โพสต์ 7 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 2,006 Views

โรคอหิวาต์ที่เกิดจากเชื้อวิบริโอสายพันธุ์ O139 เป็นอย่างไร

โรคอหิวาต์ที่เกิดจากเชื้อวิบริโอสายพันธุ์ O139 เป็นอย่างไร

     ระยะฟักตัวของโรคอหิวาต์ที่เกิดจากเชื้อวิบริโอสายพันธุ์ O139 นาน 6-48 ชั่วโมง อาการเกิดขึ้นทันทีทันใด เริ่มต้นด้วยท้องเสียชนิดอุจจาระเป็นน้ำ ลักษณะเหมือนน้ำซาวข้าว ปริมาณมาก ถ่ายตลอดเวลาจนหมดแรง อุจจาระมักจะไหลพุ่ง โดยไม่มีอาการปวดท้อง ผู้ป่วยมักอาเจียนตามหลังอาการท้องเสีย โดยที่ไม่มีอาการคลื่นไส้นำมาก่อน ปริมาณอุจจาระในช่วงแรกๆ มากกว่าหนึ่งลิตรภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงร่างกายจะเสียสารน้ำไปจำนวนมากหลายลิตร และทำให้เกิดภาวะขาดสารน้ำอย่างรุนแรง จนถึงขั้นช็อกได้ ภาวะช็อกดังกล่าวเรียกว่าช็อกจากการขาดสารน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลวได้ และอาจทำให้เสียชีวิตในที่สุดหากได้รับการรักษาแก้ไขไม่ทัน
 
     โรคอหิวาต์ที่เกิดจากเชื้อวิบริโอสายพันธุ์ O139 ในรายที่เป็นรุนแรง จะมีอาการขาดน้ำรุนแรง และช็อกอย่างรวดเร็ว จะมีเสียงแหบแห้ง เป็นตะคริว ตัวเย็น เหงื่อออก ปัสสาวะออกน้อย ชีพจรเต้นเบา ความดันต่ำ ขณะที่ร่างกายเสียสารน้ำและเกลือแร่ จะมีอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อหรือเป็นตะคริว ลักษณะผิวหนังที่ร่างกายขาดสารน้ำจะแห้งเหี่ยว ตาโหล ลักษณะเฉพาะประการหนึ่งของโรคนี้คือ ชีพจรเบา ประเด็นสำคัญของโรคอหิวาต์ที่เกิดจากเชื้อวิบริโอสายพันธุ์ O139 คือ ปัญหาที่เกิดจากการถ่ายอุจจาระเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการไม่สมดุลของสารน้ำและอิเลคโทรลัยต์ในร่างกาย
 
     ในรายที่ไม่รุนแรงอาการจะเป็นอยู่นาน 2-7 วัน การรักษาที่สำคัญที่สุดเป็นการทดแทนสารน้ำและเกลือแร่ให้พอเพียง ในรายที่รุนแรงสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะช็อก ภาวะเลือดเป็นกรด และภาวะไตวายเฉียบพลัน กลไกทำให้เกิดการเสียเกลือและน้ำไปทางอุจจาระได้แก่ ของเหลวผ่านเร็ว ลำไส้เล็กดูดซึมไม่ทัน เนื่องจากลำไส้บีบตัวรีดของเหลวสู่ลำไส้ใหญ่ เร็วเกินไป การดูดซึมบกพร่อง ตามปกติลำไส้เล็กจะดูดซึมน้ำได้เกือบหมดในแต่ละวันคนเรารับประทานอาหาร 2 ลิตร ร่างกายหลั่งน้ำย่อยออกมาอีก 7 ลิตร รวมของเหลว 9 ลิตร ซึ่งในยามปกติ ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเกือบหมด เหลือน้ำที่ออกมากับอุจจาระประมาณ 100-200 ซีซีต่อวัน ในภาวะที่เกิดความผิดปกติในการดูดซึม จะทำให้เสียน้ำไปทางอุจจาระ มากกว่า 200 ซีซีต่อวัน ภาวะหลั่งเกิน อุจจาระมีลักษณะเป็นน้ำมาก เนื่องจากลำไส้หลั่งของเหลวออกมามากผิดปกติ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อที่สร้างพิษ
 
     เมื่อผู้ป่วยถ่ายอุจจาระมีน้ำมากกว่าปกติ 2 ครั้งขึ้นไป ควรเริ่มต้นให้การรักษาโดยให้อาหารเหลวเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนเกลือและน้ำที่ถ่ายออกไปจากร่างกาย เพราะถ้าปล่อยให้ถ่ายหลายครั้งก่อนจึงรักษา หรือรอให้อาการขาดน้ำปรากฏ จะเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ เนื่องจากอาการขาดน้ำปรากฏช้ากว่าการขาดจริงมาก การให้อาหารเหลวตั้งแต่ระยะแรก กินอาหารครั้งละน้อยๆ และบ่อยเพื่อให้ย่อยและดูดซึมได้ทันนั้นนับเป็นการรักษาเบื้องต้นพร้อมกับให้อาหารที่เคยได้รับอยู่ อาหารเหลวที่ทำหรือเตรียมขึ้นได้ที่บ้านนั้นมีมากมาย เช่น น้ำข้าว น้ำผสมน้ำตาลใส่เกลือ น้ำแกงจืด อาหารจำพวกแป้ง เผือกมันต่างๆ ซึ่งสามารถเตรียมรับประทานในขณะเกิดอาการอุจจาระได้ โดยยึดหลักที่ว่าของเหลวนั้นควรมีน้ำตาลกลูโคสไม่เกินร้อยละ 2 และมีเกลือร้อยละ 0.3
การป้องกันโรคทำได้โดยให้ความรู้สุขศึกษาและรณรงค์ให้ประชาชนดื่มน้ำต้มสุก กินอาหารที่ไม่มีแมลงวันตอม สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ ควรนำอาเจียนและอุจจาระของผู้ป่วย ไปเทใส่ส้วมหรือฝังดินให้มิดชิด อย่าเทตามพื้น หรือลงแม่น้ำลำคลอง ส่วนเสื้อผ้าของผู้ป่วยที่แปดเปื้อนเชื้อ ห้ามนำไปซักในแม่น้ำ ลำคลอง ควรแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือไปฝังหรือเผาเสีย เก็บอุจจาระของคนที่อยู่ใกล้เคียงกับผู้ป่วยส่งตรวจหาเชื้อ
 
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
 
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

169 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสเวสต์ไนล์ (West Nile virus)

1 สิงหาคม 2556 3.998

ไวรัสเวสต์ไนล์ (West Nile virus) เป็นไวรัสอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบ จัดอยู่ในกลุ่มฟลาวิไวรัส กลุ่มเดียวกับไวรัสแจแปนนีสบีที่ก่อให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบเช่นกัน และไวรัสเดงกี่ที่ก่อให้เกิดโรคไข้เลือดออก เชื้อนี้ทำให้เกิดภาวะสมองอักเสบ

เลือดกำเดาออก

5 มิถุนายน 2556 2.387

ส่วนใหญ่เลือดกำเดาไหลเกิดในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่และมักเกิดในช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้ง ทำให้เยื่อบุจมูกพลอยแห้งและตกสะเก็ดตามไปด้วย หากสะเก็ดถูกแคะ แกะ เกลา

คิดสิ่งดีๆ ในวันปีใหม่

6 มิถุนายน 2556 1.555

ปีกระต่ายทองกำลังจะผ่านไป ความจริงแล้วควรจะเรียกว่าปีกระต่ายดุเสียมากกว่าเพราะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากมายทั่วโลก หรือแม้แต่ประเทศไทยของเราก็เกิดมหาอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมาก

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ