โพสต์ 26 ส.ค. 56 ปรับปรุง 5 มี.ค. 57 2,257 Views

4 ปี ฟีฟ่ามีรายได้ 126,000 ล้านบาท

4 ปี ฟีฟ่ามีรายได้ 126,000 ล้านบาท

หนังสือฟีฟ่าแมกกาซีนเล่มล่าสุด (เม.ย.54) ได้ลงบทความเกี่ยวกับผลการดำเนินงานตลอดระยะ 4 ปี (2007-2010) ของคณะกรรมการบริหารฟีฟ่า ภายใต้การนำของประธานฟีฟ่า มร.โจเซฟ  เอส. แบลตเลอร์ และแน่นอนว่าหนึ่งในผู้บริหารสูงสุดของฟีฟ่ามีคนไทยด้วยคนหนึ่ง คือคุณวรวีร์  มะกูดี ซึ่งผลงานของฟีฟ่าในด้านต่างๆ รวมทั้งด้านการเงิน ย่อมต้องถือว่าเป็นผลงานของคณะกรรมการบริหารฟีฟ่าและทีมงานทั้งหมดของฟีฟ่า ที่มีส่วนสำคัญในการทำงานตลอดเวลา 4 ปี จนประสบความสำเร็จในหลายๆเรื่อง แต่สำหรับสัปดาห์นี้ ผมจะขอนำเนื้อหาเกี่ยวกับด้านการเงินที่ฟ่าฟ่าเปิดเผยไว้ให้ทุกท่านได้ทราบ เพื่อเป็นไอเดียว่าองค์กรที่บริหารงานกีฬาที่มีคนดูมากที่สุดนั้น เขามีรายได้และมีกำไรงอกเงยมาได้อย่างไร

 

รายได้ส่วนใหญ่ของฟีฟ่ามาจากไหน?

ฟีฟ่าโดย มร.แบลตเลอร์ ได้แถลงข่าวเมื่อ 3 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า รายได้ส่วนใหญ่ประมาณ 90% มาจากการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมฟีฟ่าจึงได้กำหนดกรอบของการรายงานผลประกอบการของฟีฟ่า เป็นวงรอบ 4 ปี ฟีฟ่ามีรายได้รวม 4 ปีเท่ากับ 4.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 126,000 ล้านบาท (1 เหรียญสหรัฐเท่ากับ 30 บาท) มีรายจ่าย 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 108,000 ล้านบาท มีรายได้มากกว่ารายจ่ายอยู่ 18,000 ล้านบาท


มีการกล่าวถึงการวิจารณ์ของสื่อในอดีตว่า การเป็นเจ้าภาพการจัดฟุตบอลโลกของอัฟริกาใต้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับที่ ประเทศเยอรมันเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2006 ซึ่งผลออกมากลับตรงกันข้ามที่ประสบความสำเร็จลงไปด้วยดีในทุกๆด้าน รวมทั้งด้านการเงินซึ่งเฉพาะฟุตบอลโลกอย่างเดียว การจัดครั้งล่าสุดมีรายได้สูงกว่าที่เยอรมันจัดถึง 59% เฉพาะรายได้ฟุตบอลโลกที่อัฟริกาใต้มีถึง 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (111,000 ล้านบาท) โดยแบ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดทีวี 2.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ (72,000 ล้านบาท) รายได้จากการตลาดอื่นๆ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (30,000 ล้านบาท) ซึ่งประธานฟีฟ่าได้กล่าวสรุปว่า การที่มีรายได้สูงขึ้นมากนั้น คงเกิดจากความนิยมของคนดูฟุตบอลทั่วโลกมีมากขึ้น จึงทำให้บริษัทต่างๆที่มีสินค้าขายในประเทศต่างๆทั่วโลกนั้น (Global Companies) นิยมที่จะใช้เทศกาลฟุตบอลโลกในการสื่อสารการตลาดสินค้าของตนเองสู่สาธารณชน ทั่วโลก


สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันที่ประธานฟีฟ่าได้เน้นเอาไว้คือ การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพก็เป็นหัวใจของความสำเร็จใน ครั้งนี้ด้วย ตลอดจนการบริหารเงินที่มีอยู่ให้งอกเงยมากขึ้นจากการลงทุนในหลายรูปแบบ ที่ผ่านการคัดกรองไว้แล้วว่ามีความปลอดภัยในการลงทุน รวมทั้งการเฝ้าระวังผลประโยชน์ที่ควรจะได้จากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ

ฟีฟ่ามีเงินมากมายแล้วทำอะไรให้วงการฟุตบอลบ้าง?

แน่นอนว่ารายได้ทั้งหมดเกิดขึ้นได้จากกีฬาฟุตบอล ซึ่งคณะกรรมการบริหารฟีฟ่าเองตระหนักดีในเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงได้กำหนด จุด มุ่งหมายหลักประการหนึ่งของฟีฟ่า ที่เขียนเอาไว้ในธรรมนูญของฟีฟ่า คือ “การปรับปรุงเกมส์การแข่งขันฟุตบอลอย่างสม่ำเสมอและโปรโมตกีฬาฟุตบอลให้เป็น ที่นิยมทั่วโลกให้มากยิ่งขึ้น โดยผ่านโครงการพัฒนาการเรื่องฟุตบอลในเด็ก” ซึ่ง เป็นที่ชัดเจนว่าหากมีรายได้มากขึ้นเท่าใด การจัดสรรเงินเพื่อนำไปพัฒนาเรื่องเหล่านี้ย่อมมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัวไป ด้วย ดังจะเห็นได้จากโครงการต่างๆ ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นใน 4 ปีหลังจากนี้เป็น 2 เท่าของ 4 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นเงินถึง 794 ล้านเหรียญสหรัฐ (23,820 ล้านบาท) โดยเปรียบเทียบ 4 สมัยๆ ละ 4 ปีที่ผ่านมาใช้งบประมาณดังนี้ 1995-1998, 1999-2002, 2003-2006 และ 2007-2010 เท่ากับ 14, 380, 437, 794 ล้านเหรียญสหรัฐตามลำดับ

ฟีฟ่าได้ใช้งบประมาณเพื่อฟุตบอลไปในการทำให้โครงสร้างพื้นฐานของแต่ละ ประเทศและทวีปดียิ่งขึ้นกว่าเดิม การอมรมสัมมนาวิชาการอย่างต่อเนื่องมีบุคลากรหลายพันคนไม่ว่าจะเป็นโค้ช ผู้ตัดสิน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้และทักษะมากขึ้น มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทุกๆภาคส่วนทั่วโลก


นอกจากนี้แล้วฟีฟ่ายังมีหน้าที่อีกหลายเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณใน การจัดการ เช่น พัฒนาระบบการถ่ายทอดสดที่แต่ละแมทซ์ใช้กล้องถึง 32 ตัว และเป็นครั้งแรกที่มีการผลิตภาพ 3 มิติ มีการสนับสนุนให้มีการนำเสนอการแข่งขันฟุตบอลโลกผ่านทางจอยักษ์ใน 6 ประเทศทั่วโลก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสที่จะเดินทางไปดูแมทซ์จริงที่อัฟริกาใต้ ซึ่งฟีฟ่าเรียกโครงการนี้ว่า “International FIFA Fan Fest” โดยฟีฟ่าได้จัดให้มีขึ้นที่ปารีส (ฝรั่งเศส), เบอร์ลิน (เยอรมัน), โรม (อิตาลี), ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย), เม็กซิโกซิตี้ (เม็กซิโก) และริโอเดอจาเนโร (บราซิล)

มีโครงการป้องกันการล้มบอล พัฒนาการซื้อขาย / การย้ายสโมสรของนักฟุตบอลอาชีพ การพัฒนาระบบการจัดการแข่งขันให้ดีขึ้น ป้องกันการผิดพลาดต่างๆ ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมสมาคมฟุตบอลของแต่ละประเทศให้มีศักยภาพในการบริหาร งานให้เป็นระบบสากลมากยิ่งขึ้น
หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว ฟีฟ่าใช้จ่ายลงไปที่กิจกรรมเกี่ยวกับฟุตบอลถึง 70% คิดเป็นเงินประมาณ 16,500 ล้านบาท

การป้องกันความเสี่ยงด้านการบริหารในเรื่องการเงินของฟีฟ่า

ฟีฟ่ามีประสบการณ์จากเหตุการณ์เครื่องบินถล่มตึกเวิร์ลเทรดของอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2543 หรือ 11 September 2011 ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่น-เกาหลี เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาว่าฟีฟ่านั้นมีรายได้มากมายเกือบ 90% มาจากการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างเดียว หากจะต้องยกเลิกไปด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม จะมีผลต่อองค์กรค่อนข้างมาก จึงได้มีการทำประกันภัยเอาไว้ ซึ่งจากเหตุการณ์ร้ายแรงดังกล่าวข้างต้น ทำให้บริษัทประกันหลายๆแห่ง มีความไม่แน่ใจที่จะรับประกันเกมส์ใหญ่ๆเช่นฟุตบอลโลกดีหรือไม่ จึงเป็นเหตุให้ฟีฟ่าได้ตระหนักและคิดหาวิธีป้องกันตนเองโดยกำหนดให้มีเงิน สำรอง (Financial Reserve) ไว้กรณีฉุกเฉิน โดยรายงานล่าสุดฟีฟ่ามีเงินสำรอง 1.28 พันล้านเหรียญสหรัฐ (38,400 ล้านบาท) ไว้สำหรับใช้จ่ายหากเกิดปัญหาวิกฤตทำให้ต้องใช้เงินสำรองเหล่านี้ นับเป็นการป้องกันที่ดีมากทีเดียว

ผมนำข้อมูลเหล่านี้มาให้ท่านผู้อ่านได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับองค์กรกีฬาที่ใหญ่ที่สุดและน่าจะมีฐานะทางการเงินที่ดีที่สุด

สวัสดีครับ.

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

182 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสเวสต์ไนล์ (West Nile virus)

1 สิงหาคม 2556 1.520

ไวรัสเวสต์ไนล์ (West Nile virus) เป็นไวรัสอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบ จัดอยู่ในกลุ่มฟลาวิไวรัส กลุ่มเดียวกับไวรัสแจแปนนีสบีที่ก่อให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบเช่นกัน และไวรัสเดงกี่ที่ก่อให้เกิดโรคไข้เลือดออก เชื้อนี้ทำให้เกิดภาวะสมองอักเสบ

ทำไมต้องตรวจสุขภาพ ก่อนแต่งงาน

7 มิถุนายน 2556 4.901

การมีครอบครัวที่สมบูรณ์ในความหมายของคนทั่วไป อาจหมายถึง การมีพร้อมทางด้านฐานะความเป็นอยู่ เศรษฐกิจและสังคมเท่านั้นแต่ในความเป็นจริงแล้วครอบครัวที่สมบูรณ์หมายถึงการมีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นส่วนสำคัญ

เมื่อไหร่เราจะสามารถตรวจการได้ยินในเด็กเล็กได้ครับ ภาค II

8 สิงหาคม 2556 1.335

คราวก่อนเราคุยกันถึงเครื่องมือในการตรวจคัดกรองการได้ยินในเด็กเล็กที่เรียกว่า otoacoustic emissions ไปแล้ว สำหรับวันนี้เราจะคุยกันต่อคือ Program ของการตรวจคัดกรองการได้ยิน (universal new born hearing screening)

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ