โพสต์ 27 ส.ค. 58 ปรับปรุง 4 ส.ค. 58 1,365 Views

เศษกระดาษในมือลุง?

ขณะกำลังรับเวรบ่ายวันหนึ่งในห้องฉุกเฉิน ฉันพบชายวัยประมาณ 60 ปี กำลังนอนทอดกายไม่ได้สติอยู่บนเปลนอนในมุมสังเกตอาการของห้องฉุกเฉินเพื่อรอเตียงนอนในโรงพยาบาลด้วยปัญหาเตียงเต็มซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่พบในเกือบทุกโรงพยาบาลใหญ่ๆของรัฐในเขตตัวเมือง เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่มีมากกว่าจำนวนเตียงที่สามารถรองรับได้ ทราบจากเวรเช้ามาว่าลุงมารับบริการที่ห้องฉุกเฉินตั้งแต่เช้าด้วยอาการปวดศีรษะมากขึ้นมา1สัปดาห์ ตอนแรกยังตื่นรู้ตัวดี สามารถพูดคุยถึงอาการต่างๆได้ แต่ในขณะนี้อาการแย่ลง เรียกไม่ได้สติ ฉันจึงให้น้องนักศึกษาแพทย์ปีหกช่วยเข็นลุงเข้าห้องดูแลผู้ป่วยหนัก ( resuscitation room) เพื่อเตรียมใส่ท่อช่วยหายใจทันที
 
ผลการตรวจน้ำตาลและเกลือแร่ในเลือดเป็นปกติ ส่วนผลการเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบก้อนขนาดใหญ่ที่สามารถอธิบายอาการของลุงในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี
 
ฉันสังเกตเห็นมือขวาของลุงซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง เมื่อดึงมือออกมาก็พบเศษกระดาษเล็กๆใบหนึ่งบรรจุอยู่ในกำมือนั้นเสมือนตั้งใจจะเก็บมันไว้เพื่อมอบให้แก่ใครสักคนหนึ่ง ฉันและน้องนักศึกษาแพทย์บรรจงแกะนิ้วที่กำแน่นอยู่นั้นออกมาเพื่อนำแผ่นกระดาษออกมาดู หลังจากคลี่กระดาษออกก็พบข้อความที่ลุงประสงค์จะบอกกับเราเป็นครั้งสุดท้าย
 
“เรียน คุณหมอที่รักษาผมในขณะนี้
 
กระผมนาย............... นามสกุล ............................. ได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
 
ขณะนี้เนื้องอกได้แพร่กระจายไปยังสมอง และเข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว
 
หากผมสิ้นสติสัมปชัญญะ หรือมีเหตุอะไรทำให้อาการของผมแย่ลง
 
กรุณาอย่ากดปั๊มหน้าอกของผม เนื่องจากกระดูกซี่โครงอาจหักมาทิ่มปอดของผมได้
 
ผมได้บริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาให้แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
ขอความกรุณามอบร่างของผมให้แก่ทางคณะเมื่อผมได้สิ้นชีวิตไปด้วยนะครับ เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักศึกษาแพทย์ต่อไป
 
......ร่วมกันสร้างประโยชน์เพื่อสังคมกันนะครับ......”
 
อ่านจบ น้ำตาของฉันไหลออกมาโดยไม่สามารถกลั้นไว้ได้ ด้วยความประทับใจในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของลุง ความเข้าใจชีวิต และการยอมรับวาระสุดท้ายของชีวิตโดยไม่รู้สึกหวั่นกลัว ทำให้ฉันนึกถึงโคลงบทหนึ่งที่สอนใจ…….
 
“ พฤษภกาสร อีกกุญชร อันปลดปลง
 
โททนต์ เสน่งคง สำคัญหมาย ในกายมี
 
นรชาติวางวาย มลายสิ้น ทั้งอินทรีย์
 
สถิตย์ทั่ว แต่ชั่วดี ประดับไว้ ในโลกา ”
 
วัว ควายสิ้นชีพก็ยังเหลือเขาเอาไว้ให้ดูต่างหน้า แต่คนเราเมื่อตายไปไม่เหลืออะไรทิ้งไว้เลยแม้แต่ร่างกายที่จะต้องเน่าเปื่อยผุพังลงไปตามกาลเวลา จะเหลือไว้ก็แต่ความดีงามที่ได้ประพฤติปฏิบัติเอาไว้สมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อให้ผู้อื่นได้จดจำเท่านั้น ลุงได้เสียสละแม้ร่างกายอันไร้ลมหายใจไว้ให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ใช้ประโยชน์ ฉันนึกอยากให้พวกวัยรุ่นที่ฆ่าตัวตายประชดชีวิต หรือผู้ป่วยโรคร้ายแรงระยะสุดท้ายที่ใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวังรอความตายได้มองไปที่เศษกระดาษใบน้อยๆที่ลุงได้เขียนเอาไว้นี้ เราจะเห็นความอดทน ไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใดแม้แต่โรคร้ายที่รุมเร้าจนไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ ลุงไม่ได้รอความตายอย่างไร้ความหวัง หากแต่ได้วางแผนทำความดีหลังสิ้นชีพด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น แม้จะรู้ว่าจุดจบของชีวิตคือความตาย ก็ยังไม่ย่อท้อที่จะทำความดี
 
ฉันตัดสินใจไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ ไม่กดปั๊มหน้าอกลุงตามความปรารถนาครั้งสุดท้ายที่ลุงได้เขียนทิ้งไว้ ฉันให้ญาติของลุงได้อ่านข้อความบนแผ่นกระดาษ และเซ็นใบไม่ยินยอมให้การรักษา เพื่อให้ลุงได้จากไปอย่างสงบ ด้วยความทุกข์ทรมานที่น้อยที่สุด
 
หากเศษกระดาษในมือลุงแผ่นนี้จะสามารถบอกอะไรแก่เราได้ มันก็คงสอนให้เราได้รู้จักคำว่า"เสียสละ" และ"การให้ที่ไม่หวังผลตอบแทน" ไม่จำเป็นต้องถามว่าสังคมได้ให้อะไรแก่เราบ้าง จงถามว่าเราได้ให้อะไรแก่สังคมบ้างหรือยัง? นอกจากนี้มันยังสอนให้เรารู้จักชีวิต รู้จักความตาย กล้าเผชิญหน้ากับมันอย่างไม่หวั่นไหว และก่อนที่เราจะตัดสินใจกดปั๊มหัวใจผู้ป่วยแต่ละราย ก็ควรอาศัยหลักจริยธรรมและมนุษยธรรมมาร่วมพิจารณาด้วยว่าผู้ป่วยสมควรได้รับการกดปั๊มหน้าอกหรือไม่ ผู้ป่วยบางคนอายุมาก มีโรคประจำตัวที่ทำให้ทุกข์ทรมานมากอยู่แล้ว ระยะของโรคอาจดำเนินมาจนถึงขั้นสุดท้าย สมควรที่จะมีการปรึกษากันกับทั้งตัวผู้ป่วยเองและญาติของผู้ป่วยว่าจะให้ทำการกดปั๊มหัวใจเมื่อระยะสุดท้ายของชีวิตดำเนินมาถึงหรือไม่ ไม่เช่นนั้นการกู้ชีพอาจจะกลายเป็นการกู้ความทุกข์ทรมานมาให้ผู้ป่วยแทนก็ได้
 
อริยตารา

ขอขอบคุณ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

เชื้อราในอาหาร

6 มิถุนายน 2556 3.910

เชื้อรามีอยู่ด้วยกันมากมายหลายชนิดมักจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่อบอุ่น และชื้น เชื้อราสามารถปนเปื้อนไปสู่อาหารได้ ทั้งในระหว่างกระบวนการผลิต การขนส่ง และการเก็บรักษา

หยุดหายใจ / หัวใจหยุดเต้นในขณะแข่งขันฟุตบอล

26 สิงหาคม 2556 3.316

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวฮือฮาไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ที่มีนักฟุตบอลอดีตทีมชาติอังกฤษตั้งแต่รุ่นเยาวชน ฟาบริซ มูอัมบ้า วัย 23 ปี กองกลางของทีมโบลตัน วันเดอเรอร์ส ทีมดังในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ฟุบหมดสติหยุดหายใจในนาทีที่ 41 ขณะแข่งขัน

ไข้ทับระดู

17 กุมภาพันธ์ 2557 2.672

คำว่า "ไข้ทับระดู" เป็นคำที่ใช้เรียกกันมาตั้งแต่สมัยก่อน ซึ่งมักเล่าขานกันในอดีตว่า ไข้ทับระดูเป็นไข้ที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิง บางคนเป็นแล้วอาจถึงกับเสียชีวิตได้ บางคนก็เรียกไข้ทับระดูในความหมายของการติดโรคผู้หญิงมา โดยที่สมัยก่อนยัง

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ