ลูกนอนกรน อันตรายหรือไม่
( 6 Votes )ลูกนอนกรน อันตรายหรือไม่
เสียงกรน เป็นเสียงที่เกิดช่วงหายใจเข้าขณะนอนหลับ ในเด็กปกติขณะหลับ ทางเดินหายใจส่วนบนจะตีบแคบลงกว่าขณะตื่น และลิ้นทำให้เกิดเสียงกรน แต่ยังมีภาวะการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ปกติ จึงไม่เกิดปัญหา แต่ในเด็กบางรายที่นอนกรน ร่วมกับมีภาวะพร่องออกซิเจนและมีคาร์บอนไดออกไซด์คั่ง มีคุณภาพของการนอนหลับผิดปกติไป เราเรียกว่ามีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ หรือ Obstructive sleep Apnea (OSA)
ภาวะแทรกซ้อนในเด็กที่เป็น OSA เช่น ปัญหาสมองและพฤติกรรม เรียนตกต่ำ ซุกซนผิดปกติ สมาธิสั้น ความดันโลหิตสูง และหัวใจซีกขวาวายได้
สาเหตุของภาวะ OSA เกิดจากอะไร
- ต่อมทอนซิล และอะดีนอยด์โต ซึ่งพบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็กวัยก่อนเรียนหรือวัยอนุบาล ซึ่งเป็นวัยที่ระบบน้ำเหลืองมีการเจริญเติบโตมากกว่าวัยอื่น
- เด็กอ้วน เนื่องจากมีไขมันสะสมมากขึ้น บริเวณช่องคอ ผนังรอบลำคอและทรวงอก
- ความผิดปกติของรูปหน้า และกระโหลกศีรษะกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม
- ความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- ภูมิแพ้จมูก จากมีการบวมของโพรงจมูก
- การติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบน
- การได้รับควันบุหรี่มือสอง (passive smoking)
ภาวะ OSA เมื่อลูกมีอาการ
- หายใจลำบาก อ้าปากหายใจ
- กระสั่บกระส่าย ตื่นบ่อย
- เขียว หยุดหายใจ
- ปัสสาวะรดที่นอน
- ง่วงนอนหรือนั่งสัปหงกในเวลากลางวัน
- ปวดศีรษะตอนเช้า
- การเรียนตกต่ำ สมาธิสั้น
- ปัญหาด้านพฤติกรรม ซุกซนผิดปกติ
- มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ
การรักษาภาวะ OSA ในเด็ก
การรักษาภาวะดังกล่าว ขึ้นกับสาเหตุของโรคในแต่ละราย ในเบื้องต้นแพทย์จะรักษาทางยาในโรคที่สามารถรักษาได้ก่อน เช่น การให้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกหรือยารับประทาน ในเด็กที่มีภูมิแพ้จมูกร่วมด้วย เพื่อลดการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจ และจมูก การให้ยาต้านจุลชีพในรายที่มีการอักเสบติดเชื้อของช่องคอ และจมูก รวมถึงการลดน้ำหนักในเด็กที่อ้วน เป็นต้น

ในรายที่มีต่อมทอนซิล และอะดีนอยด์โตร่วมด้วยและเป็นสาเหตุของภาวะ OSA แพทย์จะทำการผ่าตัดต่อมทอนซิล และอะดีนอยด์ออก (Adenotonsillectomy) ซึ่งพบว่าอาการดีขึ้นหลังการผ่าตัดถึงร้อยละ 75-100 สำหรับรายที่มีรูปหน้า และกระโหลกศีรษะผิดปกติ อาจรักษาโดยส่งปรึกษาแพทย์ทางศัลยกรรมตกแต่งหรือแพทย์ศัลยกรรมประสาทเพื่อผ่าตัดรักษาต่อไป
ในผู้ป่วยบางราย เช่นเด็กอ้วนที่ยังไม่สามารถลดน้ำหนักได้ปกติ รายที่ไม่สามารถผ่าตัดแก้ไขได้ หรือผ่าตัดต่อมทอนซิล และอะดีนอยด์แล้วยังมีภาวะ OSA อยู่ อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจชนิดให้ความดันบวกผ่านทางหน้ากาก continuous positive air way pressureหรือ CPAP
ข้อควรทราบที่สำคัญ
เด็กที่เป็น OSA อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัยร่วมกันได้ ดังนั้นต้องให้การดูแลรักษาให้ครอบคลุมจึงจะได้ผลการรักษาที่ดี เช่น ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้ตลอดจนควันบุหรี่ด้วย
หากบุตรหลานของท่านนอนกรน และมีอาการสงสัยภาวะดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย และการดูแลรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายและรุนแรงตามมา
สนับสนุนข้อมูลโดย:
คลินิกระบบหายใจเด็ก ศูนย์กุมารเวชกรุงเทพ
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719
| < Prev | Next > |
|---|






