โพสต์ 6 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 8 มี.ค. 57 2,429 Views

แอสไพริน...และภาวะเป็นพิษจาก Salicylates

แอสไพริน...และภาวะเป็นพิษจาก Salicylates

แอสไพรินเป็นยาในกลุ่ม Salicylates ซึ่งออกฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดไข้ แก้ปวด มีหลายรูปแบบทั้งชนิดรับประทาน ชนิดเม็ด แค็ปซูล และชนิดน้ำ และยังมีรูปแบบยาที่ใช้เฉพาะที่ เช่น เป็นยาทา
 
กลไกการเกิดพิษ
ภาวะเป็นพิษที่เกิดจากแอสไพริน เกิดขึ้นโดยกระบวนการ uncoupling ของ oxidative phosphorylation ผลที่ตามมาคือ เกิดภาวะทำลายกระบวนการภายในเซลล์อย่างรวดเร็วและรุนแรง เนื่องจากการยับยั้งปฏิกิริยาในร่างกายที่ใช้ ATP ทำให้เซลล์ต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้น ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น ปริมาณของกลัยโคเจนในตับลดลง และเพิ่มปฏิกิริยาสลายไขมัน
 
อุบัติการณ์
ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบผู้ป่วยได้รับพิษจากแอสไพริน ปีละประมาณ 10,000 - 15,000 ราย ร้อยละ 40 เป็นเด็กเล็ก รายการการเสียชีวิตปีละ 30 - 50 ราย
 
ความเข้มข้นที่ก่อให้เกิดอันตราย
  • น้อยกว่า 150 mg/kg - เกิดผลข้างเคียงเล็กน้อย
  • 150-300 mg/kg - เกิดผลข้างเคียงปานกลาง
  • 301-500 mg/kg - เกิดผลข้างเคียงรุนแรง
  • มากกว่า 500 mg/kg - อาจทำให้เสียชีวิตได้
อาการพิษที่สำคัญ
  • ระบบหายใจ - หอบ เกิดภาวะปอดบวมน้ำ และภาวะหายใจล้มเหลว ทำให้หยุดหายใจได้
  • พิษต่อหู - เกิดอาการเสียงหึ่งๆในหู ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อความเข้มข้นของยาในเลือดเกิน 30 mg/dL
  • ระบบหัวใจ - หัวใจเต้นเร็ว ความดันต่ำ เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจหยุดเต้น คลื่นไฟฟ้าหัวใจพบ U waves, flattened T waves, QT prolongation
  • ระบบประสาท - ชัก สับสน และหมดสติ
นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต่อระบบต่างๆ ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะสมดุลกรด-เบสผิดปกติ
 
แนวทางการรักษา
1. ปฏิบัติการกู้ชีวิตเมื่อมีข้อบ่งชี้
2. ให้การรักษาภาวะฉุกเฉินอย่างเต็มที่ พิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ ให้สายน้ำและอิเลคโตรลัยต์ทางหลอดเลือด
3. ลดการดูดซึม โดยกระตุ้นให้อาเจียน ล้างท้อง ให้ยาถ่ายและยาระบาย
4. การใช้ยา ipecac syrup ได้ผลดีเฉพาะใน 30 นาทีแรกเท่านั้น
5. ไม่จำเป็นต้องเร่งขับถ่ายปัสสาวะ แต่ต้องทำให้ปัสสาวะเป็นด่าง นิยมใช้ single IV bolus ของ NaHCO3 ความเข้มข้น 1-2 mEq/kg
 
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอ
1. การขับ salicylic acid ออกทางปัสสาวะขึ้นกับ hydrogen ion gradients ซึ่งร่างกายต้องมีโปแตสเซียมในเลือดที่พอเพียง ระวังอย่างให้เกิดภาวะโปแตสเซี่ยมในเลือดต่ำอย่างเด็ดขาด
2. ต้องตรวจเช็คระดับกลูโคสในเลือดตลอดเวลา อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้อาการทางระบบประสาทเลวลงอย่างรวดเร็ว ระลึกไว้เสมอว่าระดับน้ำตาลในเซลล์อาจต่ำกว่าระดับน้ำตาลในเลือด
3. หากจำเป็นหรือในรายที่รุนแรง ควรพิจารณาฟอกเลือดทันที Hemodialysis ถือเป็นการรักษาที่ได้ผลดีมากที่สุด

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

12 ข้อที่คุณต้องรู้ก่อนใช้ยา

6 มิถุนายน 2556 1.617

12 ข้อที่คุณต้องรู้ก่อนใช้ยา บางคนมองว่าการกินยาเป็นเรื่องเล็ก กินออกจะบ่อย แล้วการกินนั้นคุณแน่ใจหรือเปล่าคะว่า กินได้ถูกต้องแล้ว และรู้ไหมว่าหากคุณกินยาผิดวิธี ผิดขนาด อาจทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร

รู้ทัน 5 โรคยอดฮิตของคนไทยที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากเป็น

7 กุมภาพันธ์ 2560 4.982

ทุกวันนี้คนไทยหลายคนมีโรครุมเร้ามากมายอันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตประจำวันที่เอื้อให้เกิดความเครียด จนหลาย ๆ คนกลายเป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งวิถีชีวิตที่มีความเร่งรีบตลอดเวลา จนทำให้ไม่มีเวลาออกกำลังกายและดูแลรักษาสุขภาพ

ยาไมเกรน ภัยร้ายใกล้ตัว กินติดต่อกันทุกวันเป็นการใช้ยาที่ผิด

26 ตุลาคม 2558 60.079

แนะนำให้ใช้ “เฉพาะเวลาปวดศีรษะไมเกรน” เท่านั้น การรับประทานติดต่อกันทุกวันเป็นการใช้ยาที่ผิด ไม่ควรรับประทานเกิน 3 เม็ดต่อสัปดาห์ หรือทานต่อเนื่องมากกว่า 3 วัน เนื่องจาจะเกิดผลข้างเคียงจากตัวยาแล้วยังทำให้เกิดอาการปวดศีรษะมากขึ้น

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ