โพสต์ 15 ม.ค. 61 ปรับปรุง 15 ม.ค. 61 1,149 Views

โรตาไวรัสคืออะไร

โรตาไวรัส เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ไวรัสชนิดนี้สามติดต่อและแพร่กระจายได้สูงมาก ส่วนมากไวรัสชนิดนี้จะก่อโรคได้บ่อยในเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถติดโรคนี้ได้เช่นกันซึ่งจะมีอาการแสดงของโรคที่รุนแรงน้อยกว่า

ศูนย์ควบคุม และป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention) รายงานข้อมูลการติดเชื้อโรตาไวรัส ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งมีสถิติการเจ็บป่วยรายปี ดังต่อไปนี้

  • จำนวนผู้ป่วย OPD กุมารแพทย์ 400,000 ราย
  • จำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาล ประมาณ 55,000 ถึง 70,000 ราย
  • จำนวนผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน 200,000 ราย
  • จำนวนผู้เสียชีวิต 20 ถึง 60 ราย

ปัจจุบันโรตาไวรัสไม่มียารักษาเฉพาะ ซึ่งส่วนมากโรคจะหายได้เองในเวลาภายใน 7-10 วัน แต่อย่างไรก็ตามการให้สารน้ำทดแทนเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงที่อาจถึงชีวิตได้

อาการของการติดเชื้อโรตาไวรัส

โรตาไวรัสในเด็ก

อาการของโรตาไวรัสจะพบได้บ่อยในผู้ป่วยเด็ก สามารถแสดงอาการได้ภายในสองวันหลังจากการสัมผัสกับเชื้อโรตาไวรัส อาการที่พบได้บ่อยที่สุดของโรคโรตาไวรัสคือมีอุจจาระร่วงอย่างรุนแรง และอาการแสดงอื่นๆที่อาจพบร่วมได้แก่

  • อาเจียน
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน
  • อ่อนเพลีย
  • ไข้สูง
  • กระสับกระส่าย
  • ภาวะขาดน้ำ
  • ปวดท้อง

ภาวะขาดน้ำ เป็นอาการที่ต้องระวังมากในเด็ก ซึ่งเด็กอายุกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเกลือแร่จากการอาเจียนและถ่ายเหลวเนื่องจากมีน้ำหนักตัวน้อย คุณจำเป็นต้องตรวจสอบบุตรหลานของคุณอย่างรอบคอบสำหรับอาการของภาวะขาดน้ำ ยกตัวอย่างเช่น

  • ปากแห้ง
  • ผิวเย็น
  • ขาดน้ำตาเมื่อร้องไห้
  • ปัสสาวะน้อยลง
  • ตาลึกโป๋

โรตาไวรัสในผู้ใหญ่

การติดเชื้อไวรัสโรตา ในผู้ใหญ่มักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดท้องบิด ท้องร่วง และมีไข้ ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการแสดงเลย

ในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจมีการการแสดงโรคได้หลายแบบ ตั้งแต่ไม่มีอาการเลย จนถึงมีการการรุนแรงมาก

ลักษณะทางระบาดวิทยาที่พบบ่อยในผู้ใหญ่ มักจะพบผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ในถิ่นที่มีการระบาดของโรคอยู่แล้ว หรือเกิดมีการระบาดของโรคในชุมชน หรือการติดเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของนักท่องเที่ยว หรือเกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อจากเด็กสู่ผู้ใหญ่

การดำเนิดของโรคไวรัสโรตา

เริ่มแรกเมื่อเด็กได้รับการติดเชื้อมักจะมีอาการเริ่มจากมีไข้และอาเจียน และอาจมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำตามมาในวันที่สาม ถึงวันที่เจ็ดของการเกิดโรค การติดเชื้อโรตาอาจจะอยู่ในอุจจาระได้นานถึง 10 วัน หลังจากที่ไม่มีอาการแสดงของโรคแล้ว

คุณอาจต้องไปพบแพทย์หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นภายในหนึ่งวันหรือถ้าอาการแย่ลง ซึ่งการตรวจวินิจฉัยเชื้อโรตาไวรัส ต้องทำการตรวจจากอุจจาระในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์

การแพร่การจายของไวรัสโรตา

ไวรัสโรตามีการแพร่กระจายระหว่างการสัมผัสมือและปาก ถ้าคุณสัมผัสบุคคลหรือวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสแล้วเอามือนั้นมาสัมผัสปากของคุณ คุณอาจจะได้รับการติดเชื้อได้ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วเกิดจากการไม่ได้ล้างมือหลังจากเข้าห้องน้ำ หรือหลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก

เด็กทารกและเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี มีความเสี่ยงสูงสำหรับการติดเชื้อโรโตวารัส การอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน และพบว่ามีอัตราการเกิดโรคสูงในช่วงฤถูหนาว

เชื้อไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิวได้เป็นระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ หลังจากที่สัมผัสกับผู้ป่วย และนี่คือเหตุผลสำคัญที่เราต้องทำความสะอาดพื้นผิวในบ้านเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสมาชิกในครอบครัวของคุณป่วยด้วยเชื้อโรตาไวรัส

การรักษาโรคโรตาไวรัส

ปัจจุบันไม่มียารักษาที่จำเพาะต่อโรคโรตาไวรัส ดังนั้นการรักษาจะเป็นแบบประคับประคอง และรักษาตามอาการเจ็บป่วย

ต่อไปนี้คือเคล็ดลับสำหรับสิ่งที่ควรทำในระหว่างการเจ็บป่วย:

  • ดื่มน้ำปริมาณมาก
  • ดื่มสารน้ำทดแทนที่มีเกลือแร่ อิเล็กโทรไลต์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก)
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันเนื่องจากอาจทำให้อาการท้องร่วงแย่ลง

คุณควรต้องไปโรคพยาบาบหากบุตรของท่านมี

  • อาเจียนอย่างต่อเนื่อง
  • ท้องร่วงบ่อยๆเป็นเวลา 24 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้น
  • มีไข้สูงถึง 104 ° F (40 ° C) หรือสูงกว่า
  • ซึมลง

ปกติแล้วการนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลจะ Admit ผู้ป่วยที่มีการสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง และแพทย์จะพิจารณาให้สารน้ำทดแทนทางเส้นเลือดดำ เพื่อช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจคุกคามชีวิต

วัคซีนโรตาไวรัส

วัคซีนโรตาไวรัสถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 2006 วัคซีนมาในสองรูปแบบ โดยให้ทางหยอดเข้าทางปาก:

Rotarix สำหรับทารกตั้งแต่ 6 ถึง 24 สัปดาห์

RotaTeq สำหรับทารกตั้งแต่ 6 ถึง 32 สัปดาห์

ไม่มีวัคซีนสำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่ ถึงแม้ว่าวัคซีนโรตาจะช่วยป้องกันโรคได้ แต่อย่างไรก็ตามไม่มีวัคซีนตัวไหนที่สามารถป้องกันโรคได้ 100 เปอร์เซนต์ คุณอาจจะต้องปรึกษากุมารแพทย์ เกี่ยวกับความเสี่ยงกับประโยชน์ของวัคซีนชนิดนี้ รวมถึงมาตรการป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับบุตรหลานของคุณ ทารกที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องร่วมกันอย่างรุนแรงหรือผู้ที่ป่วยหนักอยู่แล้วไม่ควรได้รับวัคซีน

ผลข้างเคียงของวัคซีน (ปกติพบได้น้อยมาก) ได้แก่

  • อาการท้องเสีย
  • ไข้
  • ลำไส้กลืนกัน (พบได้น้อยมาก)

การคุบคุมและป้องกัน

การขาดน้ำอย่างรุนแรงเป็นภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงของเชื้อโรตาไวรัส และนอกจากนี้ยังพบว่าเป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดของการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับไวรัสโรตาทั่วโลก คุณควรปรึกษากุมารแพทย์ของคุณหากบุตรของคุณมีอาการโรตาไวรัสเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

การฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคโรตาไวรัสโดยเฉพาะในเด็กเล็กๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโดยการล้างมือบ่อยๆและโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนรับประทานอาหาร

เอกสารอ้างอิง

  • Rotavirus infection in adults. Anderson EJ, Weber SG. Lancet Infect Dis. 2004 Feb;4(2):91-9.
  • Estimated rotavirus deaths for children under 5 years of age: 2013, 215 000. (n.d.) who.int/immunization/monitoring_surveillance/burden/estimates/rotavirus/en/
  • Frequently asked questions about rotavirus. (n.d.). nfid.org/idinfo/rotavirus/faqs.html
  • Mayo Clinic Staff. (2016). Rotavirus: Overview. mayoclinic.org/diseases-conditions/rotavirus/home/ovc-20186926
  • Rotavirus. (2016). cdc.gov/rotavirus/index.html
  • Rotavirus and the vaccine (drops) to prevent it. (2014). cdc.gov/vaccines/parents/diseases/child/rotavirus.html
  • Rotavirus in the United States. (2016). cdc.gov/rotavirus/surveillance.html
  • Rotavirus vaccine safety. (2017). cdc.gov/vaccinesafety/vaccines/rotavirus-vaccine.html
  • Who should NOT get vaccinated with these vaccines? (2017). cdc.gov/vaccines/vpd/should-not-vacc.html

ขอขอบคุณ

Author

ร.อ. นพ. พันเลิศ ปิยะราช

ระบาดวิทยาคลินิค, ระบาดวิทยาโรคติดเชื้อ

16 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคปวดข้อและการปฏิบัติตนให้ถูกต้อง

27 สิงหาคม 2556 2.321

โรคข้อเกิดได้จากลายสาเหตุ ซึ่งมีมากกว่า 100 โรค ทำให้เกิดการบวม, ปวด และลดการเคลื่อนไหวของข้อและเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อต่างๆ ของร่างกาย สำหรับโรคข้ออักเสบชนิดที่เรื้อรัง จำเป็นต้องรักษาไปตลอดชีวิต สาเหตุที่แท้จริงของโรคข้ออักเสบหลายๆ ชนิด ยังไม่เป็นที่ทราบ

โรคผิวหนังอักเสบ eczema

16 กุมภาพันธ์ 2557 9.923

โรคผื่นผิวหนังอักเสบ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Eczema หรือ Dermatitis จัดเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่ง และมีชื่อเรียกได้ต่างๆ กันไป

แพ้ลิปสติก

17 กุมภาพันธ์ 2557 38.440

แพ้ลิปสติก ผู้ที่มีอาการแพ้ลิปสติก จะมีอาการแตกต่างกัน แล้วแต่ว่าผู้นั้นแพ้มากหรือแพ้น้อย หากแพ้น้อยอาจจะมีอาการเพียงริมฝีปากแห้งคัน ผู้ที่มีอาการแพ้ลิปสติก จะมีอาการแตกต่างกัน แล้วแต่ว่าผู้นั้นแพ้มากหรือแพ้น้อย

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ