โพสต์ 17 ส.ค. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 1,514 Views

โรคปล้องกระดูกสันหลังเคลื่อนหลุดออกจากกัน ตอนที่ 1

โรคปล้องกระดูกสันหลังเคลื่อนหลุดออกจากกัน ตอนที่

Spondylolisthesis อวัยวะต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นหลังของคนเรา ก็เปรียบเหมือนส่วนต่างๆ ของเรือใบที่แล่นสู้แรงลม อยู่กลางท้องทะเล การที่หลังของคนเราตั้งตรงฝืนแรงโน้มถ่วงของโลกอยู่ได้ขณะที่เรามีการใช้งาน ก็เพราะมีกระดูกสันหลัง และกล้ามเนื้อที่แข็งแรง คอยประคองช่วยเหลือหลังอยู่ตลอดเวลา เปรียบไปก็เหมือน เสากระโดงเรือที่มีเชือกขึงตึงทั้งสองข้าง

แรงลมที่เรือใบต้องปะทะขณะที่เรือลอยอยู่กลางทะเล ก็เหมือนกับในชีวิตจริงที่หลังต้องใช้งานหลายรูปแบบในชีวิตประจำวัน แต่เรามักไม่ไม่รู้ตัว ว่าหลังของคนเราต้องทำงานหนักมากขนาดไหน ตั้งแต่ตื่นนอน จนกระทั่งเข้านอนอีกครั้งหนึ่ง

กระดูกสันหลังส่วนเอวนั้นจะประกอบไปด้วย ปล้องกระดูกเล็กๆ 5 ปล้อง เรียงติดต่อกัน แต่ละปล้องจะมีข้อต่อ และเอ็นที่ยึดติดกันอย่างแข็งแรง ทำให้เวลาคนเราเคลื่อนไหว ก้ม แอ่น หรือหมุนตัว กระดูกสันหลังแต่ละปล้องจะทำงานสอดคล้องกันได้อย่างดี ไม่หลุดออกจากกัน

เเต่ก็มีภาวะบางอย่างในชีวิตของคนเรา ที่ทำให้กระดูกสันหลัง ค่อยๆ เคลื่อนหลุดจากกันทีละเล็กละน้อย โดยที่เจ้าของหลังไม่รู้ตัว เช่น เกิดจากการเจริญเติบโตที่ไม่สมบูรณ์ของของกระดูกสันหลัง (Dyspastic Spondylolisthesis) หรือการขาดเลือดไปเลี้ยงที่เพียงพอ (Spondylolytic Spondylolisthesis) เมื่อคนเราเติบโตขึ้น ข้อต่อที่ยึดติดกัน จึงไม่แข็งแรง เมื่อเกิดการกระเทือนที่หลังบ่อย กระดูกจึงค่อยค่อยหลุดออกมา หรืออาจจะเป็นเพราะส่วนข้อต่อที่ยึดติด สร้างความมั่นคงให้กระดูกสันหลังมีการบุบ สลายไป เพราะ ความเสื่อม (Degenerative Spondylolisthesis) หรือถูกระทบกระเทือน (Traumatic Spondylolisthesis) หรือเป็นเพราะกระดูกที่บางมากขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น (Pathologic Spondylolisthesis) และบางครั้งก็เกิดจากการผ่าตัดหลังครั้งก่อนที่ทำให้กระดูกสันหลังเกิดความ ไม่มั่นคงตามมาอีกหลายปีต่อมา

เนื่องจากการที่กระดูกสันหลัง อยุ่ใกล้กับเส้นประสาทที่ลงมาเลี้ยงขา การที่คนเรามีกระดูกสันหลังเคลื่อน จะมีผลต่อการไหลเวียนของเส้นเลือดที่นำอาหารไปเลี้ยงเซลประสาท การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แม้แต่เพียงเล็กน้อยก็ส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีอาการต่างๆ ตามมาครับ

อาการของโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน มีดังนี้ครับ

เริ่มต้นที่อาการปวดแข็งเกร็งที่ต้นขาด้านหลัง (Hamstring Tightness) บางคนก็อาจจะมีอาการปวดร้าว ลงที่น่องได้ (Radicular Pain) คนที่มีกระดูกสันหลังเคลื่อนหลุดจากกันมากก็จะไม่สามารถก้มไปด้านหน้าได้ ครับ เวลาเผลอนั่งนานๆ แล้วลุกขึ้น จะไม่สามารถก้าวขาเดินออกไปได้ทันที ต้องรอให้หลังยืดก่อนสักครู่ใหญ่จึงจะสามารถเดินออกไปได้ และถ้าสังเกตุดีๆ หลังจะมีรูปร่างที่แอ่น หรือบุ๋มลงไปมากกว่าปกติ (Hyperlordotic Curve)

ถ้ากระดูกสันหลังเคลื่อนไปทับเส้น ประสาทอยู่อยู่บริเวณนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ป่วยจะไม่สามารถเดินได้นานๆ เพราะน่องจะมีอาการชา ปวด และถ้าปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปโดยไม่เเก้ไข ก็อาจทำให้ เส้นประสาทเสียหายมากขึ้น จากการอักเสบ และขาดเลือดไปเลี้ยง กล้ามเนื้อของขาบางส่วนก็อาจจะลีบเล็กลง และมีอาการอ่อนแรง (Muscle Atrophy)

ในครั้งหน้า ผมจะกลับมาเล่าขั้นตอhttp://www.bangkokhealth.com/cimages/Spondylolisthesis04.jpgน การป้องกัน และแนวทางการรักษา ตลอดจนเทคนิคใหม่ๆ ที่ใช้ในการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาของสภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนให้กลับมา แข็งแรงเหมือนเก่า หรือดีขึ้นกว่าเดิม

สบายกายคลายปวดหลังครับ

ขอขอบคุณ

Author

นพ. สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา

ศัลยแพทย์โรคกระดูก

28 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

วัยหมดระดูกับฮอร์โมนทดแทน

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.409

วัยหมดระดู หรือ วัยทอง (Menopause) เป็นวัยที่สิ้นสุดการมีระดูอย่างถาวรเนื่องจากรังไข่สร้างฮอร์โมนลดลง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับสตรีทุกคน โดยส่วนใหญ่สตรีจะเข้าสู่วัยหมดระดูเมื่ออายุ 47–50 ปี เริ่มจากรังไข่เริ่มทำงานไม่ปกติ ซึ่งทำให้มีระดูถี่ขึ้นจากช่วงห่าง 28 วัน เป็นประมาณ 21 วัน หรือมีระดูไม่สม่ำเสมอ ระยะเวลาระหว่างรอบระดูจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนกระทั่งไม่มีระดูอย่างถาวร โดยทั่วไปช่วงนี้ใช้เวลา 2–8 ปี เราเรียกช่วงเวลานี้ว่าวัยใกล้หมดระดู (Perimenopause) หรือวัยเปลี่ยน (Climacteric)

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปนเปื้อน

5 มิถุนายน 2556 2.015

เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2546 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวพบอาหารนำเข้าจากต่างประเทศปนเปื้อนหลายรายการ

โรคไตวาย

22 สิงหาคม 2556 5.030

โรคไตวาย คือ ภาวะที่ไตทำงานผิดปกติ ปกติไตจะทำหน้าที่ขับถ่ายของเสียออกทางปัสสาวะ ดังนั้น ภาวะไตวายก็คือ ภาวะที่ไตจะไม่สามารถขับของเสียรวมทั้งเกลือแร่ต่างๆ ออกมาทางปัสสาวะได้ ของเสียเหล่านั้นก็จะคั่งค้างอยู่ในกระแสเลือด ไตเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ