โพสต์ 16 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 32,499 Views

แชมพูสระผม

แชมพูสระผม

ตามประกาศสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (พ.ศ. 2548) "แชมพู" หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่

ใช้กับเส้นผม เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นผมและหนังศีรษะ มีสารลดแรงตึงผิวเป็นส่วนประกอบ

หลัก อาจผสมสมุนไพร เช่น ดอกอัญชัน ประคําดีควาย ว่านหางจระเข้ ด้วยหรือไม่ก็ได้

ลักษณะทั่วไปของแชมพูต้องเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่แยกชั้น ไม่ตกตะกอน มีกลิ่นหอม ไม่มีสิ่งแปลก

ปลอม ส่วนประกอบต้องไม่มีสารหรือวัตถุที่ห้ามใช้ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เครื่องสํา

อาง สารที่กําหนดปริมาณการใช้ต้องไม่เกินเกณฑ์ สีที่ใช้ต้องเป็นไปตามที่กําหนด ความคงสภาพ

ต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่แปรสภาพ หรือเสื่อมคุณภาพ จํานวนแบคทีเรีย ยีสต์ และราทั้งหมด ต้องไม่

เกิน 1,000 โคโลนีต่อตัวอย่าง 1 กรัม ความเป็นกรด-ด่างต้องอยู่ระหว่าง 5.0 - 8.0 การใช้งานต้อง

สามารถขจัดสิ่งสกปรก ฝุ่นละอองบนเส้นผมและหนังศีรษะได้ และทําให้เส้นผมนุ่มสลวย การบรรจุ

ให้บรรจุแชมพูในภาชนะบรรจุที่สะอาด แห้ง ผนึกได้เรียบร้อย และสามารถป้องกันการปนเปื้อนจาก

สิ่งสกปรกภายนอกได้

 

สารประกอบหลักของแชมพู

 

สารประกอบหลักของแชมพูเป็นสารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟอง ที่มีคุณสมบัติสามารถชะล้าง

หรือทำความสะอาดเส้นผมได้ โดยปกติเส้นผมของคนเรานั้น ส่วนโครงสร้างภายในเส้นผมมีประจุลบ

แต่ภายนอกโครงสร้างดังกล่าวจะมีประจุบวก

 

ในสมัยก่อน นิยมใช้สบู่ แต่การใช้สบู่สระผมมีข้อเสียที่เป็นอันตรายต่อเส้นผมและผิวหนัง เนื่องจาก

สบู่ทำปฏิกิริยากับน้ำเกิดเป็นด่าง และในกรณีที่ใช้น้ำกระด้างสระผม สบู่จะทำปฏิกิริยากับน้ำกระด้าง

ทำให้แคลเซียมตกตะกอน และเกาะเส้นผม ผลที่เกิดขึ้นคือเส้นผมไร้เงามัน เปราะและหวียาก

 

ต่อมาจึงเลิกใช้สบู่ มาใช้สารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุลบแทน สารกลุ่มนี้มีคุณสมบัติ

ละลายน้ำแล้วให้ประจุลบ ให้ฟองมาก ไม่เป็นอันตรายต่อตา และมีราคาไม่แพง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นราคาก็

แปรตามสภาพของสาร ชนิดที่ดีกว่าราคาจะแพงกว่า

 

แชมพูตามท้องตลาดมากมายหลายชนิดจะมีสารสารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุลบ

ผสมอยู่ในสัดส่วนค่อนข้างสูง ข้อดีของสารสารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุลบ คือ ล้าง

สะอาด ฟองมาก ข้อเสียคือ มีความเป็นด่างค่อนข้างมาก และตกตะกอนเมื่อทำปฏิกิริยากับ

แคลเซียม ตะกอนที่เกาะตามผมเหล่านี้จะทำให้ผมด้าน ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งคือ ทำให้ผมฟู

เนื่องจากมีประจุลบผลักดันระหว่างประจุลบในเส้นผมกับประจุลบจากสารเกิดฟอง ตัวอย่างสารสาร

ลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุลบที่นิยมใช้ในการผลิต ได้แก่ alkyl sulfate salt, aryl

sulfonate และ sarcoside

 

สารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุบวก เป็นสารที่มีคุณสมบัติละลายน้ำแล้วได้ประจุบวก

ทำให้ผมนิ่ม หวีง่าย ลดอาการกระเซิงของเส้นผม อาจแก้เส้นผมที่เสียได้บ้าง ข้อเสียคือ บางชนิดมี

อันตรายต่อตาและผิวหนัง และมีฟองน้อย ทำให้สิ่งสกปรกติดเส้นผมง่าย เนื่องจากคุณสมบัติของ

การที่มีฟองน้อยนี้เอง จึงไม่นำมาใช้เป็นตัวหลักในการทำแชมพู แต่มักนำมาใช้เป็นตัวหลักในการทำ

ครีมนวดผม หรือนำมาใช้ในผู้ที่ต้องการย้อมผม ตัวอย่างสารสารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิด

ประจุบวกที่นิยมนำมาใช้ในการผลิต ได้แก่ quarternary lanolin (lanoquat) และ protein Q

สารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุบวกลบ มีคุณสมบัติเมื่อละลายน้ำแล้วมีทั้งประจุบวก

และลบ ช่วยปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง และช่วยให้ฟองคงทน ทำให้เส้นผมไม่หยาบแห้ง แต่มีราคา

แพง และจับกับเส้นผม ทำให้ผมดูมัน และแฉะง่าย ดังนั้นจึงนิยมใช้เป็นส่วนผสมในแชมพู แต่ไม่ใช่

ตัวหลัก สารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดนี้ มักใช้ผสมกับสารประจุลบ ทำให้เกิดฟองหนา

ตัวอย่างเช่น miranol, derphat

 

สารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดที่ละลายน้ำแล้วไม่ให้ประจุ ทำให้ฟองคงทน แต่มีราคาแพง

จึงไม่ใช้เป็นตัวหลัก นิยมใช้เป็นส่วนผสมที่ช่วยป้องกันผมเปราะจากการใช้สารลดแรงตึงผิวและ

ทำให้เกิดฟองชนิดประจุบวก

 

นอกจากนี้ ยังมีการใช้สมุนไพรธรรมชาติ เช่น saponin แต่อาจทำให้เกิดฟองน้อย จึงมักใช้ร่วมกับ

สารอื่น

 

ในปัจจุบัน ซิลิโคนใช้มากเป็นที่แพร่หลายในการบำรุงเส้นผม เนื่องจากมีพลังงานต่ำต่อผิว สัมผัสดู

รู้สึกว่าไม่เหนียว เป็นฟิล์มเคลือบบางๆ บนผิวของเส้นผม รวมทั้งปลายผม ทำให้ดูเป็นเงามัน
 

เป็นการลดความเสียดสีเมื่อเวลาหวี หรือย้อมดัด เส้นผมแต่ละเส้นดูเบากว่า สยายผมได้ดีกว่า และ

ยืดหยุ่นดี ซิลิโคนที่ดีคือกลุ่มโปซิลิโลเซนซึ่งมีหลายชนิด การเลือกใช้ให้พิจารณาตามสภาพของ

เส้นผมว่าต้องการซิลิโคนแบบไหน

 

สารที่ผสมลงไปในแชมพู

  •  
  • สารที่ผสมลงไปในแชมพู ทำให้มีคุณสมบัติต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น สารให้กลิ่นหอม สารที่เป็นตัวทำ
  • ละลาย ซึ่งที่นิยมใช้มากคือ alcohol, glycol, glycerol สารนี้ป้องกันการตกตะกอนของแคลเซียม
  • จะทำให้ผมไม่มันและเหนียว
  •  
  • สารที่ปรับสภาพผม เช่น lanolin ทำให้ผมแห้ง, protein Q ทำให้เส้นผมมีน้ำหนัก, arly beta-
  • aminopropionate ป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิตบนเส้นผม ส่วนสารที่ทำให้ผมเงางาม ได้แก่ 4-
  • methyl-7 diethyl amino coumarin 4-emthyl-5-7 dihydrocoumarin
  •  
  • สารช่วยให้เกิดฟอง ก็เป็นคุณสมบัติที่ทำให้ผู้บริโภคใช้นิยมใช้ การผสมเซลลูโลส ทรากะคัน
  • และเจล ช่วยให้ดูว่าเนื้อยาสระผมเหนียวข้นขึ้น บางชนิดใส่เกลือลงไป กลายเป็นเจลเทียม บาง
  • ชนิดเคลือบมุก ทำให้เนื้อยาสระผม ซึ่งมักเป็นของเหลวคลายเป็นครีมมุกทำให้เส้นผมนิ่ม หรือการ
  • ใช้สารดูดซับพวกโลหะซึ่งมักตกตะกอนบนเส้นผม อันเป็นสาเหตุทำให้ผมไม่เป็นเงา

นอ

กจากนี้ ยังใช้สารกันบูดกันเชื้อโรค ใส่กลิ่นหอม ถ้ามีรังแคใส่สารขจัดรังแคเพิ่ม เช่น สังกะสี ไพรีไท

โอน ไพรอกโตนโอลามีน กำมะถัน น้ำมันดิบ และน้ำมันต่างๆ

 

ปัญหาที่เกิดจากการใช้แชมพู

 

เท่าที่มีปรากฏในรายงานทางการแพทย์ ปัญหาที่อาจพบได้มีดังต่อไปนี้

  1.  
  2. ปัญหาที่เกิดจากการระคายเคืองหนังศีรษะ พบได้น้อยมากโดยเฉพาะอย่างผลิตภัณฑ์สมัยใหม่
  3. ที่ได้มาตราฐาน
  4.  
  5. ปัญหาที่เกิดจากค่าความเป็นกรด-ด่างของหนังศีรษะ แพทย์จะแนะนำให้ใช้แชมพูประเภท for
  6. pH-balanced shampoos
  7.  
  8. ปัญหาเกิดอาการผิวหนังศีรษะอักเสบชนิด seborrheic dermatitis ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณ
  9. และชนิดของจุลินทรีย์เปลี่ยนแปลงไป พบได้น้อย
  10.  
  11. หนังศีรษะแห้ง เนื่องจากซีบุมถูกชะล้างออกไปมาก และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียชนิด
  12. สแต๊ฟฟิลโลคอคคัส ออเรียส ที่หนังศีรษะได้ง่ายกว่าปกติ
  13.  
  14. เกิดเป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิด irritant contact dermatitis เท่าทีมีรายงานในวารสารการ
  15. แพทย์พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากสาร sodium lauryl sulphate แพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้
  16. sodium laureth sulphate แทน
  17.  
  18. เกิดเป็นโรคลมพิษชนิด contact urticaria สาเหตุจากน้ำหอมที่ผสมลงไป หรือสารกันบูด
  19.  
  20. เกิดเป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิด allergic contact dematitis ส่วนใหญ่เกิดจาก chamomile,
  21. lavender, rose oil, kathon CG และ quaternium-15
  22.  
  23. เกิดเป็นโรคภูมิแพ้โปรตีนชนิด protein contact dermatitis พบได้น้อยมาก ทั่วโลกมี
  24. รายงานไม่ถึง 10 ราย

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคประสาทซึมเศร้า

15 กุมภาพันธ์ 2557 1.124

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้มักจะมีบุคลิกภาพเดิมไม่ดีนัก เช่น เป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ขี้น้อยใจ ทักษะสังคมต่ำ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน จะเกิดความรู้สึกอึดอัดไม่พอใจ เสียใจกับการกระทำของบุคคลอื่นตลอดเวลา จนเกิดมีอาการเครียด กังวล เบื่อหน่าย ท้อแท้ โกรธคนอื่นที่ไม่ทำอย่างที่ตนเองต้องการ อาจจะมีอาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หงุดหงิด และคิดอยากตายได้

โรคตับแข็ง

15 กุมภาพันธ์ 2557 2.478

ตับแข็ง (cirrhosis) เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในบรรดาโรคตับเรื้อรังทั้งหลาย ตับของผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็งอยู่ในสภาวะที่เกิดแผลเป็นขึ้นหลังจากที่มีการอักเสบหรืออันตรายต่อตับ

อาการปวดหู

28 สิงหาคม 2556 3.388

อาการ "ปวดหู" เป็นอาการที่พบบ่อยที่นำผู้ป่วยมาหาแพทย์ส่วนหนึ่งเกิดจากการอักเสบ เช่น การอักเสบของรูหู หรือใบหูการอักเสบของหูชั้นกลางโดยเริ่มจากไข้หวัดแล้วลามไปที่หูซึ่งพบได้บ่อยในเด็ก ๆ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ