Thursday Sep 02

Share

มะเร็งลำไส้ใหญ่

( 4 Votes )

มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้ใหญ่มักพบในกลุ่มประชาชนที่ชอบรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารไขมันสูง สูบบุหรี่จัด ดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ไม่ชอบรับประทานอาหารประเภทผักผลไม้ อาหารที่มีกากใย ไม่ออกกำลังกาย

มะเร็งของลำไส้ใหญ่ เป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ เราสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ โดยการรับประทานผักและผลไม้มากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และควรตรวจสุขภาพเป็นประจำร่วมกับการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และสมาชิกในครอบครัวที่มีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ หากมีอาการผิดปกติต่างๆ เกิดขึ้นก็ควรรีบพบแพทย์

การตรวจวินิจฉัยเพื่อค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่

  1. การตรวจหาเลือดที่ปนมากับอุจจาระ (Fecal Occult Blood Test) วิธีนี้สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ประมาณ 35% เป็นวิธีการตรวจที่สะดวก แต่ผู้ป่วยต้องงดอาหารจำพวกเนื้อแดง หยุดยาแอสไพริน ยาบำรุงเลือด การตรวจวิธีนี้มีความไวในการตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรกค่อนข้างต่ำ
  2. การตรวจลำไส้ใหญ่ด้านซ้ายโดยการส่องกล้อง (Sigmoidoscopy) สามารถตรวจพบมะเร็งได้ประมาณ 70% หากผู้ป่วยมีมะเร็งที่ด้านขวาก็จะหาไม่พบ การตรวจด้วยวิธีนี้แพทย์จะแนะนำให้ตรวจซ้ำทุกๆ 5 ปี
  3. การตรวจลำไส้ใหญ่ทั้งหมดโดยการส่องกล้อง (Colonoscopy) เป็นวิธีการตรวจมาตรฐานที่มีความแม่นยำ และความไวสูง ถ้าพบเนื้องอกหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ แพทย์สามารถตัดชิ้นเนื้อมาตรวจได้ วิธีนี้ควรตรวจทุกๆ 10 ปี
  4. การตรวจลำไส้ใหญ่โดยการสวนแป้ง และเอกซเรย์ (Barium Enema) มีความแม่นยำน้อยกว่าการส่องกล้อง วิธีนี้ควรตรวจทุกๆ 5 ปี
  5. การตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งลำไส้ในเลือด (Carcino-embryonic Atigen / CEA) ใช้ได้ดีในการตรวจก่อนและหลังการผ่าตัด เพื่อกำหนดระยะเวลาในการติดตามผลการรักษา การตรวจวิธีนี้ไม่แนะนำให้ใช้เพื่อตรวจคัดกรองหามะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะมีความถูกต้องค่อนข้างต่ำ
  6. การตรวจทางเอกซเรย์ ได้แก่เอกซเรย์คอมพิวเตอร์และการตรวจโดยใช้แม่แหล็กไฟฟ้า

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นอยู่กับระยะของโรค (Staging) โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

  • ระยะที่ 1 และ 2 มะเร็งอยู่เฉพาะในลำไส้
  • ระยะที่ 3 มะเร็งเริ่มลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง
  • ระยะที่ 4 เป็นระยะแพร่กระจาย อาจแพร่ไปยังปอดหรือตับ

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่

  • การรักษาโดยการผ่าตัด ถือเป็นการรักษาหลักของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป้าหมายคือตัดลำไส้บริเวณที่เป็นมะเร็งออกให้มากพอ รวมทั้งตัดต่อมน้ำเหลืองบริเวณนั้นออกด้วย
  • การรักษาโดยการให้ยาเคมีบำบัด มีประโยชน์มากในระยะที่ 3 ส่วนในระยะที่ 2 นั้นยังมีข้อโต้แย้งถึงผลดี และผลเสียของการให้ยากันอยู่ ส่วนในระยะที่ 4 นั้น การพยากรณ์โรคจะไม่ค่อยดี
  • การรักษาโดยการฉายรังสี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับการรักษา เพื่อพิจารณาถึงผลดีและผลเสียของการฉายรังสีโดยละเอียด

ที่มา : นพ.สรวุฒิ พิทยาภา
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

ข่าวสุขภาพ

ใบหมี่...สมุนไพรสำหรับเส้นผม
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ใบหมี่เป็นพืชที่ให้สารเมือกที่มีประโยชน์ทางเครื่องสำอางโดยมีการนำมาทำยา สระผม ใบหมี่เป็นพืชในท้องถิ่น หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ชาวบ้านนิยมนำมาใช้สระผมเนื่องจากมีสารเมือก (mucilage) ที่มี polysac charide เป็นองค์ประกอบหลัก สารสกัดจากใบหมี่มีสารสำคัญที่มีสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืดสำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางหรือยาที่ใช้ภายนอก ใบหมี่ มีชื่อในตำรับ ยาล้านนาว่า หมีเหม็น มีชื่อในท้องถิ่นอื่นในภาคเหนือว่า มะเย้อ, ยุบเหยา, หมีเหม็น, ยุกเยา, ยุบเย้า, ดอกจุ๋ม (ลำปาง), หมี่, ตังสีไพร (พิษณุโลก) เป็นต้น...
"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube