Thursday Sep 09

Share

"RFTVR เป็นวิธีการรักษาโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง"

( 5 Votes )

อุปกรณ์ในด้านการรักษา พัฒนามากขึ้น เพื่อลดความเจ็บปวด และความเสี่ยงจากการ "ผ่าตัด" โดยเฉพาะบริเวณเนื้อเยื่อที่สำคัญ ในโพรงจมูกที่อาจทำให้ไม่สามารถหายใจได้สะดวก อันเป็นอาการสำคัญของผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ได้กลายเป็นโรคฮิตสำหรับคนเมือง  โดยเฉพาะบริเวณที่มีการพัฒนาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ มีการก่อสร้างอาคารหรืออื่นๆ ที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองก็เป็นเหตุให้เกิดอาการโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้ และยากที่จะหลีกเลี่ยงในเขตชุมชนเมือง

อาการของโรคภูมิแพ้นี้ เมื่อเป็นนานขึ้น ก็อาจทำให้เนื้อเยื่อในโพรงจมูกมีอาการบวมหรือขยายตัวขึ้นมา ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการหายใจ หรือหายใจติดขัด หายใจไม่ออก เรียกว่า อาการคัดจมูก เดิมนั้นทางการแพทย์ต้องใช้วิธีการ "ผ่าตัด" แต่วันนี้ด้วยเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ ได้มีการพัฒนาใช้วิธีการรักษาด้วยการใช้คลื่นวิทยุแทนมีดผ่าตัด เป็นการรักษาโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง ทำให้หายใจได้โล่งขึ้น ด้วยพลังงานจากคลื่นวิทยุที่ปล่อยเข้าไปในบริเวณเนื้อเยื่อที่อุดกั้นทางเดินหายใจ พลังงานจากคลื่นวิทยุนี้จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่ควบคุมอุณหภูมิไว้ไม่ให้สูงมากนัก ความร้อนที่ไม่สูงมากนี้จะไม่ทำลายเซลล์หรือเนื้อเยื่อ แต่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีน มีผลทำให้เนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการรักษาเกิดการหดตัวลง

ด้วยหลักการนี้จึงนำมาใช้ในการรักษาอาการกรน ซึ่งมักจะมีสาเหตุมาจากการที่มีเนื้อเยื่อในช่องทางเดินหายใจที่ใหญ่หรือหนาตัวมากกว่าปกติ ทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น เสียงกรน และภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหายไป

สำหรับอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดคลื่นวิทยุนี้ เป็นอุปกรณ์ที่มีการการใช้รักษาโรคต่างๆ มานานมากกว่า 30 ปีแล้ว โดยใช้ในการรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งไม่พบว่ามีผลเสียใดๆ จากการใช้เครื่องมือดังกล่าว จึงมั่นใจได้ว่การนำเครื่องมือนี้มาใช้ในการรักษาอาการกรน จะไม่ทำให้เกิดผลเสียใดๆ ต่อร่างกาย

การรักษานี้ใช้วิธีฉีดยาชาเฉพาะที่ไม่ต้องดมยาสลบจึงไม่มีความเสี่ยงในการดมยาสลบ ไม่เจ็บ โดยทั่วไปอาจมีเพียงอาการระคายคอ คัดจมูกบ้าง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ทำการรักษา ใช้เวลาในการทำประมาณ 15-20 นาที ทำเสร็จแล้วกลับบ้านได้ ยกเว้นการทำบริเวณโคนลิ้น อาจจำเป็นต้องสังเกตอาการ ประมาณ 1 คืน

อัตราการได้ผลอยู่ในเกณฑ์ดี คือประมาณ 75-85% ข้อจำกัดของการรักษาด้วยการใช้คลื่นวิทยุ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยคลื่นวิทยุประมาณสองครั้งอาการต่างๆ จึงจะดีขึ้น โดยมีระยะเวลาห่างกันแต่ละครั้งประมาณ 6-8 อาทิตย์ ผลการรักษาจะค่อยๆ ดีขึ้นทีละน้อย โดยเริ่มรู้สึกดีขึ้นหลังทำประมาณ 4 อาทิตย์ และอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ จนได้ผลสูงสุดที่ 6-8 อาทิตย์

นอกจากการใช้คลื่นวิทยุในการรักษาโรคนอนกรนแล้วอุปกรณ์ชนิดนี้ยังสามารถใช้รักษา โรคโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง ซึ่งอาจเกิดจากภูมิแพ้ หรืออื่นๆ ที่ไม่คอยตอบสนองต่อยากินได้อีกด้วย

สัมภาษณ์ นพ.พีระ จิตตำนาน

ข่าวสุขภาพ

ใบหมี่...สมุนไพรสำหรับเส้นผม
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ใบหมี่เป็นพืชที่ให้สารเมือกที่มีประโยชน์ทางเครื่องสำอางโดยมีการนำมาทำยา สระผม ใบหมี่เป็นพืชในท้องถิ่น หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ชาวบ้านนิยมนำมาใช้สระผมเนื่องจากมีสารเมือก (mucilage) ที่มี polysac charide เป็นองค์ประกอบหลัก สารสกัดจากใบหมี่มีสารสำคัญที่มีสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืดสำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางหรือยาที่ใช้ภายนอก ใบหมี่ มีชื่อในตำรับ ยาล้านนาว่า หมีเหม็น มีชื่อในท้องถิ่นอื่นในภาคเหนือว่า มะเย้อ, ยุบเหยา, หมีเหม็น, ยุกเยา, ยุบเย้า, ดอกจุ๋ม (ลำปาง), หมี่, ตังสีไพร (พิษณุโลก) เป็นต้น...
"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube