โพสต์ 15 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 852 Views

World Kidney Day 2013

World Kidney Day 2013

ในปีพ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นปีที่มีการรณรงค์ ให้มีความตื่นตัวในเรื่อง โรคไตวายเฉียบพลัน หรือ ภาวะที่ทำให้ไตเสียหายได้  เนื่องจากผู้ป่วยโรคไตส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคไตจนกระทั่งป่วยมากจนเป็น โรคไตวายระยะสุดท้ายแล้วต้องอาศัย การฟอกเลือด หรือ การปลูกถ่ายไต เพื่อการรักษาตัว  เราสามารถที่จะป้องกันเรื่องเหล่านี้ได้ด้วย การตรวจดูหน้าที่ของไต และหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงต่อการเกิดไตวาย

 

คุณเคยตรวจเช็คไตบ้างหรือเปล่า?  ทำไมต้องใส่ใจกับไต?


หน้าที่ของไต 

  1. ไต ทำหน้าที่กรองของเสียจากร่างกาย ในหนึ่งวันไตต้องกรองเลือดมากถึง 180 ลิตร หรือ เลือดในร่างกายเราต้องกรองผ่านไตถึงวันละ 50 ครั้ง และขับของเสียออกทางปัสสาวะ
  2. ไต ควบคุมระดับน้ำในร่างกาย โดยการขับน้ำส่วนเกิน ออกมาเป็นปัสสาวะ
  3. ไต ควบคุมระดับเกลือแร่ต่างๆในร่างกาย ถ้าเกลือแร่เสียสมดุล เซลล์หรืออวัยวะต่างๆจะไม่สามารถทำงานได้ หากผิดปกติมากๆ อาจทำให้เสียชีวิตได้
  4. ไต ช่วยร่างกายควบคุมความดันโลหิต ผู้ป่วยโรคไตมักมีความดันโลหิตสูงยากต่อการควบคุม
  5. ไต ช่วยร่างกายในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง โดยมีส่วนร่วมในการสังเคราะห์ วิตามินดี
  6. ไต ช่วยร่างกายในการสร้างเลือด โดยการผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง

เกี่ยวกับโรคไต 

ประมาณร้อยละ 8-10 ของกลุ่มประชากรผู้ใหญ่ มักจะมีความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของไต   ในปีหนึ่งมีผู้ป่วยเป็นจำนวนนับล้าน ทั่วโลกที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคไต เรื้อรัง

โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นสาเหตุ สำคัญที่ทำให้เกิดโรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุทั่วโลก
ทำให้ต้องรับการฟอกเลือด หรือ การปลูกถ่ายไต เพื่อที่จะดำเนินชีวิตต่อไปได้   การที่เป็นโรคไตเรื้อรังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยโรคไตที่แม้จะดูแข็งแรง สามารถเสียชีวิตจากโรคหัวใจวาย โรคอัมพาต ได้ ถึงแม้จะไม่ได้มีโรคไตระยะสุดท้าย

 

การตรวจหาโรคไต

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะแรกๆ มักจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ทำให้สูญเสียโอกาสสำคัญในการรักษาโรค  ดังนั้น การตรวจหาโรคไตจึงเป็นสิ่งสำคัญ  เราสามารถตรวจโดย การตรวจเลือด เพื่อดูค่า ครีเอตินีน(Creatinine) ซึ่งเป็นของเสียที่ไตขับออกมาในปัสสาวะ เพื่อคำนวณค่า  การทำงานของไต (estimated Glomerular Filtration Rate) และ ตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ (Urinalysis) และตรวจปัสสาวะเพื่อวัดปริมาณโปรตีน/ไข่ขาวปัสสาวะ (Urine microalbumin to creatinine ratio)

ใครเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจหาโรคไต?

  1. ผู้ป่วย โรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูง
  2. ผู้ที่เป็นโรคอ้วน   ผู้ที่สูบบุหรี่
  3. ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50  ปีขึ้นไป
  4. ผู้ที่มีประวัติครอบครัวที่มี โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง

 

การรักษาโรคไต

  1. การใช้ยากลุ่มที่ block Renin-Angiotensin System เช่น ยากลุ่ม ACE Inhibitors, ARBs ที่มีการใช้มากกว่า 10 ปี ในการรักษา โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไต อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การที่จะชะลอโรคไตให้เสื่อมช้าลง สามารถทำได้โดย
  • ควบคุมความดันโลหิต  โดยให้ ความดันโลหิตลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ควบคุมระดับไขมันในเลือด
  • ควบคุมความเข้มข้นของเลือดไม่ให้จางจนเกินไป
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • ควบคุมอาหาร โดยเฉพาะ เกลือ หรือ ความเค็มของอาหาร อาหารไขมันสูง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • หยุดสูบบุหรี่
  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5-2  ลิตร ต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม   NSAIDs, COX-2 Inhibitors
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาสมุนไพร

 

เอกสารอ้างอิง

  1. www.worldkidneyday.org

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้หญิงต้องรู้ ปวดศีรษะไมเกรนช่วงที่มีประจำเดือน

18 กันยายน 2558 42.949

ในช่วงก่อนมีประจำเดือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ก่อนมีประจำเดือน 1-3 วันระดับเอสโตรเจนจะลดลงอย่างรวดเร็ว (estrogen withdrawal) จะเกิดการกระตุ้นให้ทำให้ปวดศีรษะไมเกรนได้

แรงบันดาลใจในการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 (ชนิดไม่ต้องพึ่งอินซูลิน (NIDDM))

16 ตุลาคม 2558 1.463

การออกกำลังกายที่เหมาะสมและสม่ำเสมอสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงได้ เพราะว่าร่างกายจะต้องใช้พลังงานในขณะที่ออกกำลังกาย และแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดในร่างกายก็คือน้ำตาล หากออกกำลังกายให้เพียงพอร่างกายจะใช้น้ำตาลในเลือดเพื่อเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน

ลูกปัดเข้าจมูก (Foreign bodies in nose)

6 มิถุนายน 2556 4.186

สิ่งแปลกปลอมเข้าจมูก มักเกิดในเด็กเล็กๆ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หยิบสิ่งของใกล้ตัวชิ้นเล็กๆ ยัดเข้าจมูก เช่นลูกปัด เมล็ดถั่ว ยางลบ เป็นต้น แต่เหตุการณ์สิ่งแปลกปลอมเข้าจมูกบางครั้งก็อาจเกิดกับผู้ใหญ่ได้เช่นกัน เช่น สำลักน้ำแล้วเศษดินเศษทรายเข้าจมูก

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ