โพสต์ 8 ส.ค. 56 ปรับปรุง 25 พ.ค. 57 5,122 Views

โรคเอดส์

โรคเอดส์

 มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Acquired Immune Deficiency Syndrome มีชื่อโดยย่อว่า AIDS = เอดส์

โรคเอดส์ คือ โรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่องจนไม่สามารถต่อสู้เชื้อโรค หรือสิ่งแปลก

ปลอมต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ง่ายกว่าคนปกติ

ขณะนี้โรคเอดส์กำลังระบาดในทวีปอเมริกา ยุโรป อาฟริกา แคนนาดา โรคนี้ได้ติดต่อมาถึงบาง

ประเทศในเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย

โรคเอดส์เกิดจากอะไร

โรคเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัส มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Human Immunodeficiency Virus (HIV)

โรคเอดส์เป็นกับใครบ้าง

โรค เอดส์ส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทย มักเกิดในพวกรักร่วมเพศ ชายที่เปลี่ยนคู่บ่อย ๆ ปัจจุบันพบ

ว่าเกิดในพวกรักต่างเพศได้ โดยเฉพาะในเพศชายที่ชอบเที่ยวโสเภณี

 

โรคเอดส์ติดต่อกันได้อย่างไร

โรคเอดส์ติดต่อกันได้หลายทาง แต่ที่สำคัญ และพบบ่อย ได้แก่

  • การร่วมเพศกับผู้ป่วยโรคเอดส์ หรือมีเชื้อโรคเอดส์
  • การรับถ่ายเลือดจากผู้ป่วยโรคเอดส์ หรือมีเชื้อโรคเอดส์
  • การใช้เข็มฉีดยาที่ไม่สะอาด หรือร่วมกับผู้ป่วยโรคเอดส์
  •  

  • จากแม่ที่ตั้งครรภ์ป่วยเป็นโรคเอดส์ ติดต่อไปถึงลูกที่อยู่ในครรภ์

โรค เอดส์ไม่ติดต่อโดยการเล่นด้วยกัน รับประทานอาหารร่วมกัน เรียนร่วมกัน ไปเที่ยวด้วยกัน หรือ

อยู่ในครัวเรือนเดียวกัน หากไม่มีความเกี่ยวข้องทางเพศ

 

อาการของโรค

หลัง จากได้รับเชื้อโรคเอดส์เข้าไปในร่างกายแล้ว จะมีระยะฟักตัวประมาณ 2-3 เดือน จึงตรวจพบ

เลือดบวกต่อโรคเอดส์ ผู้ที่ติดเชื้อไม่จำเป็นต้องมีอาการทุกคน ระยะฟักตัวก่อนมีอาการแตกต่างกัน

มากจาก 2-3 เดือน ถึง 5-6 ปี ประมาณกันว่า 25-30% ของผู้ที่ติดเชื้อจะแสดงอาการภายใน 5 ปี อีก

70% จะไม่มีอาการ แต่จะเป็นพาหะของโรค และแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้

 

อาการที่พบในผู้ป่วยโรคเอดส์

  •  
  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  •  
  • มีไข้นานเป็นเดือน ๆ
  •  
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  •  
  • ท้องเดินเรื้อรังจากโรคพยาธิ
  •  
  • มีแผลในปาก และตามผิวหนัง
  •  
  • มีอาการทางสมอง เช่น ชัก อัมพาต
  •  
  • โรคติดเชื้อต่าง ๆ โดยเฉพาะปอดบวมจากพยาธิ เชื้อรา วัณโรค ฯลฯ
  •  
  • มะเร็งของต่อมน้ำเหลือง เม็ดเลือด และสมอง ฯลฯ

การวิ

นิจฉัย

 

โรค เอดส์วินิจฉัยได้จากอาการข้างต้น ประกอบกับการตรวจเลือดบวกต่อโรคเอดส์ วิธีการตรวจเลือด

มี 2 วิธี วิธีแรกเรียกว่า Elisa ถ้าพบว่าเลือดบวก จะตรวจยืนยันโดยวิธี Western Blot การตรวจเลือด

นี้ไม่จำเป็นต้องทำในคนทั่วไป แต่ควรตรวจในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคนี้สูง ซึ่งได้แก่พวก

รักร่วมเพศ ผู้หญิง และชายบริการ ผู้ที่ได้รับการถ่ายเลือดบ่อย ๆ ผู้ติดยาทางเส้นเลือด

 

การรักษา

 

ปัจจุบัน ยังไม่มียารักษาโรคเอดส์ให้หายขาดได้ การรักษาจึงเป็นการรักษาโรคติดเชื้ออื่น ๆ ที่

แทรกซ้อนซึ่งไม่ค่อยได้ผลนัก เพราะผู้ป่วยขาดภูมิต้านทาน และมักเสียชีวิตเนื่องจากโรคติดเชื้อ

 

การป้องกัน

  1.  
  2. ไม่ สำส่อนทางเพศ ควรสมถุงยางอนามัยเวลาร่วมเพศกับคนแปลกหน้า พยายามอย่าเปลี่ยนคู่
  3. นอนในหมู่รักร่วมเพศ อย่าร่วมเพศกับผู้ป่วย หรือสงสัยว่าเป็นโรคเอดส์
  4.  
  5. ก่อนรับการถ่ายเลือด ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้บริจาคเลือดไม่มีเชื้อโรคเอดส์
  6.  
  7. อย่าใช้เข็มฉีดยาที่ไม่สะอาด หรือร่วมกับผู้ติดยาเสพติด

 

 

 

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

มาตรการป้องกัน “หัวใจวาย” ในสนามฟุตบอลโลก

17 มิถุนายน 2556 5.701

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นเกมส์อันยิ่งใหญ่สุดยอดของคนทั่วโลกที่จะเฝ้าติดตามอย่างใจจดใจจ่อ ตลอดเวลา 1 เดือนเต็มระหว่าง 9 มิ.ย. – 9 กค. 2549 ที่ประเทศเยอรมัน ที่จะมีการตรวจหาความผิดปกติของหัวใจ

โรคไซนัสอักเสบ

28 สิงหาคม 2556 3.058

โรคไซนัสอักเสบมักพบเป็นภาวะแทรกซ้อนตามหลังโรคหวัด และโรคภูมิแพ้พบได้ในเด็กทุกวัย อาการที่ช่วยในการวินิจฉัยโรค คือ มีน้ำมูกสีเหลืองหรือเขียวเป็นเวลานาน ๆ ปวดศีรษะบริเวณหน้าผาก หรือข้างจมูกลมหายใจมีกลิ่นเหม็น

การพิสูจน์ทราบชนิดของสเต็มเซลล์จากร่างกาย

7 มิถุนายน 2556 2.500

สเต็มเซลล์จากร่างกาย หรือที่เรียกว่า adult stem cells พบได้ในอวัยวะและเนื้อเยื่อหลายชนิด และพบในปริมาณที่ไม่มากนัก นักวิทยาศาสตร์พบว่าสเต็มเซลล์เหล่านั้นอยู่ในเนื้อเยื่อโดยยังไม่แบ่งตัวแต่อย่างใดเป็นเวลาหลายปี

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ