โพสต์ 10 เม.ย. 59 ปรับปรุง 18 ก.ย. 60 1,203 Views

เสียงเปลื่ยนไป เมื่อวัยเปลี่ยนแปลง

อย่าให้เสียงคุณเปลี่ยนไป เมื่อวัยเปลี่ยนแปลง

ทราบหรือไม่...คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้น เสียงพูดเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น เสียงเบาลง แหบ พลังเสียงลดลง พูดได้ไม่นานเท่าเดิม ร้องเพลงแล้วเหนื่อยเร็วขึ้น เสียงสั่น ๆ ทำให้เราเสียบุคลิกและขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันไป สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะมีตัวแปรสำคัญที่ทำให้เสียงเราเปลี่ยนไป แต่เหตุปัจจัยดังกล่าวมีที่มาและเกิดจากอะไรนั้น วันนี้โรงพยาบาลกรุงเทพมีคำตอบมาฝาก

แพทย์หญิงจิราวดี จัตุทะศรี แพทย์ด้านหู คอ จมูก ศูนย์หูคอจมูกกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า เสียงพูดเปลี่ยนไปจากเดิมนั้นเกิดจากเยื่อบุสายเสียงหนาตัวขึ้น หรืออาจมีแผลเป็น หรือเนื้องอกที่สายเสียง กล้ามเนื้อกล่องเสียงอ่อนแอลงตามวัยที่มากขึ้น ปอดไม่แข็งแรงและไม่สามารถเก็บอากาศได้มากเท่าแต่ก่อน แต่ทว่าสาเหตุที่ทำให้เสียงของเราเปลี่ยนไป นอกจากวัยที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังสามารถมีได้อีกหลายอย่าง เช่น การติดเชื้อหวัด ไวรัส แบคทีเรียที่กล่องเสียง การอักเสบบวมช้ำของสายเสียง ซึ่งอาจเกิดจากการใช้เสียงมาก ๆ ตะเบ็งตะโกนพูดหรือร้องเพลงผิดวิธี เค้นเสียง การสูดสารพิษต่าง ๆ เข้าไประคายเคืองกล่องเสียง อุบัติเหตุกระทบกระเทือนกล่องเสียง เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจขณะดมยาสลบ เนื้องอกที่สายเสียงและกล่องเสียง, มะเร็งที่กล่องเสียง และโรคอื่นๆ ที่มีผลกับเสียง เช่น กรดไหลย้อน ภูมิแพ้ ไอเรื้อรัง โรคของกล้ามเนื้อและระบบประสาทบางอย่าง เช่น พาร์กินสัน เป็นต้น ภาวะของกรดไหลย้อน จะมีกรดจากกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่คอ และไประคายเคืองกล่องเสียง ทำให้เกิดภาวะกล่องเสียงอักเสบได้ การรักษาภาวะเสียงที่เปลี่ยนไปนั้น ขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค ส่วนการรักษาเสียงที่เปลี่ยนไปจากวัยที่มากขึ้น ก็คือ การฝึกการใช้เสียงที่ถูกต้องและทำให้เป็นประจำ (Speech Therapy) เพราะหากมีภาวะเสียงเปลี่ยนไปและไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง จะทำให้เสียบุคลิกในขณะที่พูดและเกิดอันตรายได้หากว่าสาเหตุของโรคนั้นคือมะเร็ง

คุณหมอจิราวดีให้เคล็ดลับในการดูแลเสียงของเราให้สุขภาพดีด้วยวิธีง่ายๆ ได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอ นอนประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อคืน ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน (ประมาณ 2 ลิตร) ซึ่งควรจะเป็นน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงมลภาวะในอากาศ เช่น ฝุ่น ควัน สารพิษต่าง ๆ และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยที่กำลังเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ ฝึกการออกเสียงพูดหรือร้องเพลงที่ถูกวิธีไม่ตะเบ็งเสียง และถ้าฝึกเป็นประจำ ก็จะทำให้กล้ามเนื้อสายเสียงแข็งแรง ไม่หย่อนหรืออ่อนแอตามวัย เมื่อไม่สบาย ควรรีบรับการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ร้องเพลงขณะที่เสียงกำลังแหบหรือในช่วงที่ทางเดินหายใจมีการอักเสบและติดเชื้อ

นอกจากนี้ หากมีภาวะเสียงแหบนานเกินกว่า 1 สัปดาห์ เสียงแหบแบบเป็น ๆ หาย ๆ หรือมีอาการแหบมากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดจนเสียงแหบที่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ต่อมน้ำเหลืองโต ไอเป็นเลือด สำลักอาหาร กลืนอาหารลำบาก หายใจติดขัด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพียงเท่านี้เราก็สามารถมีเสียงที่สดใสแข็งแรงได้แล้วค่ะ

ขอขอบคุณ

Author
ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคปล้องกระดูกสันหลังเคลื่อนหลุดออกจากกัน ตอนที่ 1

17 สิงหาคม 2556 1.467

โรคปล้องกระดูกสันหลังเคลื่อนหลุดออกจากกัน ตอนที่ 1 Spondylolisthesis อวัยวะต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นหลังของคนเรา ก็เปรียบเหมือนส่วนต่างๆ ของเรือใบที่แล่นสู้แรงลม อยู่กลางท้องทะเล

สายตาสั้นในเด็ก

19 กุมภาพันธ์ 2557 929

เด็กๆ หรือบุตรหลานของท่าน ถ้าหากมีสายตาสั้น ท่านต้องให้ความมั่นใจกับเด็กๆ ว่าสายตาสั้นนั้นไม่ถือว่าเป็นโรค แต่ถือเป็นการผันแปรของลูกตาไปจากค่าปกติ หรือพูดได้ว่าดวงตาหรือระบบการหักเหของแสงภายในตา

โรคหนองใน

15 กุมภาพันธ์ 2557 6.317

โรคหนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeaเชื้อนี้จะทำให้เกิดโรคเฉพาะที่บริเวณเยื่อเมือก เช่น เยื่อเมือกในท่อปัสสาวะ ช่องคลอด ปากมดลูก เยื่อบุมดลูก ท่อรังไข่ ทวารหนัก เยื่อบุตา เยื่อเมือกในลำคอ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ