โพสต์ 2 ส.ค. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 2,299 Views

ไวรัสตับอักเสบบี

ไวรัสตับอักเสบบี

โรค ตับอักเสบ คือโรคที่เซลล์ตับถูกทำลายด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย สารพิษ ยาบางชนิด และสุรา แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคตับอักเสบที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคตับอักเสบ มีหลายชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิด A, ชนิด B, ชนิด C, ชนิด D, ชนิด E เป็นต้น โดยชนิดที่อาจมีผลรุงแรงในระยะยาว คือ ไวรัสตับอักเสบ บี
 
อาการของโรค
ผู้ป่วยอาจมีอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน มีไข้ต่ำๆ ตาเหลือง ตัวเหลือง หรือที่เรีกกว่า “ดีซ่าน” ปัสสาวะมีสีเข้ม อาการเหล่านี้จะอยู่ราว 2-3 สัปดาห์ ผู้ป่วยต้องพักผ่อนต่อไปอีกประมาณ 4-6 สัปดาห์ จึงสามารถทำกิจกรรมตามปกติได้
ความร้ายแรงของโรคไวรัสตับอักเสบ บี
 
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคและมีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้น แต่ 10-20% ของผู้ป่วยจะมีเชื้อไวรัสในเลือดและตับ โดยอาจมีอาการของตับอักเสบเรื้อรัง หรืออาจไม่มีอาการ บุคคลทั้งสองกลุ่มนี้สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นต่อไปได้ เราเรียกบุคคลทั้งสองกลุ่มนี้ว่าเป็น “พาหะ” หรือ ตับอักเสบเรื้อรัง ในประเทศไทยมีผู้เป็นพาหะเฉลี่ยสูงถึง 6% ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 3 ล้าน 6 แสนคน ประมาณ 10% ของผู้เป็นพาหะจะกลับเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังได้อีก และบางรายอาจตายด้วยโรคตับแข็ง ตับวาย ท้องมาน และอาจเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้ ผู้เป็นพาหะมีโอกาสเกิดโรคเป็นมะเร็งตับสูงกว่าคนปกติถึง 100 เท่า โดยเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งตับถึง 80% ของผู้ป่วยทั้งหมด โอกาสการเกิดโรคมะเร็งจะมีมากหากผู้ป่วยติดเชื้อชนิดนี้ตั้งแต่วัยเด็ก เช่น ติดมาจากมารดาขณะแรกเกิด เป็นต้น
 
โรคไวรัสตับอักเสบ บี ติดต่อได้อย่างไร
โรคนี้สามารถติดต่อกันได้โดยการสัมผัสกับเลือด น้ำเลือด น้ำคัดหลั่งของผู้ป่วยตับอักเสบหรือผู้เป็นพาหะซึ่งเกิดขึ้นได้ในลักษณะ ต่างๆ เช่น
1. การรับถ่ายเลือด หรือผลิตภัณฑ์จากเลือดที่มีเชื้อไวรัสนี้อยู่
2. การใช้เข็มฉีดยาที่มีเชื้อปนเปื้อน การเจาะหู การสัก การทำฟันที่ใช้อุปกรณ์ร่วมกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสอยู่โดยไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง
3. การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันกับผู้ที่มีเชื้อ เช่น แปรงสีฟัน มีดโกน ที่ตัดเล็ก เพราะอาจปนเปื้อนเลือดของผู้ที่มีเชื้ออยู่
4. การร่วมเพศกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสอยู่
5. การสัมผัสกับเลือด น้ำเลือด น้ำคัดหลั่ง ของผู้ที่มีเชื้อไวรัสอยู่โดยผ่านเข้าทางบาดแผลโดยไม่รู้ตัว เช่นการกัดกันเล่นๆ ของเด็ก
6. การถ่ายทอดเชื้อมาจากมารดาที่เป็นพาหะ หรือเป็นโรคอยู่ไปยังลูกระหว่างอยู่ในครรภ์ หรือระหว่างคลอด
การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี
 
วิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพคือ การฉีดวัคซีนป้องกัน แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเลือดก่อน เมื่อตรวจพบว่ายังไม่เคยได้รับเชื้อ และไม่มีภูมิคุ้มกัน จึงควรรับการฉีดวัคซีน
 
วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี
วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี ที่ใช้ในปัจจุบันเป็นวัคซีนที่มีการใช้มานาน มีความปลอดภัยสูง และมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ดี ควรฉีดให้ครบ 3 เข็มในช่วงเวลา 6 เดือน เพื่อให้ได้ผลคุ้มกันอย่างแน่นอน
 
 
ที่มา : นพ.สืบสาย กฤษณะพันธุ์
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

Stop สูบบุหรี่ Start สุขภาพดี

15 พฤษภาคม 2558 10.975

เมื่อคุณเลิกสูบบุหรี่ตอนนี้ ร่างกายคุณจะแข็งแรงขึ้นอย่างไร

เวียนศีรษะบ้านหมุน…ทำไมเป็นบ่อยจัง !!!

6 มิถุนายน 2556 992

คุณผู้อ่านเคยมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนไหมครับ..เอา แบบที่บ้านหมุนติ้วๆ มีคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อแตก ใจสั่นด้วยนะครับ คนที่เคยเป็นแล้วจะรู้ว่าอาการดังกล่าวนั้น มันแสนจะทรมานจนคิดว่าขออย่าได้เป็นอีกเลยในชาตินี้..

โรคที่นึกไม่ถึงของการทำงานผิดท่า

6 สิงหาคม 2556 3.333

อาการล้าของกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยปวดตึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า สะบักหลังและตามแนวกระดูกสันหลังอาจเป็นๆหายๆหรือปวดเรื้อรัง หากท่านเคยมีอาการเหล่านี้ไม่ควรนิ่งนอนใจเพราะจะนำไปสู่โรค “มายโอเฟสเชี่ยล เพน ซินโดรม” หรือเรียกว่ากลุ่มอาการปวดตึงกล้ามเนื้อและพังผืด

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ