โพสต์ 20 ก.พ. 57 ปรับปรุง 11 มี.ค. 58 1,233 Views

โรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาเป็นอย่างไร

โรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาเป็นอย่างไร

โรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทา (hanta virus) มีลักษณะจำเพาะที่แตกต่างจากโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆ โดยพบว่าผู้ป่วยจะมีความผิดปกติของการทำงานของไตร่วมด้วย จึงเรียกโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาว่า hemorrhagic fever with renal syndrome หรือ HFRS แตก ต่างจากโรคไข้เลือดออกที่พบบ่อยในประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ (dengue virus) สำหรับในประเทศไทย ถึงแม้จะยังไม่มีรายงานการเกิดโรคจากเชื้อไวรัสฮันทา แต่จาก การศึกษาวิจัยเมื่อปี พ.ศ.2535 พบว่าอัตราการติดเชื้อไวรัสฮันทาในหนูทั้งในกรุงเทพและจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ พบได้มากถึงร้อยละ 20 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงทีเดียว

 

ลักษณะที่สำคัญของโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทา คือ อาการไข้สูงหนาวสั่นที่เกิดขึ้นทันทีทันใด และผู้ป่วยจะมีภาวะเกล็ดเลือดผิดปกติ ทั้งปริมาณลดน้อยลงและการทำหน้าที่ผิดปกติ ทำให้เกิดปัญหาเลือดออกทั่วร่างกาย รวมทั้งเลือดออกในอวัยวะภายในด้วย เช่น เลือดออกในสมอง เลือดออกในปอด เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่ามีความบกพร่องในการทำงานของไต ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจพบภาวะช็อก หรือไตวายได้ ซึ่งทำให้อัตราตายจากโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาเพิ่ม มากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ได้รับการบำบัดรักษาไม่ทันท่วงที

ระยะฟักตัวของโรคนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ภายหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสฮันทาสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 2-3 วันที่อุณหภูมิห้อง ไวรัส ถูกทำลายโดยแสงแดด หรือรังสีอัลตราไวโอเล็ต การทำความสะอาดล้างถูหรือซักล้าง โดยใช้ผงซักฟอกตามปกติ สามารถทำลายเชื้อไวรัสฮันทาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เชื้อไวรัสฮันทามีความสามารถที่จะมีชีวิตในอุณหภูมิที่ต่ำ หรือบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็น การใช้กับดักหนูเป็นมาตราการที่นำมาใช้อย่างได้ผลดีในต่างประเทศ หนูที่ตายแล้วต้องนำมาทำลายด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วเผาหรือฝังอย่างเป็นระบบด้วยมาตราการป้องกันการระบาดที่เข้มงวด ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นในการทำความสะอาดบริเวณที่อาจมีการปนเปื้อนสาร คัดหลั่งจากหนูโดยเด็ดขาด

ในกรณีที่มีอาการรุนแรงโดยเกิดจากเชื้อไวรัสฮันทาที่พบในทวีปเอเชีย ดังที่พบการระบาดในประเทศเกาหลีโรคติดเชื้อไวรัสฮันทาจะเริ่มต้นด้วยอาการในระยะแรกที่ผู้ป่วยมีไข้สูง ปวดศีรษะมาก มักจะมีอาการปวดท้องและปวดหลังร่วมด้วย บาง รายมีอาการมึนงง หรือเกิดภาวะสับสนขึ้นทันทีทันใด ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาเกือบทั้งหมดจะสามารถ ตรวจพบอาการตาแดง และจุดเลือดออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณของร่างกายส่วนบนได้ นอกจากนี้ แพทย์ยังอาจตรวจพบรอยแดงที่บริเวณผิวหนัง ซึ่งจะจางลงเมื่อกด มักพบที่บริเวณใบหน้าและลำตัวอีกด้วย

หลังจากมีอาการได้ประมาณ 4-7 วัน ไข้จะลดลง และจะมีผู้ป่วยบางรายที่มีอาการและอาการแสดงของภาวะช็อก ภาวะช็อกในโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮันทาเกิดจากการที่มีการรั่วของสารน้ำออกจาหลอดเลือดฝอย เหมือน เช่นที่พบในโรคไข้เลือดออกจากเชื้อไวรัสเดงกี่ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ทราบกลไกของการเกิดภาวะดังกล่าว ในรายที่มีอาการรุนแรง จะพบภาวะเลือดออกอย่างรุนแรงร่วมด้วยได้บ่อยๆ เกิดจากโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือดถูกใช้จนหมดไปจากร่างกายอย่างรวด เร็ว

ความบกพร่องในการทำงานของไตที่พบได้ เช่น การมีปัสสาวะออกน้อย หรือไม่มีน้ำปัสสาวะเลย ตรวจ พบความผิดปกติของดุลสารน้ำและกรด-ด่างในร่างกาย ความดันเลือดสูงหรือภาวะปอดบวมน้ำ ซึ่งถ้าผู้ป่วยไม่เสียชีวิตเสียก่อน ความผิดปกติเหล่านี้จะกลับสู่ภาวะปกติได้ โดยใช้เวลาประมาณ 3-10 วัน สำหรับกลไกที่ทำให้เกิดความผิดปกติที่ไตนั้น ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นผลอันเนื่องมาจากภาวะช็อก ร่วมกับภาวะการอักเสบโดยมีสารโปรตีนที่สำคัญหลายชนิดเข้ามามีบทบาทในการทำ ให้เกิดพยาธิสภาพในไต

สำหรับอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสฮันทา พบได้ประมาณร้อยละ 5-15 ในจำนวนนี้ประมาณหนึ่งในสามของผู้ป่วยทั้งหมดจะเสียชีวิตจากภาวะช็อก ประมาณสองในสามจะเสียชีวิตจากภาวะอันเนื่องมาจากความบกพร่องของไต

อย่างไรก็ตามสำหรับโรคที่เกิดจากเชื้อไว รัสฮันทาบางสายพันธุ์ อาจมีอาการไม่รุนแรงก็ได้ ส่วนสายพันธุ์ที่พบในทวีปเอเชียมีทั้งที่ทำให้เกิดโรคที่รุนแรงและโรคที่ไม่ รุนแรง

imageที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคเหงือก

6 มิถุนายน 2556 807

คำว่าโรคเหงือกที่เรียกกันโดยทั่วไปนั้น เป็นคำที่มีความหมายกว้าง ใช้เรียกโรคหรือพยาธิสภาพใดๆ ที่เกิดขึ้นกับอวัยวะที่อยู่โดยรอบฟันหรือที่เรียกว่าอวัยวะปริทันต์

วิธีการเลือกรองเท้า

27 กันยายน 2556 2.736

ปัญหาของสุขภาพเท้าในประเทศไทยยังไม่มีมากเหมือนในต่างประเทศ เช่นสหรัฐอเมริกา มีผู้รวบรวมสถิติไว้ว่า แต่ละปีค่าใช้จ่ายในการรักษาปัญหาของเท้า ที่เกี่ยวข้องกับการใส่รองเท้าไม่เหมาะสม มีถึง 2000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 50,000 ล้านบาท

กำหนดคลอด

17 กุมภาพันธ์ 2557 776

จะคลอดเมื่อใด? เป็นคำถามที่ทุกคนอยากรู้ โดยเฉพาะคุณแม่ผู้อุ้มท้องอยู่ในขณะนี้ ในทางการแพทย์การคลอดจะเกิดเมื่อการตั้งครรภ์ครบ 40 สัปดาห์ หรือ 280 วัน หรือ 10 เดือนทางจันทรคติ หรือถ้าคิดคร่าวๆ ให้ท่านใช้สูตรการคำนวณ จากวันแรกของการมีระดูครั้งสุดท้าย บวก 7 วัน แล้วลบออก 3 เดือน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ