โพสต์ 20 ก.พ. 57 ปรับปรุง 11 มี.ค. 58 2,539 Views

เลี้ยงลูกด้วยธรรม

เลี้ยงลูกด้วยธรรม

ตอนที่แล้วเราได้พูดคุยกันเรื่องเลี้ยงลูกอย่างไรในยุค 2007 ซึ่ง เป็นหลักการของทางตะวัน

ตก แต่ไม่น่าเชื่อนะครับว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสอนหลักธรรม เรื่องพรหมวิหาร

4 ซึ่งเป็นหลักการ กฏเกณฑ์ ครอบคลุมวิธีการอบรมเลี้ยงดูลูก ไปจนถึงการปกครองลูกน้องและผู้

ใต้บังคับบัญชา มากว่า 2500 ปีแล้ว ก่อนทฤษฏีทางจิตวิทยาใดๆ ในโลกด้วยซ้ำ เดิมเรามักจะคิด

ว่าเรารู้จักและเข้าใจพรหมวิหาร4 ดีแล้ว ตั้งแต่ตอนเรียนวิชาศีลธรรม แต่พอมาอ่านบทความของ

ท่านธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตโต) นี้แล้ว ท่านผู้อ่านอาจรู้สึกเหมือนผมว่ามีแง่มุมที่เราไม่รู้มาก่อน

หรือรู้ไม่จริง (โดยเฉพาะเรื่องอุเบกขา) และให้แนวคิดที่ดีมากจริงๆ ครับ ผมเลยจะมาชักชวนท่าน

ผู้อ่าน ศึกษาธรรมะที่เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูลูกกัน

ข้อความต่อไปนี้เป็นคำบรรยายของท่านธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตโต) เรื่อง รักษาใจยามรักษา

คนไข้ ซึ่งบรรยายแก่บุคลากร ร.พ.สุโขทัย ที่สถานพำนัก สงฆ์ สายใจ ธรรม เมื่อวันที่ 28 กรกฏา

คม 2537 ท่านได้บรรยายเรื่องพรหมวิหาร4 ไว้อย่างลึกซึ้งว่า หลัก ธรรมชุดนี้ที่จริงมี 4 ข้อ ไม่ใช่มี

แค่ เมตตา กรุณา แต่ยังมี มุทิตา และอุเบกขาด้วย ทั้งชุดมี 4 ข้อ เรียกว่า พรหมวิหาร 4 พรหม

วิหาร แปลว่า ธรรมประจำใจ หรือ เป็นที่อยู่ของใจ ของผู้ที่เป็นเหมือนพรหม พรหมนั้นในพุทธ

ศาสนาแปลว่าผู้ประเสริฐ ถ้า มองในแง่เป็นรูปธรรม เป็นบุคลาธิษฐานก็เหมือนกับพระพรหมที่เป็น

เทพเจ้า ซึ่งมีหน้า 4 หน้า มองเห็นได้ทุกทิศ หมายความว่า มีหน้าที่มองดูสรรพสัตว์ได้ทั่วทั้งหมด

ไม่ได้มองเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง ไม่มองเพียงจุดใดจุดหนึ่ง แต่มองทั่วไปครบทุกด้าน ในแง่ที่หนึ่ง

คือความประเสริฐ หรือความยิ่งใหญ่ของจิตใจ ที่ว่าเป็นพรหม ก็คือมีจิตรใจประเสริฐ ใจยิ่งใหญ่

วิหารแปลว่า ที่อยู่ที่พักธรรมเหล่านี้เป็นที่อยู่ของใจที่ประเสริฐ ใจที่ประเสริฐจะอยู่ในหลักธรรม 4

ประการนี้ คือ

  1.  
  2. เมตตา
  3.  
  4. กรุณา
  5.  
  6. มุทิตา
  7.  
  8. อุเบกขา

เมตต

ากับกรุณาต่างกันอย่างไร วิธี ดูความต่างง่ายๆ ก็ดูที่คนที่เราจะไปแสดงออกต่อเขา คือดูที่

สถานการณ์ที่เขาประสบแล้วก็จะรู้ว่าเราควรจะใช้ธรรมข้อไหนกับเขาถ้า คนนั้นเขาอยู่ในภาวะปกติ

ไม่ได้มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอะไร ในสถานการณ์อย่างนี้คุณธรรมที่จะใช้ก็คือ เมตตา เมตตา คือ

ความรัก ความเป็นมิตร เมตตานั้นก็มาศัพท์เดียวกับมิตร มิตร เมตตา ไมตรี ก็อันเดียวกัน ไมตรี

เป็นคำสันสกฤต เมตตาหรือเมตติเป็นคำบาลี แปลว่าความเป็นมิตร หมายถึงความรัก ความ

ปรารถนาดี อยากให้เขาเป็นสุข

 

เมตตานั้นเรา ใช้ในภาวะที่อยู่กันเป็นปกติ แต่ถ้าคนนั้นเขาเกิดความเดือดร้อน เป็นทุกข์ ตกหล่นลง

ไปจากสภาพปกติ ก็ต้องใช้คุณธรรมข้อที่ 2 คือ กรุณา ซึ่งหมายถึงการที่ พอมีหัวใจหวั่นไหวเมื่อ

เห็นคนอื่นเดือดร้อนมีความทุกข์ ต้องการจะปลดเปลื้องเขาให้พ้นจากความทุกข์ ต่อ ไปนี้จะได้ไม่

ต้องคิดให้ลำบากว่า เมตตากับกรุณาต่างกันอย่างไร ดูที่คนที่เราจะมีคุณธรรมเหล่านี้ต่อเขา ถ้าเขา

อยู่เป็นปกติ เราอยากให้เขามีความสุขสบายอยู่อย่างนั้น มีไมตรีจิตก็เรียกว่า เมตตา ถ้าเขาเดือด

ร้อน ตกต่ำเป็นทุกข์ลงไป เราอยากให้เขาพ้นจากทุกข์นั้น ก็เรียกว่า กรุณา อย่างไรก็ตามแค่นี้ไม่

พอ ถ้ามีแค่ 2 ข้อ ก็ไม่ครบ ยังมีสถานการณ์ที่ 3 คือ ยามเขาดีขึ้น เขาขึ้นสูงคือเขาประสบความ

สำเร็จ เขามีความสุข เขาทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม เจริญก้าวหน้า หรือหายจากโรคมีสุขภาพดีแข็ง

แรง เราก็ต้องมี
 

ข้อที่ 3 คือพลอยยินดีด้วย คอยสนับสนุนส่งเสริม เรียกว่า มุทิตา

 

image

ข้อที่ 3 นี่คนไทยไม่ค่อยพูดถึง เรามักจะอยู่แค่ เมตตา และกรุณา ข้อที่ 3 เลย
 

ไม่ค่อยจะมี ความจริงข้อ 3 ก็สำคัญเหมือนกัน ทำให้มีการส่งเสริมคนดี ซึ่ง

เป็น
 

สิ่ง สำคัญในการทำกิจหน้าที่ และพัฒนาการงาน ต้องใช้กับเพื่อนร่วมงาน และบุคลากรในกิจการ

ให้ถูกต้อง แม้ในการรักษาพยาบาลก็ต้องใช้ เพราะยามคนไข้เขาสบาย หายโรค เราก็ควรมีมุทิตา

พลอยยินดีด้วยและพยายามส่งเสริมให้เขามีสุขภาพดียิ่งขึ้นไป ให้เขาแข็งแรงยิ่งขึ้น ตอนนี้ 3 แล้ว

ดูเหมือนจะครบ โดยทั่วไปคนก็อยู่ในภาวะ 3 อย่างนี้ คือ 1. อยู่เป็นปกติ 2.ตกต่ำลงไป 3.ดีขึ้น ทีนี้

ยังมีอะไรอีก ทำไมพระพุทธเจ้าตรัสข้อ 4 ไว้ ข้อ 4 มีความสำคัญมาก ข้อ 1 ถึง 3 เป็นความ

สัมพันธ์ระหว่างเรากับเขา หรือเรากับเพื่อนมนุษย์สัมพันธ์กัน คือเรากับเขา เขาอยู่เป็นปกติ เรามี

เมตตา ไมตรี เขาตกต่ำลง เป็นทุกข์ เกิดปัญหา เรามีกรุณา เขาดีขึ้น สุข สำเร็จ ทำดีทำชอบ เรามี

มุทิตา

 

ต่อจากนี้ก็มีตัวที่ 4 เข้ามา คือกรณีที่จะรักษาความถูกต้องชอบธรรม หลักการ กฎเกณฑ์ ซึ่งเรียก

ง่ายๆ สั้นๆ
 

คำ เดียวว่าธรรม ธรรมนี้แยกเป็นตัวความจริงความถูกต้องชอบธรรมตามกฎธรรมชาติโดยเป็น

ความดีที่ มีอยู่ตามธรรมดาอย่างหนึ่ง และความถูกต้องชอบธรรมที่ยกขึ้นมาจัดตั้งวางบัญญัติ เป็น

กฎเกณฑ์ของสังคม เป็นระเบียบ เป็นกฎหมายอย่างหนึ่ง ถ้าความสัมพันธ์ของเรากับเขา ในข้อ 1

ถึง 3 ไปกระทบตัวที่ 4 นี้เข้า คือไปละเมิดหรือ
 

ทำความเสียหายต่อตัวธรรม ตัวความถูกต้อง หลักการ กฎเกณฑ์ อะไรต่างๆ นี่เข้า เราจะต้องเอา

ตัวที่ 4 นี้ไว้
 

ส่วน ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในข้อ 1-2-3 จะต้องถูกยับยั้ง เพราะถ้าเราไปช่วยเขาหรือส่งเสริม

เขา สังคมมนุษย์จะเสียหลัก เช่น คนหนึ่งไปลักขโมยของเขาประสบความสำเร็จในการลักขโมย

ได้เงินมา เราจะมุทิตา เข้าไป
 

ส่งเสริมย่อมไม่ถูกต้อง เพราะการที่เขาประสบความสำเร็จอย่างนี้ก็คือไปเข้าสถานการณ์ที่ 4

เป็นการกระทบทำความเสียหายต่อตัวหลักการ หรือตัวธรรม ในกรณีนี้เราต้องหยุด มุทิตาไม่ได้

กรุณาก็เหมือนกัน อย่างผู้พิพากษารู้ว่า นายคนนี้ไปฆ่าเขามา จะไปสงสาร ช่วยให้พ้นจากโทษก็

ไม่ถูก

 

เพราะฉะนั้น ตัวธรรม คือ หลักการ ความจริง ความถูกต้อง ความเป็นธรรม ความชอบธรรม หลัก

การ กฎเกณฑ์ กติกาของสังคม จะเป็นรูปธรรม หรือนามธรรมก็ตาม อัน นี้คือหลักของข้อที่ 4 ถ้า

ตัวนี้เข้ามาถือว่าใหญ่ และสำคัญเหนือกว่าความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล จะต้องรักษาไว้ให้ได้จึง

ทำให้ต้องยั้งข้อ 1-2-3 มาเข้าข้อที่ 4 โดยต้องอุเบกขา คือวางใจเป็นกลาง ไม่เข้าไปก้าวก่าย

แทรกแซงให้เสียธรรม เพื่อจะให้คนนั้นรับผิดชอบต่อตัวธรรม ตัวหลักการ กฎเกณฑ์ ความถูกต้อง

ชอบธรรมนั้นโดยตัวเราก็คอบดูแลเพื่อให้เกิดความเที่ยงธรรม หรือให้ธรรมคงอยู่ แต่ส่วนใดที่จะ

เอาเมตตากรุณาช่วยได้โดยไม่ผิดธรรม ก็จึงทำให้ อันนี้คือข้ออุเบกขา

 

imageอุเบกขา ที่ยากที่สุด ต้องมีปัญญา ต่างจากข้อ 1,2,3 ซึ่งไม่ต้องใช้ปัญญาสัก

เท่าไร เพราะเป็นเพียงท่าทีระหว่างบุคคล ทำไปได้ง่าย โดยใช้ความรู้สึกตาม

สถานการณ์ แต่ข้อที่ 4 คืออุเบกขานี่ ถ้าไม่มีปัญญาทำไม่ได้ อุเบกขา มักจะ

แปลกันว่า เฉย ถ้าเฉยโดยไม่ใช้ปัญญา ท่านเรียกว่า เฉยโง่ ตามคำพระว่าอัญ

ญาณุเบกขา เฉยโง่เป็นกุศล เป็นบาป ได้แก่เฉยไม่รู้เรื่อง ก็เลยเฉยไม่ได้เรื่อง ถ้า

เป็นบุคคลมีอุเบกขาถูกต้อง ก็จะเฉยรู้เรื่อง คือรู้ว่าตอนนี้จะต้องทำอย่างไร วางตัวอย่างไรจึงจะถูก

เพื่อให้ได้ความถูกต้องชอบธรรม ให้ทุกสิ่งเป็นไปด้วยดีตามธรรม ก็จึงเฉยเอาเรื่อง และเฉยได้

เรื่อง แม้แต่พ่อแม่เลี้ยงลูก ถ้าเลี้ยงลูกไม่เป็นลูกจะไม่รู้จักโต ได้แก่พ่อแม่บางคนที่มีแต่เมตตา

กรุณา หรือบางคนมีแต่เมตตากรุณามุทิตา 3 ข้อ ขาดอุเบกขา ก็โอ๋ลูกกลัวลูกจะลำบาก กลัวลูกจะ

เจ็บ จะเหนื่อย จะเมื่อยก็เลยทำแทนหมด หรือทำให้ทุกอย่าง ลูกเลยทำอะไรไม่เป็น นี่คือต้องวาง

อุเบกขาบ้าง ซึ่งเป็นการให้โอกาสเขาพัฒนาตัวเอง โดยให้เขาหัดรับผิดชอบตัวเอง ถ้าเราดูการ

วางอุเบกขาต่อลูกจะแยกได้เป็น 3 กรณี คือ

  1.  
  2. เมื่อจะต้องให้เขาหัดรับผิดชอบตัวเอง เพื่อว่าเขาจะได้ทำอะไรเป็น คือเรา ต้องใช้ปัญญา
  3. พิจารณาดูว่า ตอนนี้เรื่องนี้จะต้องให้เขาหัดทำบ้าง ให้เขาเหน็ดเหนื่อยบ้าง เขาต้องฝึกตัวเอง
  4. ก็ต้องลำบากบ้างเป็นธรรมดาแต่เขาจะทำได้จะเก่งขึ้นจะพัฒนาไม่ ใช่ลูกได้รับการบ้านมาวัน
  5. นี้ กลัวว่าลูกจะต้องคิดสมองเมื่อย พ่อแม่ก็เลยไปทำการบ้านแทน อย่างนี้ก็แย่ ในที่สุดเมื่อ
  6. กลัวลูกลำบาก มีเมตตากรุณามาก ลูกเลยทำอะไรไม่เป็นเลย ส่วนพ่อแม่ที่เก่งเขารู้จักเมตตา
  7. กรุณา มุทิตา ให้ได้สัดส่วนมีดุลยภาพกับอุเบกขา การทำอย่างนี้ไม่ใช่เราไม่รัก แต่เป็นการรัก
  8. เป็นหรือรักระยะยาว อุเบกขา แปลว่า คอยดู มาจาก อุป+อิกข อิกข แปลว่า ดูอุป แปลว่า
  9. ใกล้ๆ หรือคอย รวมกันแปลว่าคอยดูอยู่ใกล้ๆ หมายความว่าพร้อมที่จะคอยดูอยู่ใกล้ๆ
  10. หมายความว่าพร้อมที่จะแก้ไขสถานการณ์ แต่ไม่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง เพราะฉะนั้นเมื่อ
  11. ลูกจะต้องฝึกหัดรับผิดชอบตนเอง ทำอะไรให้เป็นเอง พ่อแม่จะต้องวางอุเบกขา เมื่อพ่อแม่ใช้
  12. ปัญญาในกรณีที่ 1 รู้จักวางเฉย ลูกจะโตได้ดี
  13.  
  14. เมื่อลูกสมควรรับผิดชอบต่อการกระทำของตนต่อกฎเกณฑ์กติกา ข้อนี้ก็เป็นการฝึกหัด
  15. เหมือนกัน ครอบครัวเป็นสังคมย่อย ต่อไปลูกเราก็ต้องไปอยู่ในสังคมใหญ่ เขาต้องเรียนรู้ชีวิต
  16. จริง ต้องรู้จักความชอบธรรม ความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นครอบครัวก็ต้องมีกติกา มีกฎเกณฑ์
  17. เขาทำอะไรถูกหรือผิด เราก็ให้เขารับผิดชอบการกระทำของเขาทั้งดีและชั่ว ตาม ถูกตามผิด
  18. ตามกฎเกณฑ์กติกา กฎเป็นกฎ ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด อันนี้เรียกว่าอุเบกขา ทำให้เขาได้รับ
  19. ความเป็นธรรม และรักษาธรรมไว้เมื่อเขาสมควรต้องรับผิดชอบการกระทำของตน
  20.  
  21. เมื่อเขารับผิดชอบตัวเองได้แล้ว ก็ไม่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง ท่านยกตัวอย่าง เช่น เมื่อ
  22. ลูกโตแล้ว จบการศึกษาแล้ว มีงานมีการทำแล้ว เขามีครอบครัวของเขาเอง รับผิดชอบตัวเอง
  23. ได้ พ่อแม่อย่าไป
     
  24. ก้าวก่ายแทรกแซงในชีวิตของครอบครัวเขา พ่อแม่บางคน รักลูกมาก อยากให้ลูกมีความสุข
  25. เข้าไปยุ่งใน
     
  26. ครอบครัวของเขา เข้าไปเจ้ากี้เจ้าการว่าลูกอยู่อย่างนี้จึงจะดี ลูกจัดของอย่างนั้นจึงจะดี
  27. เข้าไปยุ่งใน
     
  28. ครอบ ครัวเขาวุ่นไปหมด จนครอบครัวเขาอยู่ไม่เป็นสุข อย่างนี้เรียกว่าไม่มีอุเบกขา จะเห็นว่า
  29. อุเบกขาใช้ปัญญาทั้งนั้น และอุเบกขาที่สำคัญที่สุด ทำให้ดำรงสังคมไว้ได้ รักษาความชอบ
  30. ธรรม และความเป็นธรรมของสังคม แล้วก็ช่วยให้ชีวิตของคนพัฒนาด้วย ถ้าพ่อแม่ไม่มี
  31. อุเบกขา ลูกจะไม่โต ถ้าท่านผู้อ่านไป
     
  32. เทียบเคียงจากบทความการเลี้ยงดูลูกของทางตะวันตกในครั้งที่แล้ว จะพบความเหมือนกันใน
  33. หลักการ
     
  34. แต่ พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนพรหมวิหาร เพียง 4 ข้อ แต่ครอบคลุมหลักการวิธีเลี้ยงลูกได้
  35. ทั้งหมด และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างน่าอัศจรรย์ครับ ความรู้ ความเข้าใจ จะไม่มี
  36. ประโยชน์เลย ถ้าไม่นำไปใช้ปฏิบัติ
     
  37. ดังนั้นเรามาเริ่มเลี้ยงลูกด้วยธรรมกันเถอะครับ

 

image

ที่มา : นพ.กมล แสงทองศรีกมล

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

 

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาวะผ่าตัดกระดูกสันหลังแล้วไม่หายปวด

3 สิงหาคม 2556 2.486

ภาวะการผ่าตัดกระดูกสันหลังแล้วไม่หายปวดหรือเรียกว่า Failed Back Surgery Syndrome เป็นภาวะที่ทำการรักษาได้ยากที่สุดซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้ผู้ป่วยเองมีอาการปวดทรมานรวมทั้งเป็นเรื่องยากสำหรับแพทย์ผู้ทำการรักษาและยุ่งยากสำหรับแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดรักษาครั้งต่อไป

บุก

6 มิถุนายน 2556 4.703

บุก (White spot arum) ต้นบุกเป็นไม้ที่มีหัว เป็นพืชที่รู้จักกันมาแต่โบราณกาลแล้ว มีการใช้ประโยชน์จากพืชนี้ทั้งก้าน และหัว บุกเป็นพืชพื้นเมืองของไทยมักขึ้นในที่ชื้น

เชื้อไวรัสคืออะไร

1 สิงหาคม 2556 5.993

เชื้อไวรัสคืออะไร สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อในคนเราที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ เชื้อไวรัส ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมาก ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้จากการดูผ่านกล้องจุลทรรศน์ธรรมดาแม้ว่าจะมีกำลังขยายถึง 100 เท่าก็ตาม

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ