โพสต์ 24 ม.ค. 61 ปรับปรุง 25 ม.ค. 61 738 Views

ไม่อยากกินยา

น้ำมูกใสๆไหลย้อยจากจมูกน้อยๆของเด็กหญิงชั้นอนุบาล 3 คนหนึ่ง อากาศที่หนาวลงฉับพลันหลังจากฝนตกติดต่อกันเกือบสัปดาห์คงทาให้หนูเป็นหวัดไปเสียแล้ว

"น้องใบตอง มาให้คุณครูเช็ดน้ำมูกก่อนนะคะ" เสียงคุณครูวัยเบญจเพสดึงตัวนักเรียนน้อยให้มาหา อาการของน้องใบตองมีเพียงน้ำมูก แต่ไหลไม่หยุดตั้งแต่ตอนเช้า หรืออาจจะตั้งแต่เมื่อวานนี้เพราะคุณแม่ของน้องได้ฝากยาลดน้ำมูกขวดสีชาไว้ให้คุณครูช่วยป้อน

"เดี๋ยวครูเมย์ป้อนยาลดน้ำมูกนะคะ อร่อยมากๆเลย" คุณครูกล่าวโดยใช้ประสบการณ์ที่เคยรับประทานยาน้าลดน้ำมูกรสกล้วยมาก่อนเป็นตัวอ้างอิง

"ใบตองไม่อยากกินยาค่ะคุณครู" แก้งป่องๆแกว่งซ้ายขวาพร้อมหน้าตาที่เหยเก

"ทาไมล่ะคะ?" คุณครูถามด้วยความสงสัย เข้าใจว่านักเรียนคงมีเหตุผลบางอย่างที่น่าจะเจรจาต่อรองกันได้

"ก็ขนาดคุณยายใบตองเป็นตั้งหลายโรคยังไม่ต้องกินยาเลย คุณยายบอกว่ายาไม่ดี ยามันสะสม ต้มใบไม้กินก็หาย"

คุณครูเข้าใจขึ้นมาทันที เด็กๆมักมีพฤติกรรมเลียนแบบผู้ใหญ่เนื่องจากยังไม่รู้เดียงสา น้องใบตองคงยึดเอาคุณยายเป็นแบบอย่าง หลังจากพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นานก็ไม่เป็นผล ครูเมย์จึงตัดสินใจโทรหาคุณแม่ของน้องใบตอง เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแนะนาให้น้องใบตองหยุดเรียนจนกว่าจะหายหวัด น้าเสียงเหนื่อยใจปลายสายของคุณแม่สื่อความหมายว่ารับทราบ ก่อนจะวางไป คุณครูได้แจ้งว่าขออาสาไปส่งน้องใบตองที่บ้านในวันนี้

บ้านของน้องใบตองอยู่ไม่ห่างจากโรงเรียนมากนัก เมื่อเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น ผู้ใหญ่ตัวเล็กกับเด็กตัวน้อยจูงมือกันเดินออกจากโรงเรียน มืออีกข้างของคุณครูถือเอกสารความหนาประมาณ 1 ข้อนิ้วมือ ไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงบ้านไม้หลังคาสีเขียวในรั้วปูน ภายในบ้านมีต้นไม้ขึ้นกระจายทั่วบริเวณดูร่มรื่น คุณแม่รีบเปิดประตูออกมาต้อนรับทันทีที่ได้ยินเสียงกริ่ง เมื่อเข้าไปในบ้านก็พบหญิงสูงวัยอายุราว 60 ปีนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกริมหน้าต่าง

"คุณครูที่โรงเรียนใบตองมาเยี่ยมที่บ้านค่ะคุณแม่" คุณแม่ของคุณแม่ได้ยินดังนั้นก็ฉุดตัวเองขึ้นมาเพื่อทักทายอย่างช้าๆ ท่วงท่าเดินดูเหมือนลงน้าหนักไม่เต็มเท้า คุณยายคงมีแผลใต้เท้าแน่ๆ

"คุณครูต้องลาบากมาถึงที่บ้าน ใบตองคงดื้อมากแน่ๆเลยสินะคะ" รอยยิ้มจางๆบนใบหน้ามาพร้อมประโยคที่แสดงความหนักใจ

"น้องใบตองเป็นเด็กน่ารักมากๆค่ะ ฉลาดแล้วก็รู้จักคิด แต่ที่คุณครูหนักใจจนต้องขออนุญาตมาถึงที่บ้านเพราะน้องไม่ยอมทานยาค่ะ คุณครูพูดเท่าไรก็ไม่ยอมทาน วันนี้น้ำมูกไหลทั้งวันจนจมูกแดงไปหมดเลย"

"ทาไมถึงไม่ยอมกินล่ะลูก" คุณยายมองไปทางหนูน้อยที่นั่งเล่นตุ๊กตาอยู่ใกล้ๆ"

"ก็คุณยายยังไม่ยอมกินยาที่คุณหมอให้มาเลยนี่คะ ยาต้องไม่ดีแน่ๆคุณยายเลยไม่กิน ใบตองก็เลยไม่อยากกินยาด้วย"

คุณยายนิ่งไปชั่วครู่แล้วกล่าวว่า

"แต่ยาของใบตองกับของยายไม่เหมือนกันนะลูก ยาของยายเป็นยาผู้ใหญ่ ของใบตองเป็นยาเด็ก ไม่กินก็ไม่หายนะ"

"ไม่กิน ถ้าคุณยายไม่กินใบตองก็ไม่กิน" หนูน้อยยืนยันหนักแน่น

คุณครู คุณแม่ และคุณยายมองหน้ากัน ใบหน้าบ่งบอกว่าไม่รู้จะทาอย่างไรดี

"นี่แหละค่ะ คุณครูเลยต้องมาขอคาปรึกษา เด็กๆมักจะเลียนแบบผู้ใหญ่ น้องใบตองก็เลยไม่ยอมทานยาเหมือนคุณยาย ขอเสียมารยาทถามได้ไหมคะว่าทาไมคุณยายถึงไม่ชอบทานยา" ครูเมย์พยายามแก้ปัญหาจากจุดเริ่มต้นที่คุณยาย

"ยายเป็นเบาหวาน หมอบอกให้คุมน้ำตาลแล้วก็ให้ยามา แต่ยามันเป็นสารเคมี กินเข้าไปมันก็สะสม มันสู้สมุนไพรที่บรรพบุรุษเราใช้มาหลายร้อยหลายพันปีไม่ได้หรอก ยายก็เลยกินสมุนไพร เก็บมาต้มดื่ม เค้าว่ามันลดน้ำตาล ลดความดันได้ดี ป้องกันมะเร็งด้วยนะ" คุณยายเล่าที่มาที่ไป

"แล้วตอนนี้คุมน้ำตาลได้ไหมคะ"

"ยายรู้สึกดีนะตั้งแต่เริ่มกินมา ตอนไปเจาะเลือดน้ำตาลก็ลดลงนะ แต่หมอบอกว่ายังไม่ค่อยดี เลยทาให้แผลที่เท้าหายช้า ครั้งหน้าหมอบอกว่าถ้าไม่ดีจะเพิ่มยาอีก ยายยิ่งไม่อยากกินเข้าไปใหญ่ ไม่รู้หมอหลอกยายรึเปล่า"

คุณครูเริ่มเข้าใจสิ่งที่คุณยายรู้สึก จึงบอกคุณยายว่า

"หนูขอพูดในมุมมองของหนูนะคะ คุณแม่ของหนูท่านเป็นพยาบาลเลยพอจะรู้เรื่องการดูแลตัวเองมาบ้าง คุณหมอไม่ได้โกหกหรอกค่ะ ถ้าน้ำตาลในเลือดยังสูง ก็จะทาให้ติดเชื้อง่าย แผลหายช้า ปัสสาวะบ่อย หิวบ่อยด้วย"

คุณยายเริ่มมีสีหน้าสนใจ เพราะนอกจากแผลที่เท้าแล้ว คุณยายยังมีอาการปัสสาวะบ่อยและหิวบ่อยจริงๆ

"การดูแลตัวเองด้วยวิธีต่างๆไม่ใช่ว่าไม่ดีนะคะ แต่เมื่อคุณหมอวินิจฉัยว่าเราเป็นโรคนี้แล้ว การดูแลตัวเองอย่างเดียวคงไม่พอ การกินยาที่คุณหมอให้จะช่วยให้เราไม่เป็นอะไรแทรกซ้อนมากขึ้น ยาทุกวันนี้ผ่านขั้นตอนการทดสอบมากมายตั้งแต่ในห้องทดลอง จนผ่านมาให้ทดสอบกับสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ และต้องปลอดภัยจริงๆจึงถูกส่งมารักษากับกลุ่มอาสาสมัครอีกหลายขั้นตอน ก่อนจะมาถึงมือผู้ป่วย ยาที่อันตรายมีผลต่อตับไตก็มีจริงๆแต่ยาเหล่านั้นคุณหมอจะดูแลการใช้อย่างใกล้ชิดและคิดคานวณอย่างละเอียดก่อนจ่ายออกมานะคะ"

"ยายเข้าใจแล้ว จะลองคิดดูนะ"

คุณครูรู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าทัศนคติต่อการกินยานั้นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ยาก การจะพูดครั้งเดียวให้คุณยายเปลี่ยนใจมากินยาอย่างเคร่งครัดตามคุณหมอสั่งนั้นเป็นไปไม่ได้เลย แต่อย่างน้อยก็ได้รู้แล้วว่าคุณยายคิดอย่างไร คงต้องหาโอกาสมาพูดคุยอีก เผื่อคุณยายจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงความคิดหรือไม่คุณยายก็อาจจะไม่ยอมพบคุณครูอีกเลย

"หนูขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะ ทุกคนจะได้พักผ่อน โดยเฉพาะน้องใบตอง ไว้หายหวัดแล้วค่อยมาโรงเรียนนะคะ"

"ใบตองอยากไปโรงเรียน ใบตองอยากไปเล่นกับเพื่อนๆ แต่ใบตองไม่อยากกินยา" ใบตองน้าตาซึมตอบคุณครู

ทุกคนมองหนูน้อยด้วยความเอ็นดู

คืนนั้นคุณยายสังเกตเห็นเอกสารบางอย่างตกอยู่ใต้โซฟา หยิบขึ้นมาอ่านดูข้างหน้าเขียนชื่อแปลกๆว่า "พระคัมภีร์โรคนิทาน" ในใจคิดว่าคงเป็นของครูเมย์ที่ลืมไว้ กวาดตามองเนื้อหาข้างในแม้เป็นภาษาไทย แต่มีคาที่ไม่เข้าใจมากมาย มีกระดาษเล็กๆเหน็บไว้ที่แผ่นหลังสุดเขียนว่า

"เอกสารนี้หนูอยากให้คุณยายลองอ่านดูค่ะ เป็นหนึ่งในตาราแพทย์แผนไทยโบราณ หนูอยากบอกคุณยายว่าสมุนไพรเรานั้นดีจริง แต่บรรพบุรุษเราใช้สมุนไพรนานาชนิดมาประกอบเป็นตารับยา และก่อนหน้าที่จะมอบยาให้ต้องมีการตรวจโรคตามขั้นตอนของแพทย์แผนไทยอย่างละเอียด เราที่ไม่ได้ร่าเรียนมาแล้วต้มยาทานเองก็คงเหมือนอยู่ดีๆหยิบยาแผนปัจจุบันมาใช้โดยที่คุณหมอไม่ได้สั่ง ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดเรื่องยาเราควรจะเชื่อคุณหมอที่เชี่ยวชาญให้เป็นคนรักษาโรคให้ดีกว่านะคะคุณยาย ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ หนูเป็นห่วงสุขภาพของคุณยายและทัศนคติการทานยาของน้องใบตองที่จะอยู่กับน้องไปตลอด"

คุณยายถอนหายใจเบาๆ ในใจคิดว่าคุณครูคนนี้ช่างมีจิตใจสมเป็นคุณครูเสียจริง

หลังจากสวดมนต์เสร็จ คุณยายเดินไปดูหลานสาวตัวน้อย เห็นใบตองนอนดิ้นไปมา มีคุณแม่นั่งอยู่ใกล้ๆถือผ้าชุบน้าบิดหมาดผืนหนึ่ง

"ใบตองไข้ขึ้นค่ะ ให้ป้อนยาก็ไม่เอา หนูต้องคอยเช็ดตัวตลอดเลย ถ้าไม่ดีขึ้นคงต้องพาไปหาคุณหมออีกครั้งแล้ว"

ทั้งสองผลัดกันเช็ดตัวจนใบตองไข้ลดลง ราวๆเที่ยงคืนคุณยายจึงไปเข้านอน

ใบตองจับมือคุณแม่เดินมาโรงเรียนในอีก 2 วันถัดมา ซึ่งถือว่าเร็วเกินคาดสาหรับเด็กที่ไม่ได้ยอมกินยา

หลังจากทักทายและส่งใบตองไปเตรียมเข้าแถว คุณครูจึงชวนคุณแม่พูดคุย

"น้องใบตองหายแล้วเหรอคะคุณแม่"

"ใช่ค่ะ คืนนั้นหลังจากที่คุณครูกลับไปใบตองไข้ขึ้นและยังไม่ยอมกินยา ตอนแรกแม่ว่าจะพาไปหาหมออีก แต่วันรุ่งขึ้นก็เบาใจเพราะใบตองยอมกินยาแล้ว"

คุณครูตาโตขึ้นเล็กน้อยพร้อมมีรอยยิ้ม เอ่ยถามต่อว่า

"ทาไมน้องถึงยอมทานยาเหรอคะ"

"เพราะคุณยายยอมกินยาให้หลานดูค่ะ แม่ก็ตกใจเหมือนกัน วันรุ่งขึ้นตอนเช้าพอทานข้าวเสร็จ คุณยายเรียกใบตองมาหาและกินยาให้แกดู หลังจากนั้นคุณยายก็ป้อนยา ใบตองก็เลยยอมกิน ขอบคุณคุณครูมากๆเลยนะคะที่ทาให้ทั้งสองคนยอมกินยาได้ คุณแม่ฝากเอกสารที่คุณครูลืมไว้มาคืนด้วยค่ะ"

คุณแม่น้องใบตองยื่นเอกสารพระคัมภีร์โรคนิทานคืนให้คุณครู ด้านหลังมีกระดาษเล็กๆที่ไม่ใช่ของคุณครูเหน็บไว้ เขียนข้อความว่า

"ใบตองยอมกินยาแล้ว แกทาตามยายอย่างที่คุณครูบอกจริงๆ ยายก็ยังไม่ค่อยเชื่อหมอเท่าไร แต่ทนดูหลานต้องทรมานไม่ได้ เอาเป็นว่ายายจะลองเชื่อครูดูนะ หนูเป็นครูที่ดีมากๆ ถ้าว่างเมื่อไรแวะมากินข้าวที่บ้านใบตองได้ตลอดเลย ยายทาอาหารอร่อยนะ ขอบใจมากๆ จากยายของใบตอง"

เสียงกริ่งเข้าแถวดังขึ้นเสียงสดใส เรียกให้คุณครูที่ยืนยิ้มไม่หุบไปดูเด็กๆเข้าแถว อากาศวันนี้ยังคงเย็นอยู่ แต่ในใจของคุณครูอบอุ่นกว่าใครๆ คนเราอาจจะเปลี่ยนความคิดได้ยาก แต่ถ้าหากเพื่อคนที่รักแล้ว ยากเพียงใดก็ทาได้ ต่อจากนี้แผลของคุณยายคงค่อยๆดีขึ้น โรคแทรกซ้อนจากเบาหวานก็ไม่ถามหา และคงได้อยู่ดูแลหลานสาวที่น่ารักคนนี้ไปอีกนาน

ประพันธ์โดย : philophobia

ขอขอบคุณ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาเป็นอย่างไร

20 กุมภาพันธ์ 2557 1.656

โรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทา (hanta virus) มีลักษณะจำเพาะที่แตกต่างจากโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆ โดยพบว่าผู้ป่วยจะมีความผิดปกติของการทำงานของไตร่วมด้วย

การทำครอบฟัน

27 กันยายน 2556 5.756

การทำครอบฟัน เป็นการบูรณะ และปกป้องฟันที่ได้รับความเสียหาย แตกหัก หรือได้ผ่านการรักษารากฟัน โดยทันตแพทย์จะทำการครอบฟันซี่นั้นด้วยวัสดุประเภทต่างๆ เพื่อให้ฟันซี่นั้นมีรูปร่างและประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีดังเดิม

มาทำความรู้จักระยะของมะเร็งเต้านม

25 กันยายน 2556 8.989

มะเร็งเต้านมนั้น เกิดจากเนื้อเยื่อของเต้านมที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งใต้ผิวหนัง ซึ่งคล้ายกับโรคมะเร็งอื่นๆ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งและระยะเวลาของโรคนั้น จะช่วยให้คุณทราบถึงการแพร่กระจายของมะเร็ง

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ