โพสต์ 8 ก.พ. 57 ปรับปรุง 26 ก.พ. 57 1,853 Views

โรคอหิวาต์

โรคอหิวาต์

“ลุงหมอขา...โรคอหิวาต์คืออะไรคะ ทำไมในข่าวบอกว่าโรคนี้ทำให้คนตายเยอะมากเลย”

ผมหันมามองตามเสียงแจ๋วๆ ของหลานตัวน้อยที่วิ่งมาพร้อมกับน.ส.พ. รายวันที่พาดหัวข้อข่าวเกี่ยว

กับการเสียชีวิตของผู้ป่วยในต่างประเทศ “โรคนี้มันไม่ใช่โรคใหม่นะ ถ้าพูดง่ายๆ มันก็คล้ายอาการ

ท้องเสีย ท้องร่วง ที่ต้องถ่ายทั้งวันทั้งคืนไม่ได้พักเลยล่ะ”

หลานสาวกระเถิบเข้ามาใกล้พร้อมขมวดคิ้ว “น่ากลัวจังค่ะ ในเมืองไทยมีไหมคะโรคนี้”

ผมยิ้มก่อนตอบให้หลานฟังว่า ในบ้านเราปัจจุบันนี้ยังพบผู้ป่วยที่เป็นอหิวาตกโรคอยู่บ้าง นับเป็นโชค

ดีของคนรุ่นใหม่ที่โรคนี้สามารถป้องกันและรักษาได้

 

ในปี 2555 สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า มีผู้ป่วยอหิวาตกโรคทั่วประเทศ 45

ราย คิดเป็นอัตราป่วย 0.07 ต่อประชากรแสนคน และไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต 

“โอ้โห ดีจังเลย อย่างนี้หนูก็ไม่ต้องกลัวแล้วสินะคะ”

ผมหัวเราะก่อนบอกหลานสาวว่า “ ไม่ได้นะคะ ถึงโรคนี้จะมีผู้ป่วยจำนวนไม่มากแต่ก็เป็นโรคน่ากลัว

เราก็ควรป้องกันและระวังให้ดี เพราะหากป่วยขึ้นมา มีหวังได้นอนซมแน่ๆ”

หลานสาวช่างสงสัยถามต่อไปว่า “แล้วหนูจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ ว่าเป็นอหิวาต์หรือแค่ท้องเสีย...” 

อาการของอหิวาตกโรคโดยทั่วไปนั้น ผู้ป่วยจะเริ่มจากถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำครั้งละมากๆ อย่าง

เฉียบพลัน มักอาเจียนร่วมด้วย หลังจากรับเชื้อจะเกิดอาการภายใน 1 - 2 วัน โดยสารพิษที่สร้างจาก

เชื้อแบคทีเรียชื่อวิบริโอ โคลีเล (Vibrio cholera) ซึ่งเป็นแบคทีเรียรูปแท่งที่มีลำตัวโค้งงอคล้าย

กล้วยหอม ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ปวดท้อง ไม่มีไข้ อาจเป็นตะคริวเนื่องจากภาวะเสียสมดุลอิเล็กโทรไลต์

ลักษณะอุจจาระเหมือนน้ำซาวข้าวเพราะมีเมือกและเยื่อบุลำไส้ปนออกมา มีกลิ่นเหม็นคาว ในรายที่

อาการรุนแรง ต้องให้น้ำและเกลือแร่อย่างรีบด่วน มิฉะนั้นอาจเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ปัสสาวะ

น้อยหรือไม่มีเลย ชีพจรเบา หน้ามืดเป็นลม บางรายอาจถึงขั้นช็อก ไตวาย และเสียชีวิตได้ เด็กอาจมี

อาการกระสับกระส่าย ซึม หมดสติ ผิวหนังเหี่ยวย่น ตาโหล หรือกระหม่อมบุ๋ม (ในทารก) บางรายอาจ

เกิดอาการชัก

 

“หึยย..ฟังแล้วไม่อยากเป็นเลยค่ะ เราจะป้องกันได้ยังไงบ้างคะ”

อันที่จริงแล้ว โรคนี้ติดต่อโดยการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้ออหิวาต์ ทั้งเชื้อที่อยู่ในแหล่งน้ำ

และอุจจาระของผู้ติดเชื้อแหล่งที่อยู่อาศัยหลักของเชื้อนี้คืออยู่บริเวณปากแม่น้ำและบริเวณน้ำกร่อย

เพราะเชื้ออหิวาต์ต้องการเกลือในการเจริญเติบโต ซึ่งการป้องกันสามารถทำได้ดังนี้ครับ

ดื่มน้ำสะอาด เช่น น้ำต้มสุก น้ำบรรจุขวด

 รับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ

ล้างมือให้สะอาดก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังใช้ห้องน้ำเสร็จ

ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ ไม่เทอุจจาระและสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลอง

ควบคุมและกำจัดแมลงวัน โดยการเก็บและทำลายขยะด้วยวิธีที่เหมาะสม

แต่หากไม่สามารถป้องกันได้ทันการณ์ ควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำและเกลือแร่ทดแทนอย่างทันท่วงที อาจ

ให้ดื่มน้ำต้มสุกที่ละลายผงน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) เพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำ   ในรายที่อาการรุนแรง

ควรพบแพทย์เพื่อให้สารละลายน้ำตาลเกลือแร่ทางหลอดเลือดดำ ในกรณีที่มีภาวะเลือดเป็นกรด

หรือภาวะเสียสมดุลอิเล็กโทรไลต์ แพทย์จะรักษาจนกลับสู่สมดุลปกติ หรือให้ยาปฏิชีวนะ โดยจะ

เลือกชนิดของยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยและความไวของเชื้อดื้อยาในช่วงเวลานั้น ณ สถานที่นั้น

เนื่องจากการให้ยาปฏิชีวนะโดยไม่ระวังอาจเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อดื้อยาได้

 

“ขอบคุณค่ะ ลุงหมอ  แล้วหนูจะไปเล่าต่อให้เพื่อนๆ ฟัง พวกเราจะได้ไม่เป็นอหิวาตกโรคกันค่ะ”

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาวะหัวแม่เท้าเอียง Hallux Valgus หรือ Bunion

3 สิงหาคม 2556 6.726

เป็นภาวะความผิดรูปของนิ้วหัวแม่เท้าที่ส่วนปลายเอียงออกด้านนอกเข้าหานิ้วชี้และโคนนิ้วหัวแม่เท้าเอียงเข้าด้านในแยกออกจากนิ้วอื่นทำให้ปลายเท้าแบนกว้างขึ้น เมื่อเป็นมากขึ้นปลายนิ้วหัวแม่เท้าจะซ้อนใต้นิ้วเท้า

เมื่อผู้สูงอายุหกล้ม

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.926

ภาวะที่ผู้สูงอายุหกล้ม และเกิดอันตรายต่อท่าน เป็นสิ่งที่ลูกหลานหรือผู้ที่ใกล้ชิดที่ดูแลท่านไม่อยากให้เกิด แต่ปัญหาเหล่านี้ก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และถ้าเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ท่านควรทราบก็คือ ควรประเมินสถานการณ์ความรุนแรงว่า ควรนำส่งโรงพยาบาล

โลหิตจาง

24 กันยายน 2556 3.751

โลหิตจาง เป็นภาวะอย่างหนึ่งไม่ใช่โรคโดยตรง เป็นเครื่องบอกเหตุว่า มีโรคหรือสาเหตุซ่อนอยู่ซึ่งต้องค้นหาดูว่าเป็นอะไร แล้วจึงจะทำการรักษาที่ถูกต้อง โรคที่ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางพบบ่อยในบ้านเรา แต่คนไม่ค่อยใส่ใจ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนเป็นมากอาจจะก่อให้เกิดผลเสียได้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ