โพสต์ 17 ส.ค. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 1,261 Views

โรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุน

 กระดูก พรุน คือ ภาวะที่มีเนื้อกระดูกบางตัวลง เนื่องจากมีการสร้างกระดูกน้อยกว่าการทำลายกระดูก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการหัก หรือยุบตัวได้โดยง่าย จุดที่มีการหักบ่อย ได้แก่ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกข้อมือ ก่อให้เกิดปัญหาในผู้สูงอายุ ซึ่ง 50% ของสตรีที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นโรคกระดูกพรุน

ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนจะมีปัญหาอะไรบ้าง

1.  ปวดหลัง กระดูกสันหลังยุบตัวลง หลังค่อม ตัวเตี้ยลง

2.  กระดูกแขนขาเปราะ และหัก ได้แก่ กระดูกข้อมือ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง ทำให้เกิดการพิการเดินไม่ได้

3.  อาการแทรกซ้อนจากกระดูกหัก เช่น ปอดบวม แผลกดทับ ติดเชื้อ แขนขาใช้งานไม่ได้ ทำให้ผู้สูงอายุเสียชีวิตได้โดยง่าย

เราจะป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อย่างไร

ทำได้โดยการเริ่มเสริมสร้างให้กระดูกหนาแน่นและแข็งแรง ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว คือ ก่อนอายุ 30 ปี เพราะหลังอายุ 30 ปีแล้ว โอกาสในการเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกทำได้ยาก ทำได้เพียงแต่ชะลอการทำลายกระดูกเท่านั้น

วิธีการป้องกัน คือ

1.  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สัปดาห์ ละ 2-3 ครั้งๆ ละ 1 ชั่วโมง ผู้สูงอายุ สตรีวัยหมดประจำเดือนควรออกกำลังกายที่ไม่ลงน้ำหนัก เช่น เดินไกลๆ วิ่งเหยาะ รำมวยจีน เต้นรำ เพื่อป้องกันการสูญเสียกระดูก

2.  รับประทานเนื้อสัตว์ แป้ง ผัก ผลไม้ และอาหารที่มีแคลเซียม เช่น ดื่มนมทุกวัน วันละ 1 แก้ว หรือรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม เพื่อให้ได้รับแคลเซียมเพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน

3.  ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้แก่ งดสูบบุหรี่ งดดื่มสุรา ไม่ซื้อยาชุดทานเอง ดื่มกาแฟไม่เกินวันละ 2 แก้ว ในสตรีวัยหมดประจำเดือนถ้าได้รับฮอร์โมนทดแทน ควรได้รับแคลเซียมอย่างน้อยวันละ 1,000 มิลลิกรัม และถ้าไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทนควรได้รับวันละ 1,500 มิลลิกรัม

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การถอนฟัน

27 กันยายน 2556 1.547

มีเหตุผลที่เหมาะสมบางอย่างที่ต้องมีการถอนฟัน การที่มีฟันผุ หรือแตกหักมากจนไม่สามารถทำการรักษาด้วยการรักษารากฟัน หรือครอบฟันได้ ฟันที่มีการเรียงตัวเบียดซ้อนกัน หรือขัดขวางการกัดสบฟัน ฟันที่โยกจากโรคปริทันต์อักเสบ (รำมะนาด)

ทารกในครรภ์ที่ไม่ค่อยดิ้น

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.912

ทารกในครรภ์จะเริ่มมีพัฒนาการของระบบกล้ามเนื้อ เมื่อ 6 สัปดาห์ แขน ขา จะเริ่มเคลื่อนไหวได้ โดยสามารถพิสูจน์ได้จากการใช้เครื่องตรวจพิเศษ แต่จะไม่แรงพอที่จะทำให้ผู้เป็นมารดารู้สึกได้ จะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวก็เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สองตอนกลาง ๆ แต่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในคนที่เคยมีบุตรมาก่อน จะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวหรือเด็กดิ้นได้ เมื่อตั้งครรภ์ได้ 18 สัปดาห์ หรือ 4 เดือนครึ่ง ในสตรีที่ตั้งครรภ์แรก จะรับรู้ถึงการดิ้นของทารก เมื่อ 20 สัปดาห์ หรือ 5 เดือน การดิ้นหรือการเคลื่อนไหวเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อ

เมื่อไหร่…เราจะสามารถตรวจการได้ยินในเด็กเล็กได้ภาค I

8 สิงหาคม 2556 1.570

หลายคนคงไม่ทราบว่า เราสามารถจะเริ่มตรวจการได้ยินในเด็กเล็กตั้งแต่เมื่อไหร่ในปัจจุบันการตรวจคัดกรองการได้ยินสามารถทำได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดเลยทีเดียว ในหลายๆโรงพยาบาลในปัจจุบันเมื่อมารดาคลอดบุตรในโรงพยาบาลก่อนที่จะพาเด็กกลับบ้าน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ