โพสต์ 7 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 26 ก.พ. 57 10,595 Views

โรคมือ เท้า ปาก จากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 เป็นอย่างไร

โรคมือ เท้า ปาก จากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 เป็นอย่างไร

โรคมือ เท้า ปาก หรือที่เรียกว่า Hand-foot-and-mouth disease เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลัน เกิดตุ่มน้ำใสขึ้นที่ปาก มือ เท้า ก้น และบริเวณอวัยวะเพศ
 
ในปี 2549 ตั้งแต่ 1 มกราคม -30 กรกฎาคม 2549 สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ได้รับรายงานผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก จากสำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัดและสำนักอนามัยกรุงเทพฯ มีผู้ป่วย 1,009 ราย เสียชีวิต 4 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 2-5 ปีมากถึงร้อยละ 95 มี 1 รายอายุ 8 เดือน
 
เกิดจากเชื้อไวรัสหลายตัวแต่ตัวที่รุนแรงชื่อว่า “เอนเทอโรไวรัส 71” มักระบาดเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่เกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี โรคนี้แพร่กระจายติดต่อถึงกันได้โดยผ่านทางอุจจาระหรือละอองน้ำมูกน้ำลาย
 
สาเหตุ
 
1. เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุมีหลายชนิด ได้แก่ Coxsackievirus A type 16 (A16) ซึ่งพบบ่อยที่สุด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเชื้อ Coxsackievirus A5, A7, A9, A10, B2, และ B5 ที่น่ากลัวที่สุดคือ โรคมือ เท้า ปาก ที่เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71) เนื่องจากพบว่ามีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วยได้บ่อย และทำให้ผู้ป่วยเด็กเสียชีวิตได้ รวมทั้งปรากฏว่ามีการระบาดเกิดขึ้นในหลายภูมิภาคของโลกต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานาน
 
2. การระบาดของเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 พบได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนและเขตอบอุ่น และพบมากในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง การระบาดในไต้หวันกับการระบาดในประเทศมาเลเซีย พบว่า เด็กเล็กจะเป็นกลุ่มเสี่ยงของการเกิดโรค และมีช่วงของการระบาดอยู่ในช่วงเดียวกัน
 
3. เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 เป็นเชื้อที่อาจพบได้ในลำไส้ ก่อให้เกิดอาการในผู้ติดเชื้อระยะแรกคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้ ปวดศรีษะและอาเจียนร่วมด้วย อัตราตายจะต่ำ ถ้าผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และการรักษาที่เหมาะสม แต่ในบางรายที่มีอาการรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจก่อให้เกิดโรคที่รุนแรงตามมาได้ เช่น ทำให้เกิดโรคสมองอักเสบ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และทำให้เด็กเสียชีวิตได้
 
4. จากการศึกษารายละเอียดของโรคในรายผู้ป่วยที่เสียชีวิต พบว่า เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 เข้าไปทำลายระบบสมองของผู้ป่วย แต่ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร จึงทำให้ส่วนของสมองบริเวณเมดัลลา พอน และก้านสมองเกิดการติดเชื้อและบวมได้
 
อาการ
 
1. โรคมือเท้าปาก มักเป็นในเด็กเล็ก มีอาการคล้ายไข้หวัด ร่วมกับมีตุ่มใสบริเวณมือ เท้า และปาก ตุ่มในช่องปากมักมีอาการเจ็บ ทำให้ผู้ป่วยกินอาการและดื่มนํ้าได้ลดลง
 
2. เชื้อเอนเทอโรไวรัสสามารถเข้าจู่โจมทำลายเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ได้หลายระบบ ซึ่งขึ้นกับชนิดของสายพันธุ์ บางชนิดจะเข้าจับกับตัวรับของเซลล์กล้ามเนื้อเซลล์ประสาท และสมอง
ส่วนกลาง ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงและอัมพาต บางชนิดจะเข้าจับกับตัวรับของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ปอด ระบบสมองส่วนกลาง
ตับอ่อน โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายได้ทางระบบทางเดินอาหารและหายใจส่วนต้นเป็นส่วนใหญ่ แล้วมีการแบ่งตัวบนเนื้อเยื่อที่เป็นเยื่อบุและต่อมน้ำเหลืองของลำคอรวมทั้งต่อมทอนซิล เชื้อจะเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร และเจริญเติบโตในกระเพาะอาหารและเนื้อเยื่อของลำไส้ เพราะเชื้อสามารถคงทนต่อความเป็นกรดและเอนซัยม์ย่อยอาหารต่างๆ ได้ดี
 
3. เชื้อจะมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นบนเนื้อเยื่อน้ำเหลืองของลำไส้ จากนั้นจะแพร่เข้าสู่กระแสเลือดโดยมีบางส่วนที่ถูกขับออกทางอุจจาระ เชื้อจะเข้าทำลายเนื้อเยื่อในอวัยวะของระบบต่างๆ ของร่างกาย ดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะมีระยะเวลาฟักตัวระหว่าง 2-14 วัน จึงจะปรากฏมีอาการและอาการแสดงติดตามมา
 
4. เด็กจะได้รับเชื้อไวรัสนี้จากการรับอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสที่กระจายออกมากับอุจจาระ หรือสัมผัสกับละอองน้ำมูก น้ำลายของเด็กที่เป็นโรคนี้ หลังได้รับเชื้อ 4-6 วัน เด็กจะมีไข้สูง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่กินนม/อาหาร เจ็บคอ ปวดศีรษะ จะมีตุ่มน้ำใสขนาดเล็กหรือแผลที่คอ ปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม และตุ่มจะขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ก้น ซึ่งระยะตุ่มน้ำใสนี้มีเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายที่สุดถึงร้อยละ 99 จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสตุ่มน้ำใส
 
การวินิจฉัย
 
การจำแนกชนิดของเชื้อทำได้ โดยอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การเพาะเลี้ยงภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต เช่น เซลล์เพาะเลี้ยง ไข่ไก่ฟัก และสัตว์ทดลอง
โรคนี้ไม่มียาฆ่าเชื้อโดยตรง จะรักษาตามอาการ และเฝ้าระวังอาการที่รุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ชัก ปอดอักเสบ สมองอักเสบ หัวใจล้มเหลว ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้
 
แนวทางการรักษา
1. โรคมือ เท้า ปาก หายได้เอง โดยไม่มียารักษาจำเพาะ การรักษาตามอาการคือ การลดไข้ อาจใช้ยาชาทาแผลในปาก แนะนำให้กินของเย็น (นํ้าเย็น นํ้าแข็ง ไอศกรีม) ซึ่งจะทำให้รู้สึกชา และทำให้เด็กกินได้เพิ่มขึ้น แผลจะหายได้เองภายใน 5-7 วัน
 
2. การแยกชนิดของเชื้อก็มีส่วนช่วยในการรักษาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อ ให้กับคนอื่นได้โดยทาง น้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ เป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์
 
3. ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนในการป้องกันโรค
 
4. การทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคทันที โดยการให้อิมมูโนโกลบูลินซึ่งยังอยู่ในระหว่างการศึกษา และถ้ามีข้อบ่งชี้ในการเลือกใช้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำ หรือการดูแลของแพทย์ ระดับของภูมิต้านทานหลังการติดเชื้อจะยังคงมีอยู่ในร่างกายเพียงช่วงระยะหนึ่ง และยังก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันโรคในระยะเวลาสั้น ต่อการป้องกันการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัสที่เป็นชนิดอื่นได้
การควบคุมโรคทำได้โดยการสั่งปิดโรงเรียน โรงเรียนอนุบาล และสถานเลี้ยงเด็ก เพื่อหยุดยั้งการระบาด เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคติดต่อโดยทางอาหารและน้ำ จากมือที่มีเชื้อ
 
การป้องกันโรคที่สำคัญ
 
คือ การแนะนำไม่ให้นำเด็กเล็กไปอยู่ในที่แออัด เช่น โรงภาพยนตร์ ตลาด ศูนย์การค้า และหากมีเด็กป่วย ควรแนะนำไม่ให้ผู้ปกครองนำเด็กไปโรงเรียนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้กับเด็กคนอื่นๆ
การรักษาสุขภาพส่วนบุคคลให้ดี เช่น การรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม การรับประทานอาหารและน้ำที่สะอาด 
การล้างมือบ่อยๆ และรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
 
การเผยแพร่ความรู้การป้องกัน ทำได้โดยเน้นให้ผู้ปกครองดูแลความสะอาดให้มากที่สุด เนื่องจากผู้ใหญ่อาจนำเชื้อมาสู่เด็กได้ และให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
 
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การวัดไข้ในเด็ก

19 กุมภาพันธ์ 2557 1.112

ไข้เป็นสิ่งบ่งบอกว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกาย มักทำให้เด็กงอแง และที่สำคัญอาจมีอาการชักตามมาได้ อุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 – 38 องศาเซลเซียสขึ้นไปจะถือว่าเด็กเป็นไข้ การดูแลไม่ให้ไข้สูงเกินขีดอันตรายสามารถทำได้โดยการให้เด็กรับประทานยาลดไข้

การแพร่ระบาดของยาเสพติดในปัจจุบัน

7 มิถุนายน 2556 31.334

ปัญหาของยาเสพติดในประเทศไทย เป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจจะกล่าวได้ว่า ในปัจจุบันมีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเกิดขึ้นทั่วทุกจังหวัดของประเทศไทย

ต่อมลูกหมากโต : อาการ

15 กุมภาพันธ์ 2557 1.210

ต่อมลูกหมากโตเป็นปัญหาของผู้ชายที่มีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในวัย 60 ปี และเชื่อกันว่าไม่มีทางป้องกันได้ ต่อมลูกหมากปกติจะมีขนาดเท่าลูกเกาลัด เป็นอวัยวะในระบบสืบพันธ์เพศชาย อยู่บริเวณรอบท่อปัสสาวะส่วนต้นที่เริ่มออกจากกระเพาะปัสสาวะ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ