โพสต์ 6 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 8 มี.ค. 57 2,913 Views

โอโซนกับการกำจัดเชื้อราในบ้านหลังน้ำลด

โอโซนกับการกำจัดเชื้อราในบ้านหลังน้ำลด

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้รับคำถามจากหลายครอบครัวเกี่ยวกับการใช้เครื่องฟอกอากาศที่ผลิตโอโซนเพื่อกำจัดเชื้อราภายในบ้านหลังวิกฤตการณ์น้ำท่วม ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจึงได้รวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเทคนิคดังกล่าว รวมถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการกำจัดเชื้อราภายในบ้านหลังน้ำลดอีกด้วย
 
ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้รับคำถามจากหลายครอบครัวเกี่ยวกับการใช้เครื่องฟอกอากาศที่ผลิตโอโซนเพื่อกำจัดเชื้อราภายในบ้านหลังวิกฤตการณ์น้ำท่วม ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจึงได้รวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเทคนิคดังกล่าว รวมถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการกำจัดเชื้อราภายในบ้านหลังน้ำลดอีกด้วย
 
เครื่องฟอกอากาศโอโซนกำจัดเชื้อราภายในบ้านได้จริงหรือไม่?
 
ปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศบางรุ่นสามารถผลิตโอโซนซึ่งมีคุณสมบัติทำให้สารอื่นๆ มาจับกับออกซิเจนได้ดีขึ้น และด้วยกระบวนการ ‘ออกซิเดชัน’ (oxidation) ทำให้สารดังกล่าวถูกทำลายไปในที่สุด แต่สารตกค้างจากกระบวนการดังกล่าวมีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจส่วนต้นและปอด ทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้เช่นกัน นอกจากนี้ผลการศึกษาวิจัยจำนวนมากได้สรุปว่า แม้จะใช้โอโซนที่มีความเข้มข้นสูง ก็ไม่สามารถกำจัดเชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศและที่ติดอยู่ตามพื้นผิวในบ้านได้ความเสี่ยงในการติดเชื้อราจะลดลงก็ต่อเมื่อเชื้อราเหล่านั้นถูกกำจัดออกจากบ้านหลังจากการทำความสะอาดอย่างทั่วถึง เพราะไม่เพียงแต่เชื้อราที่มีชีวิตจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพเท่านั้น เชื้อที่ตายแล้วก็ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้เช่นกัน
 
ผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เช่น ฝ่ายงานสุขภาพอนามัย รัฐมินิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่แนะนำให้ใช้โอโซนในการกำจัดเชื้อราภายในบ้าน
วิธีที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศภายในบ้าน
 
กระทรวงสาธารณสุขและกรมอนามัยสิ่งแวดล้อม แนะนำวิธีกำจัดเชื้อโรคและฝุ่นละอองภายในบ้านที่ได้ผลดีและผ่านการรับรอง 3 วิธี ต่อไปนี้
1. การควบคุมและกำจัดแหล่งของเชื้อโรค
2. การระบายอากาศเพื่อให้เกิดการถ่ายเทอากาศจากภายนอกและภายในบ้าน
3. ใช้วิธีการฟอกอากาศที่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพ
 
วิธีที่ 1 การกำจัดและควบคุมแหล่งเชื้อโรค เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด เช่นกรณีเชื้อรา จำเป็นต้องกำจัดเชื้อราออกไปจากบ้านให้หมด ด้วยการทำความสะอาดให้ทั่วถึง และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราทำความสะอาดซ้ำอีกครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราขึ้นมาใหม่ นอกจากจะต้องทำความสะอาดบริเวณที่สังเกตได้ชัด เช่นพื้นบ้านหรือผนังบ้านแล้ว ควรต้องทำความสะอาดบริเวณอื่นๆ ที่เชื้อราสามารถเจริญเติบโตได้ เช่นบนเพดาน ผนังฝ้า หรือด้านหลังเฟอร์นิเจอร์หรือโซฟา การที่เรามองไม่เห็นเชื้อรา ไม่ได้แปลว่าไม่มีเชื้อเรา การได้กลิ่นอับชื้นที่ยังหลงเหลืออยู่ เป็นสิ่งที่ช่วยบอกว่าเรายังกำจัดเชื้อราได้ไม่หมด การดูแลทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ สามารถลดฝุ่นละอองและเชื้อโรคต่างๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศภายในบ้านได้เช่นกัน
 
วิธีที่2 การระบายอากาศ เป็นวิธีการที่ง่ายและใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถลดมลพิษภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน โดยการเปิดประตู หน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท และให้แสงแดดส่องเข้าถึงภายในตัวบ้าน
 
วิธีที่ 3 การฟอกอากาศ การใช้เครื่องฟอกอากาศเพียงอย่างเดียวไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการกำจัดเชื้อโรคในอากาศได้ แต่ควรใช้เป็นวิธีเสริมจากสองวิธีแรก และควรเลือกเทคนิคการฟอกอากาศที่ได้รับการรับรองจากสถาบันอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยเลือกใช้แผ่นกรองอากาศ เครื่องฟอกอากาศ (electronic particle air cleaners and ionizers) เพื่อกำจัดเชื้อโรคและฝุ่นละอองในอากาศ และบางครั้งมีการใช้วัสดุดูดซึมแก๊ส เพื่อกำจัดแก๊สที่ปนเบื้อนอยู่ในบ้าน
โดยสรุปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโอโซนบริสุทธ์เพียงอย่างเดียว หรือการใช้โอโซนผสมกับสารเคมีอื่น ล้วนก่อให้เกิด อันตรายต่อสุขภาพได้ทั้งสิ้น เมื่อหายใจนำสารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจและทำลายเนื้อปอดได้ เนื่องจากโอโซนมีคุณสมบัติทางเคมีที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในร่างกายได้สูง ดังนั้นปริมาณโอโซนเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก ไอ หายใจลำบาก และระคายเคืองในลำคอ อีกทั้งโอโซนอาจทำให้อาการของผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจชนิดเรื้อรังแย่ลง เช่นผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง นอกจากนี้อาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของระบบทางเดินหายใจได้อีกด้วย
 
ถ้าทำตามคำแนะนำวิธีการใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีโอโซนอย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน จะรับรองความปลอดภัยได้ 100% หรือไม่?
คำตอบคือ “ไม่” เนื่องจากผลการศึกษาหลายแห่งรายงานว่า โอโซนที่ถูกสร้างจากเครื่องสร้างโอโซนบางครั้งอาจมีความเข้มข้นสูงกว่าปริมาณมาตรฐาน เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ปัจจัยที่มีผลต่อความเข้มข้นของโอโซนในอากาศ ได้แก่ ปริมาณโอโซนที่ถูกผลิตจากแต่ละเครื่องไม่เท่ากัน ขนาดพื้นที่ห้อง ปริมาณวัสดุภายในห้องที่ทำปฏิกิริยากับโอโซน ความเข้มข้นของโอโซนนอกบ้าน และอัตราการระบายอากาศ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การควบคุมความเข้มข้นของปริมาณโอโซนเป็นไปได้ยาก
 
ปริมาณโอโซนที่มีความเข้มข้นเกินมาตรฐาน สามารถกำจัดหรือควบคุมเชื้อโรคและฝุ่นละอองภายในบ้านได้มากน้อยเพียงใด?
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากรายงานว่า โดยทั่วไปความเข้มข้นของปริมาณโอโซนที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่เพียงพอที่จะกำจัดเชื้อโรคหรือฝุ่นละอองภายในบ้านได้ การใช้โอโซนเพื่อกำจัดเชื้อโรคในอากาศภายในบ้านต้องใช้ความเข้มข้นสูงมาก และมักก่อปัญหาระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจได้เช่นกัน
 
หากต้องการใช้เทคนิคโอโซนอย่างปลอดภัยเพื่อกำจัดเชื้อโรค ควรทำอย่างไร
 
โอโซนมีประโยชน์ในการทำลายเชื้อโรคให้ตายได้ และนั่นคือผลลัพธ์ที่เราต้องการให้เกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้ มีข้อแนะนำว่า ไม่ควรมีผู้คนอยู่ในบริเวณดังกล่าวขณะกำลังใช้เทคนิคฟอกอากาศด้วยโอโซน เพื่อป้องกันโอโซนเข้าสู่ร่างกาย และหลังจากสิ้นสุดการอบโอโซน ควรทิ้งระยะเวลาอย่างน้อย 1- 2 ชั่วโมง เพื่อให้ปริมาณโอโซนลดลงก่อน แล้วจึงเข้าไปอยู่ในบริเวณนั้นได้ เทคนิคนี้คล้ายกับการใช้ฉีดพ่นยาฆ่าแมลง คือขณะที่ฉีดพ่น ก็ไม่ควรอยู่บริเวณนั้น และเมื่อฉีดพ่นยาเสร็จแล้ว ควรรอ 1-2 ชั่วโมง หรือปฏิบัติตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์นั้น
 
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
 
1. U.S. Environmental Protection Agency (US EPA). 2008. Residential Air Cleaners (Second Edition): A Summary of Available Information. EPA 402-F-09-002.
2. U.S. Environmental Protection Agency (US EPA). 2009. Ozone Generators that are sold as air cleaners: An assessment of effectiveness and health consequences.www.epa.gov/iaq/pubs/ozonegen.html
3. Al-Ahmady, Kaiss K. 1997. Indoor Ozone. Florida Journal of Environmental Health. June. pp. 8-12.
4. Shaughnessy, R.J., and Sextro, R.G. 2006. What Is an Effective Portable Air-Cleaning Device? A Review. Journal of Occupational and Environmental Hygiene. Vol. 3, pp. 169-181.
5. Weshler, C. J. 2006. Ozone’s Impact on Public Health: Contributions from Indoor Exposures to Ozone and Products of Ozone-Initiated Chemistry. Environmental Health Perspectives. Vol. 114, No 10, pp. 1489-1496.
6. Ventilation and acceptable indoor air quality in low-rise residential buildings. ANSI/ASHRAE Standard 62.2.-2007. American Society of Heating, Refrigerating, and Air-Conditioning Engineers, Inc. 2007.
7. Method for Measuring Performance of Portable Household Electric Room Air Cleaners. Standard ANSI/AHAM AC-1-2006. Association of Home Appliance Manufacturers (AHAM). 2006.
8. American Lung Association. 1997. Residential Air Cleaning Devices: Types, Effectiveness, and Health Impact. Washington, D.C. January.
9. Chapter 25. Air-To-Air Energy Recovery. Heating, Ventilating, and Air-Conditioning: Systems and Equipment: 2008 ASHRAE Handbook. American Society of Heating, Refrigerating and Air-Conditioning Engineers, Inc. 2008.
10. Boeniger, Mark F. 1995. Use of Ozone Generating Devices to Improve Indoor Air Quality. American Industrial Hygiene Association Journal. 56: 590-598.
11. Dyas, A.; Boughton, B.J.; Das, B.C. 1983. Ozone Killing Action Against Bacterial and Fungal Species; Microbiological Testing of a Domestic Ozone Generator. Journal of Clinical Pathology. 36:1102-1104.
12. Esswein, Eric J.; Boeniger, Mark F. 1994. Effects of an Ozone-Generating Air-Purifying Device on Reducing Concentrations of Formaldehyde in Air. Applied Occupational Environmental Hygiene. 9(2):139-146.
13. Foarde, K.; van Osdell, D.; and Steiber, R.1997. Investigation of Gas-Phase Ozone as a Potential Biocide. Applied Occupational Environmental Hygiene. 12(8): 535-542.
14. Hayes, S.R. 1991. Use of an Indoor Air Quality Model (IAQM) to Estimate Indoor Ozone Levels. Journal of Air and Waste Management Association. 41:161-170.
15. Shaughnessy, R.J.; and Oatman, L. 1991. The Use of Ozone Generators for the Control of Indoor Air Contaminants in an Occupied Environment. Proceedings of the ASHRAE Conference IAQ ‘91. Healthy Buildings. ASHRAE, Atlanta.
16. U.S. Environmental Protection Agency (US EPA). 1995. Ozone Generators in Indoor Air Settings. Report prepared for the Office of Research and Development by Raymond Steiber. National Risk Management Research Laboratory. U.S. EPA. Research Triangle Park. EPA-600/R-95-154.
17. U.S. Environmental Protection Agency (US EPA). 1996. Air Quality Criteria for Ozone and Related Photochemical Oxidants. Research Triangle Park, NC: National Center for Environmental Assessment-RTP Office; report nos. EPA/600/P-93/004aF-cF, 3v. NTIS, Springfield, VA; PB-185582, PB96-185590 and PB96-185608.
18. Weschler, Charles J; Shields, Helen C. 1997b. Potential Reactions Among Indoor Pollutants. Atmospheric Environment. 31(21):3487-3495.
19. Weschler, Charles J; and Shields, Helen C. 1996. Production of the Hydroxyl Radical in Indoor Air. Environmental Science and Technology. 30(11):3250-3268.
20. Weschler, Charles J.; Shields, Helen, C.; and Naik, Datta V. 1996. The Factors Influencing Indoor Ozone Levels at a Commercial Building in Southern California: More that a Year of Continuous Observations. Tropospheric Ozone. Air and Waste Management Association. Pittsburgh.
21. Zhang, Junfeng and Lioy, Paul J. 1994. Ozone in Residential Air: Concentrations, I/O Ratios, Indoor Chemistry, and Exposures. Indoor Air. Journal of the International Society of Indoor Air Quality and Climate. 4:95-102.
ที่มา : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ
ขอขอบคุณ : ผู้เรียบเรียงบทความ ร.อ.นพ.พันเลิศ ปิยะราช ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาโรคติดเชื้อ
ที่ปรึกษาบทความ : ดร. วิชยุตม์ ทัพวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและการจัดการ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

รูปแบบการทำงานของคนเมือง

3 สิงหาคม 2556 3.984

รูปแบบการทำงานของคนเมืองที่หยุดนิ่งอยู่กับที่เพราะต้องนั่งทำงานในสำนักงาน ทั้งการที่ต้องนั่งขับรถท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดเป็นประจำจนแทบไม่มีเวลาสำหรับการออกกำลังกายขยับเขยื้อนกล้ามเนื้อ ใครจะคิดว่าพฤติกรรมปกติธรรมดาเช่นนี้จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรค

ยาที่อาจมีผลต่อการบริจาคโลหิต

6 มิถุนายน 2556 1.477

ยาที่อาจมีผลต่อการบริจาคโลหิต ส่วนใหญ่มักเป็นยาที่มีผลต่อระบบการแข็งตัวของเลือด เช่น aspirin,

โยคะ

17 กุมภาพันธ์ 2557 2.086

โยคะ เป็นวิธีการฝึกร่างกายของคนเราพร้อมๆ กับการฝึกควบคุมจิตใจไปพร้อมๆ กัน โยคะเป็นศาสตร์ที่มีประวัติมาจากนักปราชญ์อินเดียสมัยโบราณ ซึ่งมีความเชื่อว่าจะทำให้คนเราจะสามารถติดต่อกับอำนาจสากลได้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ