โพสต์ 5 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 10 เม.ย. 60 4,006 Views

โรคฤดูร้อน

ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนมีโรคภัยไข้เจ็บที่ต้องเฝ้าระวังหลายโรคด้วยกัน โดยเฉพาะโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ เนื่องจากฤดูร้อนเป็นฤดูที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรค ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนมีโรคภัยไข้เจ็บที่ต้องเฝ้าระวังหลายโรคด้วยกัน

โดยเฉพาะโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ เนื่องจากฤดูร้อนเป็นฤดูที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรคบางชนิด ในบางพื้นที่ของประเทศอาจประสบกับภาวะภัยแล้ง อาจพบการระบาดของโรคติดต่อทางอาหาร และน้ำ เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ บิด อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ จึงควรระมัดระวังในเรื่องความสะอาดของอาหาร น้ำดื่ม และภาชนะในการใส่อาหาร ตลอดจนให้มีการใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะ

สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นกว่าปกติ และสูงกว่าช่วงปีที่แล้ว ทำให้เชื้อโรคโดยเฉพาะกลุ่มแบคทีเรียเจริญเติบโตดีขึ้น และสามารถแพร่ระบาดได้ง่าย นอกจากนี้สภาพอากาศที่ร้อนมากในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคลมชัก ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายอ่อนแอ หรือผู้ป่วยที่มีอาการทางประสาทที่ต้องกินยาเป็นประจำ

ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเป็นกรณีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนโรคทันทีหากมีการระบาดเกิดขึ้น หากเกินความสามารถให้ประสานบุคลากรพื้นที่ใกล้เคียงช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันขอให้ประชาชนยึดหลักความปลอดภัย 4 ข้อคือ รักษาความสะอาดส้วม ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากใช้ห้องน้ำ กินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ และใช้ช้อนกลาง

โรคที่พบบ่อยในฤดูร้อน

กลุ่มที่ 1 เป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ บิด อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อยหรือไทฟอยด์ และโรคตับอักเสบชนิดเอ โรคเหล่านี้แม้ว่าจะมีสาเหตุแตกต่างกัน แต่จะมีวิธีการติดต่อที่คล้ายคลึงกัน โดยเชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำ ที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป เช่น อาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ ลาบ ก้อย อาจเกิดจากอาหารที่มีแมลงวันตอม หรืออาหารที่ทิ้งไว้ค้างคืน โดยไม่ได้แช่เย็นไว้ และไม่ได้อุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน ผู้ที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าวสามารถแพร่เชื้อได้ทางอุจจาระ และหากเป็นผู้ประกอบอาหาร หรือพนักงานเสิร์ฟอาหารจะมีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้มาก

โรคที่พบบ่อยในฤดูร้อนกลุ่มที่ 2 เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ได้แก่ โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ ซึ่งเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ เมื่อป่วยแล้วจะเสียชีวิตทุกราย

โรคอุจจาระร่วง

โรคอุจจาระร่วงเป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำที่สำคัญที่สุด อาจเกิดจากเชื้อโรคชนิดต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส โปรโตซัว และหนอนพยาธิ เชื้อก่อโรคเหล่านี้สามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป

อาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นอาการสำคัญของโรคอุจจาระร่วง อาจถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายมีมูกปนเลือด โดยทั่วไปมักจะอาเจียนร่วมด้วย ความรุนแรงของอาการแตกต่างกันได้มาก ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย ในขณะที่บางรายอาจมีอาการรุนแรงมาก

โรคอุจจาระร่วงอาจเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยถึงกับเสียชีวิตได้

โรคอาหารเป็นพิษ

โรคอาหารเป็นพิษเกิดจากการรับประทานเชื้อโรคหรือสารพิษของเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารเข้าไปในร่างกาย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไป เช่น เชื้อสแตฟฟิโลคอคคัส (Staphylococcus) หรือเชื้ออีโคไล (E. coli) บางรายเกิดจากเชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella) เชื้อชิเกลลา (Shigella) เชื้อแคมไพโรแบคเตอร์ (Campylobacter) เชื้ออหิวาต์ (Cholera) โบทูลิสซึม (Botulism) พิษจากเห็ด เชื้อลิสทีเรีย (Listeria) เชื้อแบซิลลัสซีเรียส (Bacillus cereus) และเชื้อเยอซิเนีย (Yersinia)

โรคอาหารเป็นพิษที่เกิดจากเชื้อลิสทีเรียมีรายงานพบมากขึ้นในระยะหลังๆ จึงควรจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นปัญหาในประเทศไทยด้วยหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักเชื้อนี้

โรคอาหารเป็นพิษอาจเกิดขึ้นทีละหลายๆ คนโดยการกินอาหารปนเปื้อนชนิดเดียวกัน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับอาหารปิกนิก โรงอาหารที่โรงเรียน งานเลี้ยงสังสรรค์ อาหารที่ไม่ได้เก็บแช่ไว้ในตู้เย็น อาหารที่ทำไว้ล่วงหน้านาน ๆ แล้วไม่ได้แช่ตู้เย็นไว้ โดยไม่ได้อุ่นให้ร้อนพอ อาหารที่เตรียมขึ้นอย่างไม่สะอาด บางครั้งพบในอาหารที่ปรุงไม่สุก อาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ จากเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ไข่เป็ด ไข่ไก่ นมและผลิตภัณฑ์ของนม โดยเฉพาะน้ำนมที่ยังไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ อาหารฝรั่งที่ใส่มายองเนส อาหารกระป๋อง และอาหารทะเล

เด็กเล็กและคนชรามีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคอาหารเป็นพิษ ผู้ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคตับ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันน้อยกว่าปกติ สตรีมีครรภ์ มารดาที่ให้นทบุตร

อาการของโรคอาหารเป็นพิษมักเกิดขึ้นภายใน 2-6 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อหรือสารพิษของเชื้อ อาการต่างๆ ได้แก่ ไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย บางครั้งอาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ถ้าถ่ายอุจจาระมากจะเกิดอาการขาดน้ำและสารเกลือแร่ในร่างกาย ร่างกายอ่อนเพลีย อาจเกิดการอักเสบที่อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ข้อและกระดูก ถุงน้ำดี กล้ามเนื้อหัวใจ ปอด ไต เยื่อหุ้มสมอง และเมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสโลหิตจะทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ

โรคบิด

โรคบิดเกิดจากเชื้อบิดซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียหรืออะมีบา เชื้อบิดชนิดอะมีบาเรียกว่าบิดมีตัว ส่วนเชื้อบิดที่เป็นแบคทีเรียเรียกว่าบิดไม่มีตัว เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคบิดมีชื่อเรียกว่า Shigella โรคบิดสามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหาร ผักดิบหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไป

อาการสำคัญ คือ ถ่ายอุจจาระบ่อย อุจจาระมีมูกหรือมูกปนเลือด มีไข้ ปวดท้องแบบปวดเบ่งร่วมด้วย และบางคนอาจเป็นโรคนี้แบบเรื้อรังได้

อหิวาตกโรค

อหิวาตกโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Vibrio สามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป

อาการที่เกิดขึ้น คือ ถ่ายอุจจาระเป็นคราวละมากๆ โดยไม่มีอาการปวดท้อง ไปจนกระทั่งมีการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำคล้ายน้ำซาวข้าว อาเจียนมาก และมีอาการขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว กระหายน้ำ กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย ตาลึกโหล ผิวหนังเหี่ยวย่น ปัสสาวะน้อย หรือไม่มีปัสสาวะ หายใจลึกผิดปกติ ชีพจรเต้นเบาเร็ว อาการเหล่านี้เกิดขึ้นรวดเร็ว ผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะช็อค หมดสติ เนื่องจากเสียสารน้ำในร่างกาย

สำหรับในรายที่มีอาการรุนแรงอาจถึงแก่ความตายในเวลาอันรวดเร็ว ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที

ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย

ไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย เกิดจากเชื้อไทฟอยด์ ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย สามารถติดต่อได้โดยอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระและปัสสาวะของผู้ป่วย

อาการสำคัญ คือ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร ผู้ป่วยอาจมีอาการท้องผูก หรือบางรายอาจท้องเสียได้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้เรื้อรังจะมีเชื้อปนออกมากับอุจจาระและปัสสาวะเป็นครั้งคราว ซึ่งจะทำให้ผู้นั้นเป็นพาหะของโรคได้ ถ้าไปประกอบอาหารโดยไม่สะอาด หรือไม่สุกก็จะทำให้เชื้อไทฟอยด์แพร่ไปสู่ผู้อื่นได้

ไวรัสตับอักเสบเอ

เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอพบได้ในหอยทะเล หรือในอาหารทั่วๆ ไป การติดต่อมักเป็นจากอุจจาระและเข้าทางปาก ถ้าอาหารทุกชนิดที่เข้าปากสะอาด ก็จะไม่เป็นโรคนี้ การล้างมือให้สะอาดจึงเป็นการป้องกันที่สำคัญ รวมไปถึงพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ โดยฉีดวัคซีน 2 เข็ม

โรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เพลีย เบื่อบุหรี่ เบื่อเหล้า มีไข้ รู้สึกตึงๆ เจ็บๆ ที่บริเวณตับ ชายโครงด้านขวา อาจเป็นอยู่ 2-3 วัน แล้วจึงจะมีอาการดีซ่านซึ่งก็คือตัวเหลือง และตาสีขาวกลายเป็นสีเหลือง เมื่อมีดีซ่านอาการไข้จะหายไป

ผู้ป่วยจะรู้สึกไม่สบายอยู่ประมาณ 1 เดือนแล้วจึงหาย แต่บางรายอาจใช้เวลาถึง 3 เดือน โรคนี้ส่วนใหญ่จะหาย มีน้อยรายมากที่จะเสียชีวิต และเมื่อหาย จะหายขาด ไม่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง จนถึงโรคตับแข็ง หรือกลายเป็นมะเร็งของตับ

โรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำเกิดจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน ส่วนใหญ่พบในสุนัข แมว ค้างคาว ติดต่อได้ทั้งการโดนกัด ข่วน หรือถูกเลียบริเวณที่มีแผลถลอก หรือน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อเข้าตา ปาก หรือจมูก ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะมีอาการภายใน 15-60 วัน บางรายอาจนานเป็นปี

เมื่อเป็นโรคพิษสุนัขบ้ายังไม่มียารักษา ทำให้เสียชีวิตทุกรายภายใน 2-7 วันหลังแสดงอาการ จึงต้องรีบให้วัคซีนทันทีเมื่อได้รับเชื้อ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบทันที เพื่อเข้าควบคุมโรคในพื้นที่ หากถูกสัตว์กัดให้รีบล้างแผลด้วยสบู่ และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ และฉีดวัคซีนป้องกัน

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

186 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

กระดูกสันหลังย่นหรือ ยุบตัวลงไป (Vertebral Compression Fracture VCF)

27 สิงหาคม 2556 18.985

เวลาคนเราหกล้ม เอาก้นกระเเทกกับพื้นอย่างรุนเเรง โดยทั่วไปทั้งหมอ เเละผู้ป่วยมักจะไปเพ่งความสนใจ อยู่ที่กระดูกก้นกบ ว่ามีการหักหรือไม่ เเต่ในความเป็นจริง เรากลับพบว่า มีการละเลยกระดูกอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมี ความสำคัญมากกว่า

เด็กที่มีปัญหาทางการได้ยิน วิวัฒนาการแพทย์ช่วยได้แล้ว

18 กุมภาพันธ์ 2557 1.005

ลองคิดดูว่า ถ้าลูกเกิดมาแล้วหูหนวก หัวอกคนเป็นแม่จะเป็นอย่างไร แน่นอน คงไม่มีแม่คนไหนอยากให้ลูกเกิดมา แล้วอยู่บนโลกที่ไร้เสียง แต่กว่าจะรู้ว่าเด็กมีการรับรู้ทางเสียงที่ผิดปกติหรือไม่ พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็มักจะรอจนลูกโตพอที่จะส่งเสียง ฟังเสียงหรือหันตามเสียงได้

แนวทางการรักษามะเร็งตับ

15 กุมภาพันธ์ 2557 2.176

เแนวทางการรักษามะเร็งตับ ตับ เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่ในการจัดการกับสารอาหารที่ดูดซึมเข้าจากลำไส้ สร้างสารต่างๆ เช่น สารประกอบที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน การแข็งตัวของเลือด และทำลายสารพิษที่รับประทานเข้าไป

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ