Friday Mar 12

Share

โรคฤดูร้อน

( 5 Votes )

โรคฤดูร้อน ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนมีโรคภัยไข้เจ็บที่ต้องเฝ้าระวังหลายโรคด้วยกัน โดยเฉพาะโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ เนื่องจากฤดูร้อนเป็นฤดูที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรค ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนมีโรคภัยไข้เจ็บที่ต้องเฝ้าระวังหลายโรคด้วยกัน 

โดยเฉพาะโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ เนื่องจากฤดูร้อนเป็นฤดูที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรคบางชนิด ในบางพื้นที่ของประเทศอาจประสบกับภาวะภัยแล้ง อาจพบการระบาดของโรคติดต่อทางอาหาร และน้ำ เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ บิด อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ จึงควรระมัดระวังในเรื่องความสะอาดของอาหาร น้ำดื่ม และภาชนะในการใส่อาหาร ตลอดจนให้มีการใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะ

สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นกว่าปกติ และสูงกว่าช่วงปีที่แล้ว ทำให้เชื้อโรคโดยเฉพาะกลุ่มแบคทีเรียเจริญเติบโตดีขึ้น และสามารถแพร่ระบาดได้ง่าย นอกจากนี้สภาพอากาศที่ร้อนมากในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคลมชัก ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายอ่อนแอ หรือผู้ป่วยที่มีอาการทางประสาทที่ต้องกินยาเป็นประจำ

ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเป็นกรณีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนโรคทันทีหากมีการระบาดเกิดขึ้น หากเกินความสามารถให้ประสานบุคลากรพื้นที่ใกล้เคียงช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันขอให้ประชาชนยึดหลักความปลอดภัย 4 ข้อคือ รักษาความสะอาดส้วม ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากใช้ห้องน้ำ กินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ และใช้ช้อนกลาง

โรคที่พบบ่อยในช่วงฤดูร้อน

โรคที่พบบ่อยในฤดูร้อนกลุ่มที่ 1 เป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ บิด อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อยหรือไทฟอยด์ และโรคตับอักเสบชนิดเอ โรคเหล่านี้แม้ว่าจะมีสาเหตุแตกต่างกัน แต่จะมีวิธีการติดต่อที่คล้ายคลึงกัน โดยเชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำ ที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป เช่น อาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ ลาบ ก้อย อาจเกิดจากอาหารที่มีแมลงวันตอม หรืออาหารที่ทิ้งไว้ค้างคืน โดยไม่ได้แช่เย็นไว้ และไม่ได้อุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน ผู้ที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าวสามารถแพร่เชื้อได้ทางอุจจาระ และหากเป็นผู้ประกอบอาหาร หรือพนักงานเสิร์ฟอาหารจะมีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้มาก

โรคที่พบบ่อยในฤดูร้อนกลุ่มที่ 2 เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ได้แก่ โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ ซึ่งเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ เมื่อป่วยแล้วจะเสียชีวิตทุกราย

โรคอุจจาระร่วง

โรคอุจจาระร่วงเป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำที่สำคัญที่สุด อาจเกิดจากเชื้อโรคชนิดต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส โปรโตซัว และหนอนพยาธิ เชื้อก่อโรคเหล่านี้สามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป

อาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นอาการสำคัญของโรคอุจจาระร่วง อาจถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายมีมูกปนเลือด โดยทั่วไปมักจะอาเจียนร่วมด้วย ความรุนแรงของอาการแตกต่างกันได้มาก ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย ในขณะที่บางรายอาจมีอาการรุนแรงมาก

โรคอุจจาระร่วงอาจเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยถึงกับเสียชีวิตได้

โรคอาหารเป็นพิษ

โรคอาหารเป็นพิษเกิดจากการรับประทานเชื้อโรคหรือสารพิษของเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารเข้าไปในร่างกาย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไป เช่น เชื้อสแตฟฟิโลคอคคัส (Staphylococcus) หรือเชื้ออีโคไล (E. coli) บางรายเกิดจากเชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella) เชื้อชิเกลลา (Shigella) เชื้อแคมไพโรแบคเตอร์ (Campylobacter) เชื้ออหิวาต์ (Cholera) โบทูลิสซึม (Botulism) พิษจากเห็ด เชื้อลิสทีเรีย (Listeria) เชื้อแบซิลลัสซีเรียส (Bacillus cereus) และเชื้อเยอซิเนีย (Yersinia)

โรคอาหารเป็นพิษที่เกิดจากเชื้อลิสทีเรียมีรายงานพบมากขึ้นในระยะหลังๆ จึงควรจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นปัญหาในประเทศไทยด้วยหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักเชื้อนี้

โรคอาหารเป็นพิษอาจเกิดขึ้นทีละหลายๆ คนโดยการกินอาหารปนเปื้อนชนิดเดียวกัน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับอาหารปิกนิก โรงอาหารที่โรงเรียน งานเลี้ยงสังสรรค์ อาหารที่ไม่ได้เก็บแช่ไว้ในตู้เย็น อาหารที่ทำไว้ล่วงหน้านาน ๆ แล้วไม่ได้แช่ตู้เย็นไว้ โดยไม่ได้อุ่นให้ร้อนพอ อาหารที่เตรียมขึ้นอย่างไม่สะอาด บางครั้งพบในอาหารที่ปรุงไม่สุก อาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ จากเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ไข่เป็ด ไข่ไก่ นมและผลิตภัณฑ์ของนม โดยเฉพาะน้ำนมที่ยังไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ อาหารฝรั่งที่ใส่มายองเนส อาหารกระป๋อง และอาหารทะเล

เด็กเล็กและคนชรามีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคอาหารเป็นพิษ ผู้ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคตับ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันน้อยกว่าปกติ สตรีมีครรภ์ มารดาที่ให้นทบุตร

อาการของโรคอาหารเป็นพิษมักเกิดขึ้นภายใน 2-6 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อหรือสารพิษของเชื้อ อาการต่างๆ ได้แก่ ไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย บางครั้งอาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ถ้าถ่ายอุจจาระมากจะเกิดอาการขาดน้ำและสารเกลือแร่ในร่างกาย ร่างกายอ่อนเพลีย อาจเกิดการอักเสบที่อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ข้อและกระดูก ถุงน้ำดี กล้ามเนื้อหัวใจ ปอด ไต เยื่อหุ้มสมอง และเมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสโลหิตจะทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ

โรคบิด

โรคบิดเกิดจากเชื้อบิดซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียหรืออะมีบา เชื้อบิดชนิดอะมีบาเรียกว่าบิดมีตัว ส่วนเชื้อบิดที่เป็นแบคทีเรียเรียกว่าบิดไม่มีตัว เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคบิดมีชื่อเรียกว่า Shigella โรคบิดสามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหาร ผักดิบหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไป

อาการสำคัญ คือ ถ่ายอุจจาระบ่อย อุจจาระมีมูกหรือมูกปนเลือด มีไข้ ปวดท้องแบบปวดเบ่งร่วมด้วย และบางคนอาจเป็นโรคนี้แบบเรื้อรังได้

อหิวาตกโรค

อหิวาตกโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Vibrio สามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป

อาการที่เกิดขึ้น คือ ถ่ายอุจจาระเป็นคราวละมากๆ โดยไม่มีอาการปวดท้อง ไปจนกระทั่งมีการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำคล้ายน้ำซาวข้าว อาเจียนมาก และมีอาการขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว กระหายน้ำ กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย ตาลึกโหล ผิวหนังเหี่ยวย่น ปัสสาวะน้อย หรือไม่มีปัสสาวะ หายใจลึกผิดปกติ ชีพจรเต้นเบาเร็ว อาการเหล่านี้เกิดขึ้นรวดเร็ว ผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะช็อค หมดสติ เนื่องจากเสียสารน้ำในร่างกาย

สำหรับในรายที่มีอาการรุนแรงอาจถึงแก่ความตายในเวลาอันรวดเร็ว ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที

ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย

ไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย เกิดจากเชื้อไทฟอยด์ ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย สามารถติดต่อได้โดยอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระและปัสสาวะของผู้ป่วย

อาการสำคัญ คือ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร ผู้ป่วยอาจมีอาการท้องผูก หรือบางรายอาจท้องเสียได้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้เรื้อรังจะมีเชื้อปนออกมากับอุจจาระและปัสสาวะเป็นครั้งคราว ซึ่งจะทำให้ผู้นั้นเป็นพาหะของโรคได้ ถ้าไปประกอบอาหารโดยไม่สะอาด หรือไม่สุกก็จะทำให้เชื้อไทฟอยด์แพร่ไปสู่ผู้อื่นได้

ไวรัสตับอักเสบเอ

เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอพบได้ในหอยทะเล หรือในอาหารทั่วๆ ไป การติดต่อมักเป็นจากอุจจาระและเข้าทางปาก ถ้าอาหารทุกชนิดที่เข้าปากสะอาด ก็จะไม่เป็นโรคนี้ การล้างมือให้สะอาดจึงเป็นการป้องกันที่สำคัญ รวมไปถึงพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ โดยฉีดวัคซีน 2 เข็ม

โรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เพลีย เบื่อบุหรี่ เบื่อเหล้า มีไข้ รู้สึกตึงๆ เจ็บๆ ที่บริเวณตับ ชายโครงด้านขวา อาจเป็นอยู่ 2-3 วัน แล้วจึงจะมีอาการดีซ่านซึ่งก็คือตัวเหลือง และตาสีขาวกลายเป็นสีเหลือง เมื่อมีดีซ่านอาการไข้จะหายไป

ผู้ป่วยจะรู้สึกไม่สบายอยู่ประมาณ 1 เดือนแล้วจึงหาย แต่บางรายอาจใช้เวลาถึง 3 เดือน โรคนี้ส่วนใหญ่จะหาย มีน้อยรายมากที่จะเสียชีวิต และเมื่อหาย จะหายขาด ไม่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง จนถึงโรคตับแข็ง หรือกลายเป็นมะเร็งของตับ

โรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำเกิดจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน ส่วนใหญ่พบในสุนัข แมว ค้างคาว ติดต่อได้ทั้งการโดนกัด ข่วน หรือถูกเลียบริเวณที่มีแผลถลอก หรือน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อเข้าตา ปาก หรือจมูก ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะมีอาการภายใน 15-60 วัน บางรายอาจนานเป็นปี

เมื่อเป็นโรคพิษสุนัขบ้ายังไม่มียารักษา ทำให้เสียชีวิตทุกรายภายใน 2-7 วันหลังแสดงอาการ จึงต้องรีบให้วัคซีนทันทีเมื่อได้รับเชื้อ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบทันที เพื่อเข้าควบคุมโรคในพื้นที่ หากถูกสัตว์กัดให้รีบล้างแผลด้วยสบู่ และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ และฉีดวัคซีนป้องกัน

 

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

ข่าวสุขภาพ

ฉลาดซื้อ : ภัยร้ายจาก "ไส้กรอกหมู" ใส่สารกันบูดเพียบ!!
รู้หรือไม่ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดปริมาณสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้วัตถุเจือปนอาหารใน อาหารหลายชนิด แต่ไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหมด ดังนั้น อาหารที่จำเป็นต้องใช้วัตถุกันเสียเพื่อเก็บรักษาและถนอมอาหารควรใช้เท่าที่ จำเป็น การใช้เกินความจำเป็นอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้
"คอเลสเตอรอล" ไขมันแห่งชีวิต
คอเลสเตอรอล คือ ไขมันประเภทหนึ่ง มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว พบได้ในเซลล์ของอวัยวะทั่วไปในร่างกาย จินตนาการง่ายๆ ว่าส่วนประกอบที่เป็นของเหลวในตัวเรา ล้วนมีคอเลสเตอรอลแทรกซึมเป็นเจ้าถิ่นอยู่ทุกอณู ไม่เว้นแม้แต่ส่วนสำคัญที่สุดอย่างก้อนไขมันทรงประสิทธิภาพที่เรียกว่า สมอง
เตือนสาวอยากผอมกินยาลดอ้วน"พิงค์เลดี้-บอดี้บาลานซ์-แอล คานีทีน" เสี่ยงอันตรายไร้มาตรฐาน
เมื่อ วันที่ 23 ธันงาคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้จัดงานเสวนา สรุปสถานการณ์การตรวจจับยาลดความอ้วน-อาหารเสริมไร้มาตรรฐานในรอบปี 2551-2552 เนื่องจากปัจจุบันปัญหาสสุขภาพของประชาชนจากภาวะโภชนาการที่ไม่เหมาะสมมี แน้วโน้มเพิ่มาากขึ้น
"มะเร็งตับ" ภัยสุขภาพที่ป้องกันได้
"มะเร็ง ตับ" ถือเป็นมะเร็งที่คนไทยป่วยมากเป็นอันดับต้นๆ ที่ผ่านมา ได้มีบุคคลสำคัญ และผู้มีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตด้วยโรคนี ้ อาทิ "DJ โจ้" - อัครพล ธนะวิทวิลาศ จากคลื่นฮอตเวฟ, ยอดรัก สลักใจ ราชาลูกทุ่งชื่อดัง,นายอภิชาติ หาลำเจียก ดาราผู้ผันตัวมาลงสนามการเมือง หรือกระทั่งล่าสุดอย่าง "สมัคร สุนทรเวช" อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย
เด็กไทยเสื่อมหนัก 10ขวบท้อง มีเซ็กซ์พิสูจน์รัก
เด็กไทยเสื่อมหนัก ดญ. 10 ขวบ ท้องเกินครึ่งร้อย เหตุเพราะไม่ชอบใส่ถุงยางอนามัย แถมบรรดาวัยโจ๋ มีค่านิยมการมีเซ็กซ์เป็นเรื่องปกติและเป็นการพิสูจน์ ความรัก ...
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube