โพสต์ 20 ก.พ. 57 ปรับปรุง 11 มี.ค. 58 1,177 Views

โรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาเป็นอย่างไร

โรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาเป็นอย่างไร

โรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทา (hanta virus) มีลักษณะจำเพาะที่แตกต่างจากโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆ โดยพบว่าผู้ป่วยจะมีความผิดปกติของการทำงานของไตร่วมด้วย จึงเรียกโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาว่า hemorrhagic fever with renal syndrome หรือ HFRS แตก ต่างจากโรคไข้เลือดออกที่พบบ่อยในประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ (dengue virus) สำหรับในประเทศไทย ถึงแม้จะยังไม่มีรายงานการเกิดโรคจากเชื้อไวรัสฮันทา แต่จาก การศึกษาวิจัยเมื่อปี พ.ศ.2535 พบว่าอัตราการติดเชื้อไวรัสฮันทาในหนูทั้งในกรุงเทพและจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ พบได้มากถึงร้อยละ 20 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงทีเดียว

 

ลักษณะที่สำคัญของโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทา คือ อาการไข้สูงหนาวสั่นที่เกิดขึ้นทันทีทันใด และผู้ป่วยจะมีภาวะเกล็ดเลือดผิดปกติ ทั้งปริมาณลดน้อยลงและการทำหน้าที่ผิดปกติ ทำให้เกิดปัญหาเลือดออกทั่วร่างกาย รวมทั้งเลือดออกในอวัยวะภายในด้วย เช่น เลือดออกในสมอง เลือดออกในปอด เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่ามีความบกพร่องในการทำงานของไต ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจพบภาวะช็อก หรือไตวายได้ ซึ่งทำให้อัตราตายจากโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาเพิ่ม มากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ได้รับการบำบัดรักษาไม่ทันท่วงที

ระยะฟักตัวของโรคนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ภายหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสฮันทาสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 2-3 วันที่อุณหภูมิห้อง ไวรัส ถูกทำลายโดยแสงแดด หรือรังสีอัลตราไวโอเล็ต การทำความสะอาดล้างถูหรือซักล้าง โดยใช้ผงซักฟอกตามปกติ สามารถทำลายเชื้อไวรัสฮันทาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เชื้อไวรัสฮันทามีความสามารถที่จะมีชีวิตในอุณหภูมิที่ต่ำ หรือบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็น การใช้กับดักหนูเป็นมาตราการที่นำมาใช้อย่างได้ผลดีในต่างประเทศ หนูที่ตายแล้วต้องนำมาทำลายด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วเผาหรือฝังอย่างเป็นระบบด้วยมาตราการป้องกันการระบาดที่เข้มงวด ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นในการทำความสะอาดบริเวณที่อาจมีการปนเปื้อนสาร คัดหลั่งจากหนูโดยเด็ดขาด

ในกรณีที่มีอาการรุนแรงโดยเกิดจากเชื้อไวรัสฮันทาที่พบในทวีปเอเชีย ดังที่พบการระบาดในประเทศเกาหลีโรคติดเชื้อไวรัสฮันทาจะเริ่มต้นด้วยอาการในระยะแรกที่ผู้ป่วยมีไข้สูง ปวดศีรษะมาก มักจะมีอาการปวดท้องและปวดหลังร่วมด้วย บาง รายมีอาการมึนงง หรือเกิดภาวะสับสนขึ้นทันทีทันใด ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาเกือบทั้งหมดจะสามารถ ตรวจพบอาการตาแดง และจุดเลือดออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณของร่างกายส่วนบนได้ นอกจากนี้ แพทย์ยังอาจตรวจพบรอยแดงที่บริเวณผิวหนัง ซึ่งจะจางลงเมื่อกด มักพบที่บริเวณใบหน้าและลำตัวอีกด้วย

หลังจากมีอาการได้ประมาณ 4-7 วัน ไข้จะลดลง และจะมีผู้ป่วยบางรายที่มีอาการและอาการแสดงของภาวะช็อก ภาวะช็อกในโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาเกิดจากการที่มีการรั่วของสารน้ำออกจาหลอดเลือดฝอย เหมือน เช่นที่พบในโรคไข้เลือดออกจากเชื้อไวรัสเดงกี่ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ทราบกลไกของการเกิดภาวะดังกล่าว ในรายที่มีอาการรุนแรง จะพบภาวะเลือดออกอย่างรุนแรงร่วมด้วยได้บ่อยๆ เกิดจากโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือดถูกใช้จนหมดไปจากร่างกายอย่างรวด เร็ว

ความบกพร่องในการทำงานของไตที่พบได้ เช่น การมีปัสสาวะออกน้อย หรือไม่มีน้ำปัสสาวะเลย ตรวจ พบความผิดปกติของดุลสารน้ำและกรด-ด่างในร่างกาย ความดันเลือดสูงหรือภาวะปอดบวมน้ำ ซึ่งถ้าผู้ป่วยไม่เสียชีวิตเสียก่อน ความผิดปกติเหล่านี้จะกลับสู่ภาวะปกติได้ โดยใช้เวลาประมาณ 3-10 วัน สำหรับกลไกที่ทำให้เกิดความผิดปกติที่ไตนั้น ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นผลอันเนื่องมาจากภาวะช็อก ร่วมกับภาวะการอักเสบโดยมีสารโปรตีนที่สำคัญหลายชนิดเข้ามามีบทบาทในการทำ ให้เกิดพยาธิสภาพในไต

สำหรับอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสฮันทา พบได้ประมาณร้อยละ 5-15 ในจำนวนนี้ประมาณหนึ่งในสามของผู้ป่วยทั้งหมดจะเสียชีวิตจากภาวะช็อก ประมาณสองในสามจะเสียชีวิตจากภาวะอันเนื่องมาจากความบกพร่องของไต

อย่างไรก็ตามสำหรับโรคที่เกิดจากเชื้อไว รัสฮันทาบางสายพันธุ์ อาจมีอาการไม่รุนแรงก็ได้ ส่วนสายพันธุ์ที่พบในทวีปเอเชียมีทั้งที่ทำให้เกิดโรคที่รุนแรงและโรคที่ไม่ รุนแรง

imageที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

อาการเลือดออกในเข่า

17 กุมภาพันธ์ 2557 861

อาการเลือดออกในเข่าคอลัมน์นี้มีแฟนๆเดลินิวส์ที่ติดตามอ่านมากพอสมควร และในขณะเดียวกันก็มีหลายท่านได้ส่งปัญหามาทางอีเมล์เพื่อให้ผมตอบกลับ ผมก็พยายามที่จะตอบให้เกือบทุกรายนะครับ

การคัดเลือกผู้ป่วยเพื่อฝังประสาทหูเทียม

8 สิงหาคม 2556 1.208

Criterias For candidates of cochlear implantation (การคัดเลือก ผู้ป่วยเพื่อฝังประสาทหูเทียม) ตอนที่แล้วเราพูดถึงวิธีการในการแก้ไขปัญหาของผู้ป่วยที่หูไม่ได้ยินทั้ง 2 ข้างโดยเฉพาะผู้ป่วยเด็ก ว่าถ้าหูไม่ได้ยินเลยทั้ง 2 ข้างอาจจะมีวิธีการแก้ไขด้วย

ลิ้นก็เป็นมะเร็งได้

8 สิงหาคม 2556 1.868

ลิ้นเป็นอวัยวะที่สำคัญของมนุษย์ เนื่องจากมีหน้าที่ที่สำคัญ 2 อย่างคือ การกลืน และการพูด ตัวลิ้นเองประกอบด้วยกล้ามเนื้อหลายมัดประกอบกันทำให้ลิ้นสามารถเคลื่อนไหวได้หลายทิศทาง และสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้กล้ามเนื้อเหล่านี้ ถูกยึดติดกัน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ