โพสต์ 15 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 2,027 Views

โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร ?

โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร ?

สัมพันธ์ได้สำเร็จจนเป็นที่พึงพอใจอยู่เป็นประจำหรืออย่างต่อเนื่อง

ผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศสูงหรือไม่ ?

การสำรวจในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2542 ในชายไทยทั่วประเทศจำนวน 1,250 รายพบว่า มีชายไทยเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศร้อยละ 37.5 โดยมีอาการตั้งแต่น้อยๆ คือ ร่วมเพศไม่สำเร็จแค่บางครั้งจนถึงไม่สามารถที่จะร่วมเพศได้เลย

องคชาตแข็งตัวได้อย่างไร ?

องคชาตประกอบไปด้วยแกน 3 แกนด้วยกัน การแข็งตัวขององคชาตจะต้องอาศัยแกนใหญ่ 2 แกนที่เรียกว่า คอร์ปัส คาเวอร์โนซั่ม (corpus cavernosum) ซึ่งประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อร่างแหคล้ายฟองน้ำ (sinusoid) ซึ่งร่างแหเหล่านี้ ก็คือ เส้นเลือดแดงฝอยขององคชาตนั่นเอง

เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศเกิดขึ้น ที่สำคัญที่สุดจะต้องมีการกระตุ้นผ่านสิ่งเร้าที่สมองส่วนที่เรียกว่า paraventricular nucleus (PVN) ซึ่งอยู่ในบริเวณก้านสมองส่วนที่เรียกว่า hypothalamus เราเรียกกลไกนี้ว่า การแข็งตัวจากการกระตุ้นทางจิตใจ (psychogenic erection) ซึ่งระบบประสาทที่รับการกระตุ้นส่วนใหญ่จะเป็นชนิด dopamine receptor ชนิดที่ 2 จากนั้นคำสั่งจะผ่านมาทางไขสันหลังจนถึงไขสันหลังบริเวณก้นกบที่ระดับ 2-4 (S 2,3,4) ซึ่งจะรวมกันเป็นปมประสาทที่เรียกว่า sacral plexus และแตกแขนงเป็นเส้นประสาท cavernous (cavernous nerve) ไปยังองคชาต ทำให้มีการพองตัวของเส้นเลือดที่เป็นร่างแหคล้ายๆฟองน้ำนี้เต็มที่ ก็จะกดเส้นเลือดดำที่ไหลออกจากองคชาตทำให้เลือดไหลออกจากองคชาตได้น้อยมาก องคชาตก็จะแข็งตัวเต็มที่

โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเกิดจากสาเหตุใด ?

จะเห็นได้ว่าความผิดปกติที่กลไกใดๆ ก็ล้วนแต่ทำให้เกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ อันได้แก่

ก. ความล้มเหลวในการเริ่มต้น (failure to initiate) อันมีสาเหตุจากปัญหาทางจิตใจ เนื้อเยื่อประสาท และฮอร์โมน
ข. ความล้มเหลวในการแข็งตัว (failure to fill) เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดแดง
ค. ความล้มเหลวในการคงการแข็งตัวไว้ (failure to store) จากความผิดปกติของเส้นเลือดดำทำให้เกิด venous leakage

จากการศึกษาพบว่า สาเหตุด้านร่างกาย (organic) สาเหตุด้านจิตใจ (psychogenic) และทั้งสองสาเหตุร่วมกัน (mixed ED) คิดเป็นร้อยละ 70, 11 และ 18 ตามลำดับ สำหรับสาเหตุทางร่างกายนั้น ที่พบบ่อยมักจะเกิดจากโรคเรื่อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน (diabetes) เส้นโลหิตแข็งตัว (atherosclerosis) จากอายุที่มากขึ้นหรือไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular disease) นอกจากนี้พบได้ในรายที่มีการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง การผ่าตัดกระดูกเชิงกราน หรือการฉายรังสี การผ่าตัดต่อมลูกหมาก และ multiple sclerosis เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการดื่มสุราจัด การสูบบุหรี่และจากยาหลายๆ ชนิด

การรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

imageการรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศนี้มาโด่งดังกันมากเมื่อมีการค้นพบการรักษาที่ง่ายๆ และมีประสิทธิภาพคือ การรับประทานยากลุ่มที่ยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ phosphodiesterase-5 (PDE-5 inhibitor) เนื่องจากการกระตุ้นให้องคชาตแข็งตัวนั้น เส้นประสาทในองคชาตจะมีการปล่อยสาร “ไนตริกออกไซด์” ออกมากระตุ้นให้มีการสร้างสารไซคลิกจีเอ็มพี (cGMP) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้มีการคลายตัวของกล้ามเนื้อเรียบ sinusoid ในองคชาตทำให้องคชาต ทำให้องคชาตแข็งตัวดังที่กล่าวมาแล้ว แต่สาร cGMP นี้จะถูกทำลายโดยเอ็นไซม์ PDE-5 ดังนั้นการรับประทานยากลุ่ม PDE-5 inhibitor ก็จะช่วยชดเชยให้การแข็งตัวขององคชาตดีขึ้น โดยยากลุ่มนี้ได้แก่ ยาซิลเดนาฟิล (sildenafil) และที่กำลังจะวางจำหน่ายอีกหลายชนิดเช่น ทาดาลาฟิล (tadalafil) และวาเดนาฟิล (vardenafil) โดยให้ทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1 ชม. ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้จะคล้ายๆ กันคือ ทำให้ปวดศรีษะ ร้อนวูบวาบประมาณร้อยละ 10-15 เนื่องจากทำให้เส้นเลือดขยายตัว แต่ไม่รุนแรงและเป็นอยู่เพียงชั่วคราว อย่างไรก็ตามยาทาดาลาฟิลimageหรือ Cialis มีค่าครึ่งชีวิตที่ยาวนานกว่าคือ ประมาณ 17 ชั่วโมง ส่วนวาเดนาฟิลหรือ Levitra มีฤทธิ์ต่อจอประสาทตาน้อยกว่า ทำให้ผลข้างเคียงในแง่เห็นแสงจ้าขึ้นหรือเป็นสีฟ้าไปชั่วคราว พบได้น้อยกว่า อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงนี้พบได้ค่อนข้างน้อย ส่วนซิลเดนาฟิลหรือ Viagra เป็นตัวที่ใช้กันมาหลายปี จึงยืนยันได้ในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยา

imageอย่างไรก็ตามแม้ว่า ยากลุ่ม PDE-5 inhibitor จะมีผลการรักษาที่ดีมาก แต่ก็มีข้อห้ามที่สำคัญมากคือ ห้ามใช้ในคนไข้ที่รับประทานยากลุ่มไนเตรต เช่น isosorbide, ISMO และ ยากลุ่มไนโตรกลีเซอรีนทุกๆชนิด ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในคนไข้หัวใจขาดเลือด ซึ่งพบได้มากถึงร้อยละ 15 ของคนไข้โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเลยทีเดียว เนื่องจากการรับประทานยากลุ่มไนเตรตจะทำให้ระดับของสารไนตริกออกไซด์ ซึ่งปกติมีอยู่น้อยมากในกระแสเลือดเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติมาก ดังนั้นเมื่อทานยากลุ่ม PDE-5 inhibitor เข้าไป ก็จะทำให้ระดับของไซคลิกจีเอ็มพีมากกว่าปกติ ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและความดันโลหิตลดลงได้ถึง 30-40 มม.ปรอท จึงเป็นอันตรายแก่ผู้ที่รับประทานยาทั้งสองชนิดนี้พร้อมๆกันได้ ดังนั้นในคนไข้กลุ่มนี้จึงมีข้อห้ามในการใช้ยากลุ่ม PDE-5 inhibitor

imageยาสอดทางท่อปัสสาวะ
ยาสอดทางท่อปัสสาวะหรือ Medicated Urethral System for Erection (MUSE) จะมีตัวยา prostaglandin E-1 ซึ่งออกฤทธิ์เป็นยาขยายหลอดเลือด แต่การใส่ทางท่อปัสสาวะต้องใช้ขนาดยาสูง และร้อยละ 30 มีอาการแสบในลำกล้อง อีกทั้งราคาค่อนข้างสูงจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก อย่างไรก็ตามจัดว่าเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง

imageยาฉีดเข้าโคนองคชาต
ยาฉีดเข้าโคนองคชาต (Intracavernous injection therapy; ICI) กลุ่มนี้มียาขยายหลอดเลือดหลายๆชนิด แต่ที่นิยมมากที่สุดจะเป็นกลุ่ม prostaglandin E-1 (Caverject) เช่นเดียวกับยาสอด แต่คนไข้ส่วนใหญ่กลัวการฉีดยาเข้าตัวเอง อีกทั้งมีอาการปวดหลังการฉีดได้บ่อย ทั้งยังมีราคาแพง จึงหมดความนิยมลงไป ทั้งๆ ที่ได้ผลดีถึงร้อยละ 90

imageการใช้ปั๊มสูญญากาศ
การใช้ปั๊มสูญญากาศเป็นวิธีการรักษาง่ายๆ ที่ได้ผลดี เกือบร้อยละ 90 แต่ความงุ่มง่ามไม่เป็นธรรมชาติ อีกทั้งการต้องใช้ยางรัดที่โคนองคชาต อาจทำให้ผู้ใช้รำคาญ รู้สึกชา หลั่งน้ำอสุจิไม่สะดวก จึงได้รับความนิยมไม่มากนัก อย่างไรก็ตามเป็นวิธีทางเลือกที่เหมาะกับผู้ที่มีรายได้น้อย เพราะลงทุนเพียงแค่ครั้งเดียว

imageการผ่าตัดใส่แกนองคชาตเทียม
แกนองคชาตเทียมที่ได้รับความนิยมจะเป็นแบบ 3 ชิ้น คือ มีแกน 2 แกน ปั๊มน้ำและถุงเก็บน้ำ การผ่าตัดทำได้ง่ายมาก มีเพียงแผลขนาดเล็กระหว่างโคนองคชาตและถุงอัณฑะยาว 1 นิ้ว และมีประสิทธิภาพสูงมาก ใกล้เคียงธรรมชาติ แต่มีข้อเสียคือ มีราคาแพงมาก

จะเลือกวิธีใดในการรักษาดี และต้องทำการตรวจพิเศษหรือไม่ ?

ปัจจุบันแพทย์จะอธิบายวิธีการรักษาแต่ละชนิดให้คนไข้ทราบถึงข้อดีข้อเสีย จากนั้นคนไข้จะตัดสินใจเองว่าชอบวิธีใด คนไข้ส่วนใหญ่จะเลือกใช้วิธีง่ายๆ ราคาเหมาะสมและไม่มีข้อห้ามในการใช้ จึงมักจะเลือกใช้ยารับประทานหรืออมใต้ลิ้น เมื่อไม่ได้ผลจึงทดลองวิธีต่อไป เช่น ยาสอดทางท่อปัสสาวะและการใช้ปั๊มสูญญากาศและจะทำการตรวจเลือดง่ายๆ เพื่อเช็คเบาหวาน ไขมันในเลือด การทำงานของตับและไต ซึ่งอาจจะมีผลต่อขนาดของยาที่ให้ ในรายที่ไม่ได้ผลจากวิธีง่ายๆ ที่กล่าวมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะใช้ยาฉีดเข้าโคนองคชาต เพื่อทดสอบดูสภาวะของเส้นเลือดและการตอบสนองต่อยาฉีด ในรายที่ได้ผลและไม่กลัวการฉีดยาเข้าตนเอง ก็จะเลือกวิธีนี้ แต่ในรายที่ไม่ได้ผลหรือไม่ชอบใจ ก็อาจจะต้องทำการผ่าตัดใส่แกนองคชาตเทียม ส่วนวิธีการผ่าตัดต่อเส้นเลือดที่ตีบจะเลือกใช้ในคนอายุน้อยที่เส้นเลือดตีบจากอุบัติเหตุและไม่เป็นเบาหวานชนิดที่ต้องใช้ยาฉีด อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยวิธีต่างๆภายหลังจากที่ไม่ได้ผลด้วยการรักษาง่ายๆ นี้ จะต้องได้รับการตรวจด้วยวิธีพิเศษขึ้นกับวิธีการรักษานั้นๆ

คนไข้โรคอีดีจะต้องได้รับการรักษาทุกคนหรือไม่ ?

คนไข้ที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาทุกราย ถ้าคนไข้และคู่สมรสไม่รู้สึกเดือดร้อนที่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่อย่างไรก็ตามคนไข้ที่มีปัญหานี้เป็นข้อบ่งชี้ว่า อาจจะเกิดจากโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ดังนั้นแม้ว่าไม่ต้องการจะมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็ควรจะได้รับการตรวจเช็คสุขภาพดู

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

มะเร็งปากมดลูก

8 มีนาคม 2556 6.101

มะเร็งปากมดลูก Cervical Cancer พบมากเป็นอันดับหนึ่งของผู้หญิงไทย ภัยร้ายแอบแฝง ฝันร้ายของผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ คุณทราบหรือไม่ มะเร็งร้ายกำลังคุกคามคุณอยู่ ฝันร้ายที่กลายเป็นจริง มะเร็งร้าย ภัยแอบแฝง กำลังคุกคามชีวิตคุณ?

การใช้สารเคลือบฟันเพื่อป้องกันฟันผุ

6 มิถุนายน 2556 1.876

ในปัจจุบันนี้เราสามารถใช้สารพลาสติกปกหลุมร่องฟันเพื่อป้องกันฟันผุได้ เนื่องจากด้านบดเคี้ยวของฟันกรามนั้นมีหลุมร่องฟันที่ลึก แปรงสีฟันธรรมดาไม่สามารถที่จะทำความสะอาดไปถึงบริเวณหลุมร่องฟันเหล่านั้น

ข้อควรระวังในการย้อมผม

6 มิถุนายน 2556 1.588

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดถาวรจัดเป็นเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อมาใช้ควรอ่านฉลากภาษไทยให้ละเอียดและมีข้อสังเกตว่าเครื่องสำอางกลุ่มนี้จะต้องแสดงเลขทะเบียนในกรอบเครื่องหมาย อย.

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ