มะเร็งกล่องเสียง (ตอนที่ 3)
( 3 Votes )
หลังจากที่ได้รับการตรวจแล้วพบเนื้องอกภายในกล่องเสียงผู้ป่วยจะได้รับการตัดชิ้นเนื้อนั้นๆ (บางส่วน) ออกมาเพื่อนำไปชันสูตร ตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ และกระบวนการทางห้องแล็ป โดยปกติแล้วจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ ก็จะทราบผลชิ้นเนื้อว่าเป็นโรคอะไร
หากว่าผลชิ้นเนื้อนั้นเป็นเนื้อร้าย (มะเร็ง)แพทย์จะทำการตรวจ และประเมิน
รายละเอียดของโรค และตัวผู้ป่วยต่อไป เพื่อให้ได้ข้อมูลที่พร้อมสำหรับเริ่มการรักษานั่นคือเป็นมะเร็งชนิดไหน ระยะที่เท่าไร ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวใดๆ บ้าง และควบคุมโรคประจำตัวได้ดีหรือยัง ผลเลือดต่างๆ เช่น เม็ดเลือด เกล็ดเลือด การทำงานของตับ ไต การทำงานของหัวใจ และปอด
เป็นต้น รายละเอียดต่างๆ เหล่านี้มีผลต่อการเลือกและวางแผนต่อการรักษาทั้งสิ้น
โดยทั่วไปแล้วนั้นหากเป็นมะเร็งกล่องเสียงในระยะเริ่มต้น การรักษาอาจใช้การผ่าตัดหรือการฉายแสง (อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น) หลังการรักษาพบว่าผู้ป่วยยังสามารถออกเสียงสื่อสารกับบุคคลอื่นได้ แต่คุณภาพของเสียงอาจเพี้ยนไปบ้าง
หากเป็นมะเร็งกล่องเสียงที่ไม่ใช่ขั้นต้นการรักษามักประกอบด้วยการผ่าตัด และฉายแสง และ/หรือเคมีบำบัดร่วมด้วยซึ่งการผ่าตัดนั้น มักจะต้องตัดกล่องเสียงออก (บางส่วนหรือทั้งหมด) และตัดต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอออกด้วย (ถ้ามีต่อมน้ำเหลืองโต) หลังการรักษาพบว่าผู้ป่วยมักจะไม่สามารถออกเสียงพูดได้ (โดยเฉพาะกรณีตัดกล่องเสียงออกทั้งหมด) ทำให้ระยะพักฟื้นหลังจากเข้ารับการผ่าตัดนั้นผู้ป่วยจึงต้องสื่อสารกับผู้อื่นด้วยการเขียน นอกจากนั้นการฉายแสงยังมีผลทำให้เยื่อบุในคอแห้ง น้ำลายเหนียวกว่าปกติ ผู้ป่วยจึงต้องคอยจิบน้ำอยู่เรื่อยๆ
และถ้าหากว่า เป็นมะเร็งที่ลุกลามไปยังอวัยวะที่อยู่ห่างไกลจากกล่องเสียง เช่น กระดูก สมอง ปอด ตับฯ
การรักษานั้น ก็จะมีเป้าหมายเพียงแค่รักษาตามอาการ และประคับประคองเท่านั้น เช่น ให้ยาระงับปวด เจาะคอเพื่อลดปัญหาก้อนมะเร็งอุดตันทางเดินหายใจ ให้อาหารทางสายยาง เป็นต้น
หมายเหตุ : ภายใต้ภาวะไร้กล่องเสียงนั้น ผู้ป่วยยังมีหนทางที่จะออกเสียงพูด สื่อสารกับบุคคลอื่นได้
โปรดติดตามต่อสัปดาห์หน้าค่ะ…
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่
| < Prev | Next > |
|---|






