โพสต์ 20 ก.พ. 57 ปรับปรุง 11 มี.ค. 58 2,407 Views

โรคมือเท้าปากในประเทศเกาหลีใต้

โรคมือเท้าปากในประเทศเกาหลีใต้

โรคมือเท้าปากในประเทศเกาหลีใต้ สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552 กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้แถลงว่า แพทย์วินิจฉัยพบว่า ทารกเกาหลีใต้รายหนึ่ง อายุ 12 เดือน มีอาการสมองตายหลังจากติดเชื้อโรคมือเท้าปาก โดยสมองไม่ทำงานหลังถูกส่งไปยังห้องไอซูยี โดยก่อนหน้านี้ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลหลังเกิดอาการอาเจียน มีไข้ และมีผื่นขึ้นตามมือ รายงานระบุว่าสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสอีวี 71 ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการโรคร้ายแรงจากสภาพมีไข้ขึ้นสูง เป็นอัมพาต และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ นับเป็นเด็กเกาหลีใต้รายที่สองที่เสียชีวิตเพราะโรคมือเท้าปากจากเชื้อไวรัส อีวี 71 โดยรายก่อนหน้าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เป็นเด็กอายุ 12 เดือนเช่นกัน

 

ลักษณะของโรคมือเท้าปาก

  1. โรคมือเท้าปาก Hand, Foot and Mouth Disease (HFMD) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลัน เกิด ตุ่มน้ำใสขึ้นที่ปาก มือ เท้า ก้น และบริเวณอวัยวะเพศ โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิดแต่ชนิดที่ก่อให้เกิดโรคที่รุนแรง คือ เอนเทอโรไวรัส 71 ซึ่งมักระบาดเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่เกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี โรคมือเท้าปากแพร่กระจายติดต่อถึงกันได้โดยผ่านทางอุจจาระหรือละอองน้ำมูก น้ำลาย
  2.  
  3. โรคมือเท้าปากมักจะระบาดในช่วงฤดูหนาว และ มีโอกาสเกิดโรคได้ประปรายตลอดทั้งปี แต่จะเกิดเพิ่มมากขึ้นในช่วงที่อากาศเย็น และชื้น โดยส่วนใหญ่เด็กทารก และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ จะป่วยเป็นโรคมือเท้าปากจำนวนมาก สำหรับสถานที่ที่พบการระบาดส่วนมากจะพบที่โรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์เด็กเล็ก และโซนของเล่นเด็กหรือเครื่องเล่นในห้างสรรพสินค้า
  4.  
  5. ความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นโรคมือเท้าปากจากเชื้อคอคซากี่ไวรัส A16 มักมีอาการไม่รุนแรง หายได้เองเป็นปกติ ภายใน 7-10 วัน โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ ส่วนน้อยอาจมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไวรัสร่วมด้วย ซึ่งอาจต้องนอนโรงพยาบาลระยะหนึ่ง และอาการหายได้เอง ผู้ป่วยส่วนน้อยที่โรคเกิดจากไวรัสสายพันธุ์เอนเทอโรไวรัส 71 อาจมีภาวะแทรกซ้อนเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ มีอาการแขนขาอ่อนแรงคล้ายโปลิโอ ซึ่งอาการทางสมองอาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้
  6.  
  7. ในประเทศไทย พบโรคนี้ประปรายตลอดปี แต่จะเพิ่มมากขึ้นในหน้าฝน ซึ่งอากาศมักเย็น และชื้น สายพันธุ์ที่พบส่วนมากเป็นคอคซากี่ไวรัส A16 ส่วนใหญ่มีการตรวจพบสายพันธุ์เอนเทอโรไวรัส 71 ด้วย แต่โรคมือ เท้า ปากในประเทศไทยส่วนมากหายได้เอง มีรายงานจำนวนน้อยมากที่มีการเสียชีวิต และพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเชื้อเอนเท อโรไวรัส 71

สาเหตุ

  1. เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุมีหลายชนิด ได้แก่ Coxsackievirus A type 16 (A16) ซึ่งพบบ่อยที่สุด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเชื้อ Coxsackievirus A5, A7, A9, A10, B2, และ B5 ที่น่ากลัวที่สุดคือ โรคมือ เท้า ปาก ที่เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71) เนื่อง จากพบว่ามีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วยได้บ่อย และทำให้ผู้ป่วยเด็กเสียชีวิตได้ รวมทั้งปรากฏว่ามีการระบาดเกิดขึ้นในหลายภูมิภาคของโลกต่อเนื่องกันมาเป็น เวลานาน
  2.  
  3. โรคมือเท้าปากติดต่อโดยการรับเชื้อเข้าสู่ปากโดยตรง ซึ่ง จะติดต่อได้ง่ายในช่วงสัปดาห์แรกที่ป่วย โดยเชื้อโรคจะติดมากับมือ หรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพอง และแผล หรืออุจจาระของผู้ป่วย และเกิดจากการไอจามรดกัน หลังจากได้รับเชื้อ 3-6 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมาอีก 2 วัน จะมีอาการเจ็บปาก กลืนน้ำลายไม่ได้ ไม่ยอมทานอาหาร เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม โดยจะพบตุ่มหรือผื่นนูนสีแดงเล็กๆ ที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้นด้วย ขณะเดียวกัน ตุ่มจะกลายเป็นตุ่มพองใส บริเวณรอบมีการอักเสบแดง ต่อมาตุ่มจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ อาการจะทุเลาและหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน ซึ่งโรคนี้ไม่ค่อยรุนแรงนัก และไม่มีอาการแทรกซ้อน ผู้เลี้ยงดูเด็กควรเช็ดตัวเด็กเพื่อลดไข้เป็นระยะ รวมทั้งให้เด็กรับประทานอาหารอ่อนๆ รสไม่จัด ดื่มน้ำ และนอนพักผ่อนมากๆ
  4.  
  5. โรคมือเท้าปากติดต่อจากคนหนึ่งสู่อีกคน หนึ่ง โดยการกินสิ่งที่ปนเปื้อนกับสิ่งคัดหลั่งที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระของผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ ซึ่งอาจจะยังไม่มีอาการ หรือน้ำในตุ่มพอง หรือแผลของผู้ป่วย การแพร่เชื้อมักเกิดได้ง่ายที่สุดในช่วงสัปดาห์แรกของการป่วย ซึ่งมีเชื้อออกมามาก อย่างไรก็ตามเชื้อยังผ่านออกมาทางอุจจาระผู้ป่วยได้นานหลายสัปดาห์
  6.  
  7. กลุ่มเสี่ยง ทุกคนมีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อเข้าไปได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะป่วย คนที่จะป่วยเป็นคนที่ยังไม่มีภูมิต้านทานต่อโรคนี้ ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กต่ำกว่า 10 ปีโดยพบมากที่สุดในเด็กเล็ก ในผู้ใหญ่สามารถพบได้แต่น้อยเพราะส่วนมากมีภูมิต้านทานแล้ว
  8.  
  9. ระยะฟักตัว โดยเฉลี่ย 3-7 วัน
  10.  
  11. โรคกลับเป็นซ้ำ โรคมือเท้าปากสามารถเป็นซ้ำได้อีก ถ้าติดเชื้อในสายพันธุ์อื่นๆ ที่ยังไม่เคยเป็น

เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71

  1. การระบาดของเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 พบได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อน และเขตอบอุ่น และพบมากในฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง จากการระบาดครั้งใหญ่ในประเทศไต้หวัน และการระบาดในประเทศมาเลเซีย พบว่าเด็กเล็กจะเป็นกลุ่มเสี่ยงของการเกิดโรค และมีช่วงของการระบาดอยู่ในช่วงเดียวกัน
  2.  
  3. เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 เป็นเชื้อที่อาจพบได้ในลำไส้ ก่อให้เกิดอาการในผู้ติดเชื้อระยะแรกคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้ ปวดศรีษะ และอาเจียนร่วมด้วย อัตราตายจะต่ำ ถ้าผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และการรักษาที่เหมาะสม แต่ในบางรายที่มีอาการรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจก่อให้เกิดโรคที่รุนแรงตามมาได้ เช่น ทำให้เกิดโรคสมองอักเสบ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และทำให้เด็กเสียชีวิตได้ จากการศึกษารายละเอียดของโรคในรายผู้ป่วยที่เสียชีวิต พบว่า เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 เข้าไปทำลายระบบสมองของผู้ป่วย แต่ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร จึงทำให้ส่วนของสมองบริเวณเมดัลลา พอน และก้านสมองเกิดการติดเชื้อ และบวมได้
  4.  
  5. มักเป็นในเด็กเล็ก มีอาการคล้ายไข้หวัด ร่วมกับมีตุ่มใสบริเวณมือ เท้า และปาก ตุ่มในช่องปากมักมีอาการเจ็บ ทำให้ผู้ป่วยกินอาการ และดื่มนํ้าได้ลดลง เด็กจะได้รับเชื้อไวรัสนี้จากการรับอาหาร และน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสที่ กระจายออกมากับอุจจาระ หรือสัมผัสกับละอองน้ำมูก น้ำลายของเด็กที่เป็นโรคนี้ หลังได้รับเชื้อ 4-6 วัน เด็กจะมีไข้สูง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่กินนม และอาหาร เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปรากฏตุ่มน้ำใสขนาดเล็กหรือแผลที่คอ ปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม และตุ่มจะขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ก้น ซึ่งระยะตุ่มน้ำใสนี้มีเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายที่สุด จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสตุ่มน้ำใส
  6.  
  7. เชื้อเอนเทอโรไวรัสสามารถเข้าจู่โจมทำลายเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ได้หลายระบบ ซึ่งขึ้นกับชนิดของสายพันธุ์ บางชนิดจะเข้าจับกับตัวรับของเซลล์กล้ามเนื้อเซลล์ประสาท และสมองส่วนกลาง ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง และอัมพาต บางชนิดจะเข้าจับกับตัวรับของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ปอด ตับอ่อน โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายได้ทางระบบทางเดินอาหาร และหายใจส่วนต้นเป็นส่วน ใหญ่ แล้วมีการแบ่งตัวบนเนื้อเยื่อที่เป็นเยื่อบุ และต่อมน้ำเหลืองของลำคอรวม ทั้งต่อมทอนซิล เชื้อจะเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร และเจริญเติบโตในกระเพาะอาหาร และเนื้อเยื่อของลำไส้ เพราะเชื้อสามารถคงทนต่อความเป็นกรด และเอนไซม์ย่อยอาหารต่างๆ ได้ดี
  8.  
  9. เชื้อไวรัสจะมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นบนเนื้อเยื่อน้ำเหลืองของ ลำไส้ จากนั้นจะแพร่เข้าสู่กระแสเลือดโดยมีบางส่วนที่ถูกขับออกทางอุจจาระ เชื้อจะเข้าทำลายเนื้อเยื่อในอวัยวะของระบบต่างๆ ของร่างกาย ดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะมีระยะเวลาฟักตัวระหว่าง 2-14 วัน จึงจะปรากฏมีอาการ และอาการแสดงติดตามมา

การวินิจฉัย

ส่วนมากโรคมือเท้าปากใช้การวินิจฉัยตามอาการ โดยผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ร้องงอแง กินได้น้อยเหมือนมีอาการเจ็บคอ หรือเจ็บปากเวลาดูดนม หรือกินอาหาร เด็กจะมีอาการน้ำลายไหล อาจพบผื่นที่บริเวณ มือ เท้า และก้นร่วมด้วย ในรายที่สงสัย และต้องการทราบว่าเป็นเชื้อสายพันธุ์ใดสามารถส่งตรวจพิเศษโดย การเพาะแยกเชื้อไวรัสจากอุจจาระ หรือน้ำในโพรงจมูกของผู้ป่วย

การรักษา

  1. โรคมือเท้าปากไม่มียาที่ใช้รักษาโดยตรง เน้นที่การรักษาตามอาการ และเฝ้าระวังอาการที่รุนแรง หรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาการชัก ปอดอักเสบ สมองอักเสบ หัวใจล้มเหลว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เด็กเสียชีวิตได้
  2.  
  3. โรคมือเท้าปากสามารถหายได้เอง การรักษาตามอาการ ได้แก่ การลดไข้ อาจใช้ยาชาทาแผลในปาก แนะนำให้กินของเย็น นํ้าเย็น นํ้าแข็ง ไอศกรีม ซึ่งจะทำให้รู้สึกชา และทำให้เด็กกินได้เพิ่มขึ้น แผลจะหายได้เองภายใน 5-7 วัน ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยใน แต่ในกรณีผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น รับประทานอาหารหรือนมไม่ได้ หรือมีอาการแทรกซ้อนทางสมอง ต้องรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยใน และดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  4.  
  5. การแยกชนิดของเชื้อก็มีส่วนช่วยในการรักษาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

วัคซีน

  1. ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก
  2.  
  3. การทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคทันทีโดยการให้อิมมูโนโกลบูลิ นยังอยู่ในระหว่างการศึกษา และถ้ามีข้อบ่งชี้ในการเลือกใช้ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
  4.  
  5. ระดับของภูมิต้านทานหลังการติดเชื้อจะยังคงมีอยู่ในร่างกายเพียง ช่วงระยะหนึ่ง และก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันโรคในระยะเวลาสั้นต่อการป้องกันการติดเชื้อเอนเท อโรไวรัสชนิดอื่นๆ ได้

 

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

แชมพูสระผม

16 กุมภาพันธ์ 2557 31.980

ตามประกาศสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (พ.ศ. 2548) "แชมพู" หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผม เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นผมและหนังศีรษะ มีสารลดแรงตึงผิวเป็นส่วนประกอบหลัก อาจผสมสมุนไพร เช่น ดอกอัญชัน ประคําดีควาย ว่านหางจระเข้ ด้วยหรือไม่ก็ได้

รองช้ำ

27 กันยายน 2556 3.437

รองช้ำ หมายถึง การมีจุดปวดบนเท้า เช่น ที่ส้นเท้าเวลาเดินลงน้ำหนัก โดยเฉพาะก้าวแรกหลังจากตื่นนอนตอนเช้า หรือนั่งนาน ๆ แล้วลุกขึ้นยืนเดิน โรคนี้มีการอักเสบ ปวดส้น ผังผืดฝ่าเท้า Placentar fascia สัมพันธ์กับการเดินลงน้ำหนักที่เท้า มักพบมีความผิดปกติของการลงน้

เกลือแร่ : มีในอาหารประเภทใด

6 มิถุนายน 2556 1.060

เนื่องจากเกลือแร่มีมากมายหลายชนิด เพื่อให้ท่านได้เข้าใจพอที่จะเลือกอาหารที่มีเกลือแร่ที่ท่านสนใจ หรือมีความสงสัย เราขอแนะนำอาหารที่มีเกลือแร่ ที่เป็นที่สนใจของประชาชนเป็นส่วนใหญ่

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ