โพสต์ 1 ก.ค. 56 ปรับปรุง 25 ก.พ. 57 3,516 Views

เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Fasciitis) ตอนที่ 2

เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Fasciitis) ตอนที่ 2

คอลัมน์เมื่อพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2550 เกี่ยวกับเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ ได้รับความสนใจมากจากแฟนๆ ของ นสพ. เดลินิวส์มากทีเดียว ทั้งนี้มีผู้ที่อีเมล์เข้ามาสอบถามเพิ่มเติมพอสมควร นอกจากนี้ยังมีท่านผู้อ่านบางท่านพยายามติดต่อหาผมทางโทรศัพท์จนได้มีโอกาสคุยกัน นับว่าเรื่องเอ็นฝ่าเท้าอักเสบนี้มีผู้ที่สนใจมากที่สุดเท่าที่ประเมินจากการติดต่อกลับเข้ามาหาผู้เขียนนะครับ อาจสรุปได้คร่าวๆ ว่า มีคนที่ทุกข์ทรมานจากโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบมากพอสมควร เหมือนที่ผมเคยประเมินเอาไว้ในบทความครั้งแล้วว่าคลินิกของแพทย์โรคกระดูกและข้อ (ออร์โธปิดิกส์) มักมีคนไข้ที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบอยู่เกือบทุกวันทีเดียว

ในสัปดาห์นี้ผมขอเขียนถึงเรื่องนี้ต่ออีก 1 วัน โดยจะเน้นที่เรื่องการรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยืด หรือ Stretching ซึ่งมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน และมักจะไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจมากเท่าใด ผู้ที่อีเมล์และโทรศัพท์เข้ามาส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับคำแนะนำให้ทำการยืดเอ็นฝ่าเท้าควบคู่ไปกับการรับประทานยา หรือทำกายภาพบำบัด

การรักษาด้วยวิธียืดเอ็น (Stretching)

ผมขอแนะนำภาพเอ็นฝ่าเท้า (ภาพที่ 1 และภาพที่ 2) ของมนุษย์เรามาให้ดูอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านจะสังเกตว่าภาพที่เห็นเป็นลำและมีบางส่วนไปเกาะที่ส้นเท้าและโคนนิ้วเท้า เอ็นฝ่าเท้าอักเสบนั้นส่วนใหญ่เกิดการอักเสบที่บริเวณส้นเท้าที่เอ็นนั้นไปเกาะ โดยเฉพาะปวดมากบริเวณส้นเท้าด้านในที่อยู่ในวงกลม และเขียนคำว่า Heel pain ดังนั้นนอกเหนือจากการรักษาด้วยยา กายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือต่างๆ แล้วหากยังมีอาการอยู่อีก การยืดเอ็น (Stretching) จะมีส่วนช่วยได้มากทีเดียว เพราะการยืดจะทำให้เกิดความยืดหยุ่นได้มากขึ้น เมื่อเอ็นมีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น เมื่อเวลาใช้งานไม่ว่าจะเดิน วิ่ง กระโดด การอักเสบก็จะเกิดได้ยากขึ้นกว่าเดิม

image
ภาพที่ 1
image
ภาพที่ 2

การยืดเอ็นวิธีที่ 1

ท่านสามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยถอดรองเท้าข้างที่เอ็นอักเสบออกและให้ท่านนั่งอยู่กับเก้าอี้ที่มีพนักพิง เอาเท้าข้างที่อักเสบวางบนเข่าอีกข้างหนึ่ง เช่น เอ็นฝ่าเท้าข้างขวาอักเสบ ก็เอาเท้าขวาวางไขว่ห้างไปบนเข่าซ้าย เอามือซ้ายจับบริเวณส้นเท้าให้อยู่นิ่งๆ ไม่ให้กระดกขึ้นลงเสมือนการเคลื่อนไหวข้อเท้า เอามือขวาจับบริเวณโคนนิ้วเท้าทุกนิ้ว แล้วพยายามยืดให้บริเวณฝ่าเท้าตึงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยขอเน้นว่าให้ยึดหรือจับกระดูกส้นเท้าให้อยู่นิ่งด้วยมือซ้าย มือขวานั้นยันโคนนิ้วให้ตึง หรือกระดกปลายนิ้วให้มากๆ จนรู้สึกว่าฝ่าเท่าตึง ให้ทำค้างเอาไว้ 10-15 วินาทีแล้วพัก ทำติดต่อกัน 15-20 ครั้ง ถือเป็น 1 เซ็ท ท่านสามารถทำได้ 2-3 เซ็ท ต่อ 1 วัน หากท่านไม่มีความเจ็บปวดมากขึ้น ท่านอาจทำมากกว่านั้น

การยืดเอ็นวิธีที่ 2

ดูภาพที่ 3 สมมุติว่ามีการอักเสบของเอ็นฝ่าเท้าข้างขวา ท่านยืนด้วยท่าทางตามภาพ และพยายามถ่ายน้ำหนักให้ลดลงไปบนฝ่าเท้าขวาให้มาก จะรู้สึกว่าเอ็นฝ่าเท้าตึงๆ ให้ทำค้างเอาไว้ 10-15 วินาทีแล้วพัก ทำติดต่อกัน 15-20 ครั้ง ถือเป็น 1 เซ็ท ท่านสามารถทำได้ 2-3 เซ็ท ต่อ 1 วัน หากระหว่างทำนั้นท่านไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ผิดปกติ

image
ภาพที่ 3

การยืดเอ็นวิธีที่ 3

ดูภาพที่ 4 สมมุติท่านมีอาการปวดส้นเท้าด้านซ้าย ท่านต้องหาอุปกรณ์เป็นเสมือนป้ายชื่อลักษณะสาม เหลี่ยมตามยาว ท่านถอดรองเท้าออกก่อน และให้โคนนิ้วทุกนิ้วอยู่ตรงจุดที่เอียงขึ้นไป ท่านต้องงอเข่าเหมือนกับภาพในรูปที่ 3 แต่สลับเอาเท้าซ้ายมาไว้ด้านหน้า หากไม่มีไม้สามเหลี่ยมแบบป้ายชื่อ ท่านอาจใช้ไม้ไผ่ผ่าครึ่งซีก และเอามาวางแทนไม้สามเหลี่ยม (ป้ายชื่อ) ก็สามารถช่วยเป็นอุปกรณ์ทดแทนได้ สำหรับจำนวนครั้งและเซ็ท ก็คงเป็นเหมือนเดิม

image
ภาพที่ 4

ในต่างประเทศมีบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ลักษณะนี้ขาย โดยมีมุมที่ลาดเอียงของไม้สามเหลี่ยมสามารถปรับเอียงให้องศามากน้อยต่างกันได้ ซึ่งจะมีผลต่อความตึงของเอ็นฝ่าเท้า ซึ่งก็หมายถึง เอ็นฝ่าเท้าถูกยืดออกได้ดีกว่าเดิม หรือในทางตรงข้าม การปรับลดให้เอียงน้อยลงก็อาจช่วยลดความตึงตัวให้ลดลงกว่าเดิมได้เช่นเดียวกัน เพราะในบางรายหากให้ตึงมากๆ เลยทีเดียว จะทำให้ปวดมากขึ้นและจะทนไม่ไหว

การรักษาด้วยวิธีปกติทั่วไป

การใช้ยา ใช้อุปกรณ์รองใต้ส้นเท้าตรงตำแหน่งที่เจ็บ (Cushion) การใช้วิธีการทางกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือพิเศษต่างๆ การแช่น้ำอุ่นๆ ให้พอทนได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็ยังคงเป็นเสาหลักของการรักษาเอ็นฝ่าเท้าอักเสบอยู่นะครับ ยิ่งหายช้า ยิ่งต้องใช้วิธีการหลายๆ อย่างช่วยกันรักษา และยิ่งใช้เวลาในการรักษามากขึ้นกว่ารายทั่วๆ ไป และที่สำคัญที่ผมขอเน้นอีกครั้งว่าการใช้ยาฉีดสเตียรอยด์ ฉีดบริเวณที่อักเสบและปวด ผมไม่ขอแนะนำให้เป็นวิธีแรกๆ เราจะเก็บเอาไว้ใช้ในรายปวดรุนแรงหรือในรายที่เป็นเรื้อรังเป็นเวลานานๆ มาแล้ว

สุดท้ายโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบนี้ หากเป็นเวลานานๆ มาแบบเรื้อรังแล้ว ท่านก็อย่างเพิ่งใจร้อนนะครับ เวลาเฉลี่ยส่วนใหญ่จะนานถึง 4-6 เดือนกว่าจะหาย แต่มีข้อดีที่เกิดจากสถิติในการรักษาโรคนี้พบว่าประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์จะหายขาดได้ โดยต้องปฏิบัติตนเหมือนอย่างที่ได้แนะนำไปแล้วนะครับ

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

182 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปัสสาวะบ่อยเล็ดราดในเพศหญิง

15 กุมภาพันธ์ 2557 1.361

ปัญหาปัสสาวะเล็ดราด กลั้นไม่อยู่ หรือควบคุมไม่ได้ เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในกลุ่มโรคระบบทางเดิน ปัสสาวะ ในต่างประเทศพบได้ประมาณร้อยละ 6 ของประชากร อาการดังกล่าวพบได้ในทุกกลุ่มอายุ ในเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ปัสสาวะเล็ดราดอาจจะเป็นแค่เพียงหยดซึมเป็นช่วง ๆ หรือตลอดเวลาหรือ

เตรียมความพร้อมให้กับคุณแม่ยังสาวทั้งก่อนและหลังคลอด

17 กุมภาพันธ์ 2557 839

เมื่อคุณผู้หญิงต้องรับบทคุณแม่ที่กำลังจะมีลูกน้อย ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอีกต่อไปค่ะ คุณต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ช่วยตั้งครรภ์ คุณแม่ควรพิถีพิถันดูแลเอาใจใส่สุขภาพตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่การฝากครรภ์เพื่อช่วยให้คุณแม่ และทารกน้อยมีความปลอดภัยจากโรคทุกชนิด คุณแม่ต้องไปพบแพทย์ตามที่นัดทุกครั้ง ห้ามพลาดนะค่ะ และหากเกิดมีอาการผิดปกติ อาเจียนบ่อยครั้ง

ไข้ในเด็ก

19 กุมภาพันธ์ 2557 1.255

ไข้เกิดจากอะไร? ไข้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในหรือสิ่งแปลกปลอมที่ได้รับเข้าไป

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ