Saturday Jul 31

Share

การรักษาด้วยไฟฟ้า

( 15 Votes )

imageการรักษาด้วยไฟฟ้าเป็นวิธีการรักษาชนิดหนึ่งสำหรับผู้ป่วยจิตเวช เรียกชื่อว่า Electroconvulsive therapy เรียกย่อว่า ECT เป็นการทำให้ชักโดยใช้กระแสไฟฟ้าในปริมาณที่เหมาะสม ผ่านเข้าไปในสมองทางขั้วตัวนำไฟฟ้าซึ่งวางไว้บริเวณขมับทั้งสองข้างหรือข้างเดียว ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าไปในสมองผู้ป่วย โดยทั่วไปอยู่ในช่วงระหว่าง 70-150 โวลท์ เวลาที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าประมาณ 0.5-2 วินาที และมีผลให้เกิดการชักประมาณ 30-60 วินาที จึงจะมีผลต่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เป็นการชักเกร็งของฝ่าเท้าและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ประมาณ 10-15 วินาที และเป็นการกระตุกของกล้ามเนื้อเป็นจังหวะประมาณ 30 วินาที

ผู้ป่วยที่ใช้ ECT รักษาได้ผลดี ได้แก่ กลุ่มโรคซึมเศร้าและโรคจิตเภท (Pschizophrenia) ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีอาการรุนแรง ไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาต้านซึมเศร้า หรือมีความเสี่ยงสูงในการฆ่าตัวตาย รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่ยอมกินน้ำ กินอาหาร ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้เมื่อเข้ารับการรักษาด้วยไฟฟ้าแล้วได้ผลดีอาการดีขึ้นถึงร้อยละ 80 ส่วนผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ใช้ยารักษาโรคจิตแล้วอาการต่างๆไม่ดีขึ้น เมื่อหันมาใช้การรักษาด้วย ECT ช่วยให้อาการดีขึ้นได้ถึงร้อยละ 70

image

imageผู้ป่วยส่วนมากต้องทำ ECT คนละประมาณ 6-10 ครั้ง และบางคนอาจต้องทำ ECT มากถึง 20-25 ครั้ง จึงจะเห็นผลของการรักษา โดยทำ ECT ทุกวันเว้นวัน หรือ 3 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ การรักษาด้วย ECT ทำในผู้ป่วยที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลเพราะต้องดูแลใกล้ชิดหลังทำ อาจเป็นแบบไม่ดมยาสลบหรือแบบดมยาสลบ โดยใช้ายาสลบชนิดออกฤทธิ์ระยะสั้นและยาลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ เพื่อไม่ให่เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อรุนแรงขณะชัก ในระหว่างดมยาสลบผู้ป่วยต้องได้รับออกซิเจนตลอดเวลา

ขณะทำ ECT ในช่วงที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปในตัวผู้ป่วย ต้องตรวจเช็คความดันโลหิตและการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิตอาจสูงหรือต่ำไม่สม่ำเสมอ ในขณะที่อัตราการเต้นของหัวใจอาจช้าหรือเร็วมากกว่าปกติ แต่ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด หลังทำ ECT ช่วงสั้นอาจมีอาการงุนงง สับสนชั่วคราว ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และคลื่นไส้ได้บ้างเล็กน้อย ในระยะยาวอาจมีความจำบกพร่องในช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาล อาการเหล่านี้เป็นผลมาจากการเจ็บป่วยที่ยาวนาน

สำหรับกลไกในการรักษา ECT เป็นวิธีการรักษาที่มีการใช้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะยังเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลทางการรักษาที่ดี ส่วนกลไกการทำงานของ ECT ที่ทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น เชื่อว่าเกิดจากการที่กระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าไปในสมอง ช่วยกระตุ้นให้มีการหมุนเวียนและปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง หรือที่เรียกว่าสารสื่อประสาท หลายชนิด ชนิดที่สำคัญและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง คือ serotonin, norepinephrine และ dopamine ซึ่งส่งผลดีต่อการรักษาและช่วยให้ควบคุมอาการผิดปกติของโรคทางจิตเวชได้เป็นอย่างดี

imageที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

ข่าวสุขภาพ

"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
ถุงช็อปปิ้งมีเชื้อโรค ก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษ เป็นอันตรายถึงชีวิต
นักวิจัยทั้งในอังกฤษและอเมริกา ต่างเตือนนักช็อปปิ้งทั้งหลายว่า ถุงใส่สิ่งของที่จับจ่าย อาจทำอันตรายต่อสุขภาพได้ เพราะมันกลายเป็นที่อยู่ ของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเป็นพิษ ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube