Tuesday Sep 07

Share

มะเร็งกล่องเสียง (ตอนที่ 6)

( 2 Votes )

ear58.jpgเมื่อทราบว่าเป็นมะเร็งผู้ป่วยควรตั้งสติให้ดี ไม่ต้องตกตกใจ ให้รีบปรึกษาแพทย์ และเริ่มต้นการรักษาให้เร็วที่สุด ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่ามะเร็งของกล่องเสียง บางครั้งสามารถรักษาด้วยการฉายแสง หรือผ่าตัดเพียงอย่างเดียวได้ แต่บางครั้งต้องใช้ทั้งการฉายแสงควบคู่กับการผ่าตัด และอาจต้องเพิ่มด้วยการใช้เคมีบำบัดร่วมด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะของโรคที่เป็น ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรรักษาให้ครบถ้วน เนื่องจากการรักษาแบบครึ่งๆ กลางๆ นั้นไม่เพียงพอที่จะควบคุมโรคได้ ในที่สุดก็จะลุกลามมากขึ้น

หลังจากตัดกล่องเสียงออกไปแล้ว ผู้ป่วยก็จะหายใจทางหลอดลมที่มาเปิดที่ผิวหนังบริเวณลำคอ ดังนั้น อากาศที่หายใจเข้าไปในปอดจะไม่ผ่านโพรงจมูกอีกต่อไป ปกติแล้วจมูกจะคอยปรับความชื้น และอุณหภูมิที่เหมาะสมให้แก่อากาศที่จะผ่านลงไปยังปอด เมื่ออากาศไม่ผ่านจมูกแล้วความชื้นจึงน้อยกว่าปกติทำให้อากาศที่ลงไปในหลอดลมค่อนข้างแห้ง เยื่อบุภายในหลอดลมก็จะแห้งกว่าปกติ เกิดภาวะหลอดลมอักเสบได้ง่ายขึ้น มีเสมหะปนเลือดได้บ่อยๆ เนื่องจากเส้นเลือดฝอยภายในหลอดลมจะอ่อนแอกว่าปกติ ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรที่จะต้องหมั่นหยอดน้ำเกลือสะอาด 2 -3 หยดลงไปในหลอดลม เพื่อก่อให้เกิดความชุ่มชื้นที่พอเหมาะ หน้าที่ของจมูกอีกกรณี คือ มีขนจมูกช่วยกรองฝุ่นละออง และเชื้อโรค เพื่อไม่ให้เข้าปอดที่พอเหมาะ หน้าที่ของจมูกอีกกรณีคือ มีขนจมูกช่วยกรองฝุ่นละออง และเชื้อโรค เพื่อไม่ให้เข้าปอด ภาวะหลังตัดกล่องเสียงนั้นจะไม่มีตัวกรองเชื้อโรค ฝุ่นละอองจากอากาศ ปอด และหลอดลมก็จะรับเชื้อต่างๆ รวมทั้งสิ่งสกปรกในอากาศได้ง่ายขึ้น ผู้ป่วยจึงควรจะมีผ้าพันคอบางๆ มาปกคลุมที่บริเวณรูเปิดของหลอดลม (หรือใช้ผ้าพันคอที่ทำขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ตัดกล่องเสียงโดยเฉพาะก็ได้)

ควรดูแลรักษาอุปกรณ์การช่วยพูดให้ดี หากอุปกรณ์ช่วยพูดแบบที่ใช้แบตเตอรี่ทำงานผิดปกติไป อาจเกิดจากพลังงานในแบตเตอรี่หมด หรืออุปกรณ์เสื่อมตามกาลเวลาก็ควรนำอุปกรณ์นั้นมาตรวจเช็ค และหากกล่องเสียงเทียมที่ใส่ไว้ในคอทำงานผิดปกติไป เช่น พูดได้ไม่ชัด สำลักอาหารและน้ำให้รีบมาพบแพทย์ เพื่อตรวจสภาพกล่องเสียงเทียมว่าเสื่อมหรือไม่ หรืออาจเกิดจากโรคมะเร็งย้อนกลับมาลุกลามบริเวณคออีกครั้งก็เป็นไปได้

การฉายแสงและเคมีบำบัดอาจมีผลทำให้ปากคอแห้ง เบื่ออาหารได้ ผู้ป่วยต้องพยายามรับประทานให้ได้ หรืออาจใช้อาหารเสริม หรือวิตามินเพิ่มเติม เพื่อไม่ทำให้ร่างกายอิดโรย, ทรุดโทรม

มะเร็งคือโรคร้ายแรง ซึ่งบางครั้งแม้ว่าจะได้รับการดูแลรักษาจนครบถ้วนแล้ว โรคก็อาจจะย้อนกลับมาแสดงอาการได้อีก ผู้ป่วยจึงควรดูแลตัวเองให้ดี รีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ และไปรับการตรวจเช็คตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง

imageที่มา : พญ.จิราวดี จัตุฑะศรี
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

ข่าวสุขภาพ

ใบหมี่...สมุนไพรสำหรับเส้นผม
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ใบหมี่เป็นพืชที่ให้สารเมือกที่มีประโยชน์ทางเครื่องสำอางโดยมีการนำมาทำยา สระผม ใบหมี่เป็นพืชในท้องถิ่น หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ชาวบ้านนิยมนำมาใช้สระผมเนื่องจากมีสารเมือก (mucilage) ที่มี polysac charide เป็นองค์ประกอบหลัก สารสกัดจากใบหมี่มีสารสำคัญที่มีสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืดสำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางหรือยาที่ใช้ภายนอก ใบหมี่ มีชื่อในตำรับ ยาล้านนาว่า หมีเหม็น มีชื่อในท้องถิ่นอื่นในภาคเหนือว่า มะเย้อ, ยุบเหยา, หมีเหม็น, ยุกเยา, ยุบเย้า, ดอกจุ๋ม (ลำปาง), หมี่, ตังสีไพร (พิษณุโลก) เป็นต้น...
"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube