โพสต์ 18 ก.พ. 57 ปรับปรุง 23 พ.ค. 57 1,616 Views

4 นัดที่เหลือของฟุตบอลไทยไปบอลโลก

4 นัดที่เหลือของฟุตบอลไทยไปบอลโลก

2 นัดที่ผ่านมา ผลการแข่งขันเป็นอย่างไร ท่านผู้อ่านเดลินิวส์ทุกท่านคงทราบดีอยู่แล้ว

และ เหตุการณ์ที่เกิดตามหลังนัดที่สอง (26 มี.ค. 51) ที่เป็นข่าว คือ

      การแสดงสปิริตลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมของคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง ตามที่กล่าววาจาไว้ก่อนหน้านี้

 - คุณวรวีย์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้แสดงความเห็นเปรียบเทียบเหมือนศึกสงครามที่เพิ่งผ่านมาได้ 2 นัดยังมีเหลืออีก 4 นัดสงครามยังไม่ถึงการแพ้ชนะกัน ฟุตบอลไทยก็ยังมีโอกาสเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะค่อนข้างยากลำบากมากขึ้น ท่านไม่อยากให้ผู้จัดการลาออกไปในขณะนี้ เพราะทุกอย่างที่คุณกิตติรัตน์ ทุ่มเทไปนั้นเหมาะสมแล้วทุกประการ แต่การแข่งขันในนัดที่สอง ทีมไทยเล่นได้ดีกว่าแต่ไม่สามารถทำประตูได้ จึงต้องแพ้ไป 0:1 ท่านจึงอยากให้ทั้งทีมผู้จัดการและโค้ชยังคงทำงานต่อไป

 - วันที่ 1 เมษายน 2551 โค้ชหรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน ประกาศลาออกจากการเป็นโค้ชผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทยภายหลังจากคุมทีมชาติไทย อีก 4 นัดที่เหลือและไม่สามารถนำทีมเข้ารอบต่อไปได้ เป็นข่าวคราวล่าสุดที่ปรากฎในสื่อ

 

THE SHOW MUST GO ON / FORGET THE PAST START THE NEXT

ผมใส่หัวข้อเป็นภาษาอังกฤษไว้ให้หมั่นไส้เล่นสักเล็กน้อย แต่คิดว่าจะได้ความหมายที่ดีว่าการ

แข่งขันอีก 4 นัดที่เหลือก็คงจะต้องดำเนินไปตามกำหนดการที่มีอยู่ 2 นัดในประเทศ และอีก 2 นัดใน

ต่างประเทศ สิ่งที่กล่าวถึงในตอนต้นบทความคือ เหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็น

อดีตที่ไม่นานนัก แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วนั่นเอง ดังนั้นควรจะลืมเหตุการณ์ที่

เกิดขึ้น แต่ก็ควรที่จะทบทวนในทุกๆ กรณีที่ผ่านมาในเชิงสร้างสรรค์ นำเอามาเป็นบทเรียนเพื่อเตรียม

การสำหรับการแข่งขันอีก 4 นัดที่เหลือว่าเราจะ START THE NEXT อย่างไร?


START THE NEXT

ในเวลาที่เหลือที่นายกสมาคมคุณวรวีย์บอกเอาไว้ว่าสงครามยังไม่สิ้นสุดนั้น ผมคิดว่าก็เป็น

เรื่องจริงที่ทุกคนต้องยอมรับว่า เราอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองทีมอื่นๆ อยู่ เนื่องจากยังไม่ได้คะแนน

เลยจากการลงแข่งขัน 2 นัดที่ผ่านมา แต่ก็โชคดีที่ทีมญี่ปุ่นไปแพ้บาร์เรน ดังนั้นหากนัดต่อไปเรา

เอาชนะบาร์เรนได้ ก็จะถือว่ามีการตัดคะแนนของทีมที่นำลงได้ โอกาสของเราย่อมเปิดกว้างขึ้นมา

ได้อีก ดังนั้นทุกคนตั้งแต่ผู้เล่น ผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่มีและผู้จัดการทีม ต้องลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเสีย แล้ว

ตั้งใจใหม่ โดยพยายามคิดถึงการเปลี่ยนแปลงในการเตรียมทีม การฝึกซ้อมว่าจะต้องมีอะไรเพิ่มเติม

ขึ้นอีกบ้างเพื่อให้ทีมมีความแข็งแกร่งกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา การเตรียมทีมทุกครั้งผมเปรียบเสมือน

การเตรียมตัวเข้าสอบเวลาเรียนหนังสือ ผมเชื่อว่า ไม่ว่าจะเก่งขนาดไหน การเตรียมตัวเข้าสอบไม่

เคยเตรียมได้พร้อม 100% อย่างแน่นอน ดังนั้นคงต้องช่วยหากันว่า เปอร์เซนต์ที่เหลือในการเตรียม

ทีมที่ไม่พร้อม 100 เปอร์เซนต์นี้คืออะไรบ้าง? แล้วหาทางเตรียมทีมในด้านนั้นๆ ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า

เดิม

ผมคงไม่พูดถึงการเตรียมด้านอื่นๆที่เป็นหน้าที่ของผู้จัดการทีม โค้ชและผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ประจำทีม แต่จะขอพูดเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาว่า มีแนวคิดอย่างไรบ้างดังนี้

 - ฟิตเนส ผมว่ามีโอกาสที่จะทำให้ทุกคนมีความพร้อมทางร่างกายให้มีฟิตเนสที่สมบูรณ์มากขึ้นอย่างไร?    นักฟุตบอลเองก็ต้องมีเวลาส่วนตัวที่จะต้องเสริมความฟิตเนสที่ตนเองยังมีไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นักได้มากขึ้น สำหรับในด้านรูปร่างนั้นฟีฟ่าแมกกาซีนเล่มล่าสุดเดือน เมษายน 2551 ได้นำเรื่องสรีระร่างกายของนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จ โดยมีความสูงอยู่ที่เพียง 169-172 เซนติเมตร ซึ่งมีอยู่จำนวนมากในหลายๆ ประเทศเช่น บราซิล อาเจนติน่า ฝรั่งเศส บางท่านได้รับการคัดเลือกจากโค้ชและหัวหน้าทีมสโมสรชั้นนำทั่วโลกให้เป็นถึงนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของฟีฟ่าก็เคยมีมาแล้ว ดังนั้นหากเราตัวสูงใหญ่ไม่เท่าทีมอื่น ก็ควรไปเสริมสร้างความฟิตความคล่องแคล่ว ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อให้มีเพิ่มขึ้น

 - โภชนาการ ควรจะเตรียมความพร้อมด้านนี้ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นโดยเฉพาะกรณีนักฟุตบอลแยกย้ายไปอยู่กับสโมสรของตนเองและไปอยู่บ้านตนเอง นักฟุตบอลทุกคนต้องถามตัวเองว่าท่านรับประทานอาหารที่เหมาะสมครบถ้วนตามหลักโภชนาการหรือไม่? ท่านจะต้องมีวินัยในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะเป็นหัวใจของความแข็งแกร่งของท่านเช่นเดียวกัน

 - ด้านจิตวิทยา ท่านคงอย่าไปเสียใจหรือกังวลใจในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นและผ่านมาแล้ว ทำวันนี้และในอนาคตให้ดีขึ้นเพราะจะเป็นชื่อเสียงของตนเองและประเทศชาติ หากท่านกระทำได้สำเร็จ

 - ด้านเวชศาสตร์การกีฬา การบาดเจ็บ การเจ็บป่วยของนักฟุตบอลที่มีอยู่ ต้องดูแลและปฏิบัติตนให้ดีตามที่แพทย์ประจำทีม นักกายภาพบำบัดแนะนำอย่างตั้งใจ เพื่อให้หายได้ทันเวลาที่จะต้องแข่งขันในครั้งต่อไป

 - การปฏิบัติตนในด้านอื่นๆ การเตรียมตัวจากนี้ไป อะไรที่จะเป็นการบั่นทอนความสามารถ ความแข็งแกร่งของท่าน ท่านคงต้องงดเว้นและมีวินัยอย่างดีเยี่ยม ทุกๆครั้งที่ท่านนอนดึก รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการ ผมไม่ทราบว่ามีนักฟุตบอลสูบบุหรี่บ้างหรือไม่? ทุกๆ คนที่เป็นนักฟุตบอลคงต้องทบทวนว่าในแต่ละวัน อะไรจะเป็นตัวบั่นทอนขีดความสามารถของท่านบ้าง รวมทั้งการกลับไปรับใช้ทีมสโมสรต้นสังกัดของท่านก็คงต้องมีความระมัดระวังในเรื่องการบาดเจ็บเช่นเดียวกัน

ผมหวังว่า คงเป็นความเห็นกว้างๆ ที่ฝากเป็นข้อคิดและหวังว่า 4 นัดที่เหลือจะเป็นโอกาส

ทองของทีมชาติไทยบ้าง ขอให้โชคดี

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

52 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

เลือดกำเดาออก

5 มิถุนายน 2556 1.963

ส่วนใหญ่เลือดกำเดาไหลเกิดในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่และมักเกิดในช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้ง ทำให้เยื่อบุจมูกพลอยแห้งและตกสะเก็ดตามไปด้วย หากสะเก็ดถูกแคะ แกะ เกลา

ตาขี้เกียจ

15 กุมภาพันธ์ 2557 3.032

ตาขี้เกียจ (lazy eye) หมายถึง ความสามารถในการมองเห็นลดลง โดยตรวจไม่พบโรคทางตาใดๆ แม้ใส่แว่นตาแก้ไขแล้วก็ไม่ดีขึ้น การมองเห็นที่แย่ลงเกิดจาก

การชักนำให้ไข่ตกในหญิงที่มีภาวะมีบุตรยาก

6 มิถุนายน 2556 29.360

การชักนำให้ไข่ตก (Ovulation induction) เป็นการใช้ยากระตุ้นการเจริญเติบโตของฟองไข่ (Follicle) จนถึงระยะที่เหมาะสมจนกระทั่งมีการตกไข่ (ovulation) หรือใช้ฮอร์โมนเพื่อชักนำให้เกิดการตกไข่

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ