฉัยที่แน่นอนอาจทำให้เด็กเกิดการขาดสารอาหารโดยไม่จำเป็นได้และไม่แนะนำให้ทำเช่นนั้น

การแพ้อาหาร จำเป็นจะต้องแยกจาก food intolerance ซึ่งเกิดจากการที่มีความเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่เกิดจากส่วนประกอบของอาหาร ส่วนใน food allergy เกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งการที่เด็กมีท้องเสียหลังจากกินนมวัวอาจเกิดจาก food intolerance จากภาวะขาดเอนไซม์แลคเทสในช่วงนั้น เช่น ในรายที่เกิดตามหลังการติดเชื้อ rotavirus ซึ่งการหยุดนมเพียง 2-4 สัปดาห์ก็จะทำให้อาการดีขึ้น และเด็กสามารถกลับมาทานนมวัวได้เหมือนเดิม ซึ่งจะต่างจากใน cow milk allergy ซึ่งจะต้องหยุดนมเป็นเวลาอย่างน้อย 1-3 ปี ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของอาการแพ้

สาเหตุ

อาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้ในเด็กเล็กที่พบได้บ่อย คือ นมวัว เนื่องจากในเด็กเล็กนมวัวยังเป็นอาหารหลักอยู่ เมื่อเริ่มโตขึ้นได้อาหารเสริม จะพบการแพ้ไข่ได้มากขึ้น สำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่พบว่าอาหารทะเลเป็นสาเหตุสำคัญของการแพ้อาหาร

อาการ

อาการของการแพ้อาหารเป็นได้ทุกระบบของร่างกาย ที่พบบ่อยคือ อาการทางระบบทางเดินอาหาร (คันปาก อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย) อาการทางผิวหนัง (ผื่นคัน ลมพิษ) และอาการทางระบบหายใจ (จาม น้ำมูก ไอ หอบ แน่นหน้าอก) ในบางรายอาการแพ้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ประวัติอาการที่ช่วยในการวินิจฉัยโรค ได้แก่ ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการหลังจากที่รับประทานอาหารนั้นเข้าไป ปริมาณของอาหารที่รับประทานเข้าไปที่ทำให้เกิดอาการว่ามากน้อยเพียงใด บ่อยแค่ไหนที่รับประทานอาหารชนิดนี้แล้วเกิดอาการ อาการที่เกิดขึ้นมีความสัมพันธ์กับการออกกำลังกายหรือไม่ ซึ่งคำถามต่างๆ เหล่านี้นอกจากจะช่วยในการวินิจฉัยแล้วยังช่วยในการประเมินความรุนแรงของการแพ้อาหารด้วย ประวัติครอบครัวที่มีภูมิแพ้นั้นมีส่วนช่วยอย่างมากในการทำให้นึกถึงภาวะ food allergy โดยเฉพาะในกรณีที่ได้ประวัติไม่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงกับการแพ้อาหาร สำหรับการตรวจร่างกายควรมุ่งเน้นที่จะดูอาการแสดงต่างๆ ที่สัมพันธ์กับการแพ้ เช่น การดูรูจมูก เพื่อมองหาลักษณะของโรคภูมิแพ้ เช่น การที่มี การบวม ซีด ของเยื่อบุจมูก และการมีสารคัดหลั่ง การตรวจตาเพื่อมองหาภาวะภูมิแพ้ เช่น ภาวะบวม, เลือดออก, ตาแดง การตรวจที่บริเวณปาก ซึ่งอาจจะพบว่ามีบวม และแดงในกลุามอาการภูมิแพ้ในช่องปาก การตรวจทางทรวงอกเพื่อหาว่ามีโรคหอบหืดร่วมด้วยหรือไม่

การวินิจฉัย

  1. เมื่อมีอาการดังกล่าวหลังรับประทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งซ้ำๆ ควรไปหาแพทย์จะทำการซักประวัติ และตรวจร่างกายรวมทั้งถามถึงชนิดของอาหาร ปริมาณที่กินอาการที่เกิดขึ้นในรายที่ประวัติชัดเจนว่ากินอาหารชนิดหนึ่งๆ แล้วเกิดอาการแบบเดิมทุกๆ ครั้ง ก็สามารถให้การวินิจฉัยได้ง่าย ว่าแพ้อาหารชนิดนั้นๆ แต่ในบางรายที่สงสัยว่าแพ้อาหารหลายชนิด หรือไม่แน่ใจว่าแพ้อาหารชนิดใด แพทย์จะให้ผู้ป่วยทำการจดบันทึกอาหารที่กินโดยละเอียด และอาการที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นเพื่อใช้ในประกอบ
  2. การทดสอบทางผิวหนัง เพื่อช่วยในการหาชนิดของอาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้ด้วย ซึ่งใช้เวลาทดสอบ 15 นาที ก็สามารถทราบผลได้ หรือการตรวจเลือดเพื่อหาว่าแพ้อาหารชนิดใด อย่างไรก็ตามการวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุด คือ การให้ผู้ป่วยกินอาหารที่สงสัยว่าแพ้ แล้วดูอาการ ถ้ากินแล้วเกิดอาการ หยุดอาหารนั้นแล้วอาการหายไป พอกินอีกเกิดอาการอีก ก็แสดงว่าผู้ป่วยนั้นแพ้อาหารชนิดนั้นๆ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในรายที่มีอาการแพ้อาหารรุนแรง

การรักษา

  1. การรักษาที่ดีที่สุด และได้ผล คือการงดอาหารที่แพ้ โดยต้องงดอาหารทุกชนิดที่มีส่วนประกอบของสารอาหารที่แพ้ เช่น แพ้นมวัว ก็งดอาหารที่มีนมเป็นส่วนประกอบ เช่น ไอศครีม คุ้กกี้ และให้กินนมถั่วเหลือง หรือนมสูตรพิเศษสำหรับผู้ที่แพ้นมวัวแทน
  2. การรักษาด้วยยาเป็นการรักษาตามอาการ เช่น ยารักษาอาการผื่นคัน ยาลดน้ำมูก ยาแก้อาการหอบ แน่นหน้าอก เป็นต้น
  3. โอกาสหายขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารพบว่าถ้าให้งดอาหารที่แพ้ติดต่อกันนาน 1-2 ปี ก็มีโอกาสหายแพ้ได้ ยกเว้น การแพ้อาหารทะเล และถั่วลิสง ซึ่งมักแพ้ตลอดชีวิต
  4. สำหรับเด็กที่แพ้นมวัว พบว่ามีโอกาสหายแพ้ร้อยละ 50 เมื่ออายุ 1 ปี และหายแพ้ประมาณร้อยละ 85 เมื่ออายุ 3 ปี ส่วนที่เหลืออีกประมาณร้อยละ 15 จะมีอาการแพ้ตลอดไป และร้อยละ 25 ของเด็กที่แพ้นมวัว มักมีอาการแพ้อาหารอื่นๆ ร่วมด้วย

การป้องกัน

  1. สำหรับครอบครัวที่มีพ่อ แม่ หรือลูกคนโตเป็นโรคภูมิแพ้ สามารถลดโอกาสที่จะเกิดโรคผื่นผิวหนังจากภูมิแพ้ และโรคแพ้อาหารได้ในลูกคนถัดไป โดยให้กินนมแม่อย่างเดียว นานอย่างน้อย 4 เดือน ขึ้นไป
  2. มารดาที่ให้นมบุตร ให้งดอาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้บ่อยๆ เช่น ไข่ นมวัว อาหารทะเล ถั่วลิสงในช่วงระยะที่ให้นมบุตร
  3. เริ่มให้อาหารเสริมแก่ลูกเมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

ข่าวสุขภาพ

ใบหมี่...สมุนไพรสำหรับเส้นผม
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ใบหมี่เป็นพืชที่ให้สารเมือกที่มีประโยชน์ทางเครื่องสำอางโดยมีการนำมาทำยา สระผม ใบหมี่เป็นพืชในท้องถิ่น หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ชาวบ้านนิยมนำมาใช้สระผมเนื่องจากมีสารเมือก (mucilage) ที่มี polysac charide เป็นองค์ประกอบหลัก สารสกัดจากใบหมี่มีสารสำคัญที่มีสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืดสำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางหรือยาที่ใช้ภายนอก ใบหมี่ มีชื่อในตำรับ ยาล้านนาว่า หมีเหม็น มีชื่อในท้องถิ่นอื่นในภาคเหนือว่า มะเย้อ, ยุบเหยา, หมีเหม็น, ยุกเยา, ยุบเย้า, ดอกจุ๋ม (ลำปาง), หมี่, ตังสีไพร (พิษณุโลก) เป็นต้น...
"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube